ภัยธรรมชาติที่แพงที่สุดในโลก ทำไมญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ติดอันดับสูง
ภัยธรรมชาติบางเหตุการณ์ไม่ได้ถูกจดจำแค่จากความรุนแรง แต่ยังรวมถึง “ต้นทุนทางเศรษฐกิจ” ที่ตามมา ทั้งบ้านเรือน ระบบขนส่ง โรงงาน เมือง และโครงสร้างพื้นฐานที่ต้องใช้เงินมหาศาลในการฟื้นฟู
ภัยธรรมชาติที่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงที่สุดในโลก มักไม่ได้วัดจากขนาดแผ่นดินไหวหรือความแรงของพายุเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นที่ไหน เมืองนั้นมีโครงสร้างพื้นฐานหนาแน่นแค่ไหน และเศรษฐกิจของพื้นที่เชื่อมกับโลกมากเพียงใด
ข้อมูลในต้นฉบับจัดอันดับ 5 เหตุการณ์ที่มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงมาก ได้แก่ แผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮกุ ปี 2011, แผ่นดินไหวฮันชินหรือโกเบ ปี 1995, เฮอริเคนแคทรีนา ปี 2005, เฮอริเคนฮาร์วีย์ ปี 2017 และแผ่นดินไหวเสฉวน ปี 2008
กรณีที่มักถูกยกเป็นตัวอย่างอันดับต้น ๆ คือ แผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮกุ ญี่ปุ่น ปี 2011 เหตุการณ์นี้เกิดจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ใต้ทะเล ก่อนก่อให้เกิดคลื่นสึนามิถล่มชายฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่น และนำไปสู่วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะไดอิจิ
ธนาคารโลกระบุว่า หลังเหตุการณ์ดังกล่าว รัฐบาลญี่ปุ่นเคยประเมินความเสียหายโดยตรงไว้ราว 16.9 ล้านล้านเยน หรือประมาณ 210,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในขณะนั้น ขณะที่การประเมินบางชุดให้ตัวเลขสูงกว่านี้ ขึ้นอยู่กับวิธีนับความเสียหายและการปรับเงินเฟ้อ
อันดับต่อมาคือ แผ่นดินไหวฮันชิน หรือแผ่นดินไหวโกเบ ปี 1995 แม้ขนาดแผ่นดินไหวจะต่ำกว่าเหตุการณ์โทโฮกุ แต่จุดสำคัญคือเกิดใกล้เมืองท่าและศูนย์กลางเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น ความเสียหายจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาคารบ้านเรือน แต่รวมถึงทางด่วน ระบบขนส่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจของเมืองใหญ่
รายงานที่อ้างอิงโดย PreventionWeb ระบุว่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจจากเหตุการณ์โกเบถูกประเมินราว 130,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและทรัพย์สินมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ฝั่งสหรัฐฯ เหตุการณ์ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดคือ เฮอริเคนแคทรีนา ปี 2005 พายุลูกนี้ส่งผลรุนแรงต่อพื้นที่ชายฝั่งอ่าวเม็กซิโก โดยเฉพาะเมืองนิวออร์ลีนส์ ปัญหาสำคัญไม่ได้มีแค่แรงลม แต่รวมถึงระบบป้องกันน้ำท่วมที่ล้มเหลว ทำให้พื้นที่เมืองจำนวนมากจมอยู่ใต้น้ำ
อีกเหตุการณ์คือ เฮอริเคนฮาร์วีย์ ปี 2017 ซึ่งความเสียหายจำนวนมากเกิดจากฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในรัฐเทกซัส โดยเฉพาะพื้นที่ฮิวสตันและบริเวณอุตสาหกรรมพลังงาน NOAA ระบุว่าในฤดูเฮอริเคนแอตแลนติกปี 2017 ความเสียหายรวมจาก Harvey, Irma และ Maria สูงถึง 339.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และ Harvey เป็นหนึ่งในเหตุการณ์ฝนจากพายุหมุนเขตร้อนที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ
ส่วน แผ่นดินไหวเสฉวน หรือเวินชวน ปี 2008 เป็นตัวอย่างของภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายรุนแรงในพื้นที่กว้างของจีน ธนาคารโลกระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้มีขนาด 8.0 จุดศูนย์กลางอยู่ในมณฑลเสฉวน และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรงประมาณ 844,000 ล้านหยวน หรือราว 123,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
สิ่งที่ควรเข้าใจคือ “ภัยพิบัติที่แพงที่สุด” ไม่ได้แปลว่าเป็นภัยพิบัติที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเสมอไป เพราะการจัดอันดับแบบนี้มักวัดจากมูลค่าทรัพย์สิน เมือง ระบบขนส่ง โรงงาน ท่าเรือ ระบบพลังงาน และค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟู
นี่คือเหตุผลที่ญี่ปุ่นและสหรัฐฯ มักปรากฏในอันดับต้น ๆ เมื่อพูดถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยธรรมชาติ ทั้งสองประเทศมีเมืองใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานราคาแพง ระบบอุตสาหกรรมซับซ้อน และทรัพย์สินมูลค่าสูง เมื่อเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ ต้นทุนในการซ่อมแซมและฟื้นฟูจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับผู้อ่านไทย ประเด็นนี้ทำให้เห็นอีกมุมหนึ่งของภัยพิบัติใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นน้ำท่วม พายุ หรือแผ่นดินไหวในภูมิภาค ความเสียหายไม่ได้จบลงในวันที่น้ำลดหรือแรงสั่นหยุดลง แต่ยังตามมาด้วยค่าใช้จ่ายด้านบ้านเรือน ถนน ไฟฟ้า ประกันภัย รายได้ของครัวเรือน และระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น
บทเรียนสำคัญจึงไม่ใช่แค่การถามว่า “ภัยพิบัติครั้งไหนรุนแรงที่สุด” แต่ควรถามต่อว่า เมืองและชุมชนเตรียมรับมือได้แค่ไหน ระบบเตือนภัยดีพอหรือไม่ โครงสร้างพื้นฐานทนทานหรือเปล่า และหลังเกิดเหตุจะฟื้นตัวได้เร็วเพียงใด
KEY TAKEAWAYS:
- ภัยพิบัติที่แพงที่สุดมักเกิดในพื้นที่เศรษฐกิจหนาแน่นและมีโครงสร้างพื้นฐานมูลค่าสูง
- แผ่นดินไหวและสึนามิโทโฮกุ ปี 2011 เป็นหนึ่งในภัยธรรมชาติที่มีต้นทุนสูงที่สุดในโลก
- เฮอริเคนแคทรีนาและฮาร์วีย์แสดงให้เห็นว่า น้ำท่วมและระบบป้องกันเมืองมีผลต่อความเสียหายมหาศาล
- การจัดอันดับตาม “มูลค่าความเสียหาย” ไม่เหมือนการจัดอันดับตามจำนวนผู้เสียชีวิต
- บทเรียนสำคัญคือการเตรียมเมือง ระบบเตือนภัย และโครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมก่อนเกิดเหตุ
แหล่งที่มา:
World Bank, NOAA, PreventionWeb, ข้อมูลต้นฉบับจากผู้เขียน
อ้างอิง:
https://documents1.worldbank.org/curated/en/175611468044671950/pdf/793950BRI0drm000Box377374B00Public0.pdf
https://coast.noaa.gov/states/fast-facts/hurricane-costs.html
https://www.worldbank.org/en/news/press-release/2009/02/12/world-bank-support-post-earthquake-reconstruction-chinas-sichuan-gansu-provinces
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
ความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮารา
เปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวย
เลขเด็ดงวด 1 ตุลาคม 2569: ตารางเลขชนจากหลายสำนัก เลขไหนซ้ำกันก่อนหวยออก
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
โรงเรียนหญิงล้วนของรัฐบาล ที่เด็กอยากเข้าเรียนที่สุด
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
แปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
เปิด 5 สินค้าส่งออกของลาวที่คนไทยอาจคาดไม่ถึง หนึ่งในนั้นทำเงินเกือบ 1 พันล้านดอลลาร์
โรงเรียนเพียงแห่งเดียวของประเทศไทย ที่อยู่มาตั้งแต่ยุครัชกาลที่ 4
10 การค้นพบขุมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก
เปิดตัววันแรก! ใครคือคนไทยคนแรกที่ได้จับ iPhone 18 Pro Max?
ทำไมเสียงเพลงในห้างสรรพสินค้าถึงส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อ? เพลงที่ได้ยินทุกวันอาจกำลังเปลี่ยนพฤติกรรมของเรา
5 เครื่องวิทยุสื่อสาร Walkie Talkie รุ่นทหาร ที่เลิกผลิตแต่ราคาสูง! จากสนามรบสู่ของสะสมหายาก





