โอเลี้ยงตรานกแก้วหายไปไหน? จากของคู่ร้านโชห่วยสู่ความทรงจำ
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
โอเลี้ยงตรานกแก้วเป็นชื่อที่หลายคนจำได้จากร้านโชห่วยยุคก่อน แม้วันนี้จะหาดูยากขึ้น แต่เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่คำว่า “ของเก่าหายไป” เพราะมันสะท้อนวิธีซื้อ วิธีดื่ม และวิถีชีวิตของคนไทยที่เปลี่ยนไปอย่างเงียบ ๆ
สำหรับคนที่โตมากับร้านขายของหน้าปากซอย ภาพซองเครื่องดื่มผงวางคู่กับโอวัลติน กาแฟผง ขนมโบราณ และของใช้ประจำบ้าน เป็นภาพที่คุ้นตามาก ร้านโชห่วยไม่ได้เป็นแค่ที่ซื้อของ แต่เป็นเหมือนจุดนัดพบเล็ก ๆ ของชุมชน
“โอเลี้ยงตรานกแก้ว” จึงไม่ได้อยู่ในความจำของหลายคนแค่เพราะรสชาติ แต่เพราะมันพ่วงมากับบรรยากาศช่วงเช้า โต๊ะไม้ แก้วกาแฟของผู้ใหญ่ในบ้าน และยุคที่การชงเครื่องดื่มเองยังเป็นเรื่องปกติ
แต่คำถามคือ แล้วมันหายไปไหน?
คำตอบที่ซื่อสัตย์ที่สุดคือ ตอนนี้ยังไม่พบข้อมูลสาธารณะที่ยืนยันชัดว่าแบรนด์นี้เลิกผลิต หยุดจำหน่าย หรือเปลี่ยนช่องทางขายอย่างเป็นทางการ ดังนั้นจึงไม่ควรสรุปแทนว่า “เลิกผลิตแล้ว” หากไม่มีหลักฐานจากผู้ผลิตหรือผู้จัดจำหน่ายโดยตรง
สิ่งที่อธิบายได้มากกว่า คือบริบทของตลาดเปลี่ยนไปมาก
จากเดิมที่คนจำนวนมากซื้อกาแฟหรือโอเลี้ยงแบบซองกลับไปชงเอง ปัจจุบันเครื่องดื่มพร้อมดื่ม กาแฟกระป๋อง กาแฟขวด และร้านกาแฟสมัยใหม่เข้ามาอยู่ในชีวิตประจำวันมากขึ้น คนจำนวนไม่น้อยเลือกซื้อแบบเปิดแล้วดื่มได้ทันที เพราะสะดวกกว่าและเข้ากับชีวิตเร่งรีบ
ตลาดกาแฟพร้อมดื่มในไทยยังถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องรสชาติ แพ็กเกจจิ้ง ความสะดวก และภาพลักษณ์ของแบรนด์ เมื่อสินค้ากลุ่มใหม่มีทั้งงบการตลาด ช่องทางขาย และพื้นที่บนชั้นวางที่แข็งแรงกว่า สินค้าเก่าหรือแบรนด์เล็กจึงมีโอกาสถูกดันออกจากสายตาผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
อีกจุดหนึ่งคือร้านโชห่วยเองก็เปลี่ยนไป หลายพื้นที่มีร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และช่องทางออนไลน์เข้ามาแทนที่ บางร้านยังอยู่แต่ลดจำนวนสินค้าดั้งเดิมลง บางร้านเลือกขายเฉพาะของที่หมุนเร็ว ขายง่าย และมีคนถามหาบ่อย
เมื่อพฤติกรรมคนซื้อเปลี่ยน ชั้นวางสินค้าก็เปลี่ยนตาม
เมื่อก่อน คนซื้อเครื่องดื่มผงกลับไปชงเอง
ปัจจุบัน คนจำนวนมากซื้อกาแฟพร้อมดื่มหรือกาแฟสดระหว่างทาง
เมื่อก่อน ร้านโชห่วยเป็นศูนย์กลางของของใช้ประจำวัน
ปัจจุบัน ร้านสะดวกซื้อและออนไลน์เข้ามาแบ่งบทบาทมากขึ้น
เมื่อก่อน แบรนด์ท้องถิ่นหรือสินค้าเก่ามีพื้นที่ขายตามร้านเล็ก
ปัจจุบัน สินค้าที่ขายเร็วและมีระบบกระจายสินค้าดีกว่ามักได้พื้นที่เด่นกว่า
เพราะแบบนี้ การที่หลายคนไม่ค่อยเห็นโอเลี้ยงตรานกแก้วแล้ว จึงอาจไม่ได้แปลว่าคนเลิกชอบเสมอไป แต่อาจเป็นผลรวมของหลายอย่าง ทั้งช่องทางจำหน่ายที่เปลี่ยน พฤติกรรมการดื่มที่เปลี่ยน และการแข่งขันบนชั้นวางที่สูงขึ้น
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่การตามหาสินค้าเก่า แต่เป็นภาพเล็ก ๆ ของสังคมไทยที่เดินจากยุคร้านโชห่วย มาสู่ยุคร้านสะดวกซื้อ กาแฟพร้อมดื่ม และร้านกาแฟแทบทุกมุมเมือง
บางคนอาจจำรสชาติไม่ได้แล้ว แต่พอเห็นชื่อ “โอเลี้ยงตรานกแก้ว” ก็ยังนึกถึงบ้านเก่า โต๊ะไม้ แก้วน้ำแข็ง หรือเสียงผู้ใหญ่ชงกาแฟตอนเช้าได้ทันที
สินค้าบางอย่างจึงไม่ได้อยู่ในความทรงจำเพราะมันอร่อยที่สุดหรือดังที่สุด แต่อยู่เพราะมันเคยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่เรียบง่ายมาก่อน
ถ้าวันนี้ใครยังเจอโอเลี้ยงตรานกแก้วตามร้านเก่า ตลาดชุมชน หรือร้านขายของดั้งเดิม นั่นอาจไม่ใช่แค่การเจอเครื่องดื่มซองหนึ่ง แต่เหมือนได้เจอเศษเสี้ยวของร้านโชห่วยยุคเก่าที่ยังหลงเหลืออยู่
แหล่งที่มา: Marketeer Online / Tetra Pak / Euromonitor
อ้างอิง:
https://marketeeronline.co/archives/393552
https://www.tetrapak.com/en-th/campaigns/ready-to-drink-coffee
https://www.euromonitor.com/hot-drinks-in-thailand/report
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนด้านเทคโนโลยี ข่าวสาร และความรู้รอบตัว
| 600+ บทความ | เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
จุดที่พบปลาวาฬได้บ่อยที่สุด มีปลาวาฬชุกชุมที่สุดในเขตทะเลไทย
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
TikTok ไม่ได้อ่านใจเรา แต่ For You รู้ทันจากพฤติกรรมเล็ก ๆ
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
ทำไมเรายังส่องแฟนเก่า ทั้งที่รู้ว่ายิ่งดูยิ่งเจ็บ
บุฟเฟต์ชาบู–หมูกระทะ ทำไมร้านยังมีกำไรแม้ลูกค้ากินไม่อั้น
“กลัวจนขี้ขึ้นสมอง” สำนวนไทยที่โยงกับกุ้ง จริงแค่ไหน
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำอะไร จุดเล็กที่ช่วยให้พิมพ์แม่นขึ้น
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/6/69
5 คณะสุดแกร่ง เรียนจบแล้วตลาดแย่งตัว
จุดที่พบปลาวาฬได้บ่อยที่สุด มีปลาวาฬชุกชุมที่สุดในเขตทะเลไทย
ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำอะไร จุดเล็กที่ช่วยให้พิมพ์แม่นขึ้น
บุฟเฟต์ชาบู–หมูกระทะ ทำไมร้านยังมีกำไรแม้ลูกค้ากินไม่อั้น






