ที่เปิดกระป๋องถูกคิดค้นหลังอาหารกระป๋องถึง 48 ปี แล้วคนสมัยก่อนเปิดกินกันยังไง
ถ้าวันนี้คุณหยิบปลากระป๋องขึ้นมาแล้วหาที่เปิดไม่เจอ คุณอาจคิดว่าชีวิตลำบากแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า ครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ มนุษย์มีอาหารกระป๋องกินก่อนจะมีที่เปิดกระป๋องนานถึง 48 ปี
ฟังดูเหมือนมุกตลกจากรายการสารคดี แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และคนในยุคนั้นต้องใช้วิธีที่ดิบเถื่อนกว่าที่เราคิดมากในการเข้าถึงอาหารที่อยู่ข้างใน
จุดเริ่มต้นของอาหารกระป๋องเกิดขึ้นในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 เมื่อหลายประเทศในยุโรปกำลังมองหาวิธีเก็บอาหารให้ได้นานขึ้น โดยเฉพาะสำหรับกองทัพและการเดินเรือระยะไกล
ก่อนหน้านั้น อาหารมักเน่าเสียอย่างรวดเร็ว การเดินทางไกลหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนจึงเป็นปัญหาใหญ่ของทั้งทหารและนักสำรวจ
แนวคิดการบรรจุอาหารในภาชนะโลหะปิดสนิทจึงถือเป็นนวัตกรรมล้ำยุคในสมัยนั้น มันช่วยให้อาหารอยู่ได้นานเป็นเดือนหรือเป็นปีโดยไม่เสีย
แต่มีปัญหาเล็กๆ อยู่ข้อหนึ่ง...
ไม่มีใครคิดเรื่องการเปิดมัน
กระป๋องยุคแรกไม่ได้บางเหมือนกระป๋องในปัจจุบัน หลายใบผลิตจากแผ่นเหล็กหนามาก บางครั้งหนากว่ากระป๋องสมัยใหม่หลายเท่า เพราะเทคโนโลยีการผลิตโลหะในเวลานั้นยังไม่ก้าวหน้า
ผู้ผลิตให้ความสำคัญกับการเก็บอาหารให้อยู่รอดมากกว่าความสะดวกในการเปิด ผลลัพธ์คือได้ภาชนะที่แข็งแรงจนแทบจะเป็นอาวุธได้
เอกสารในยุคนั้นมีคำแนะนำการเปิดกระป๋องแบบตรงไปตรงมาจนน่าตกใจ คือให้ใช้ค้อนกับสิ่วทุบลงบนฝากระป๋อง หรือในบางกรณีก็ใช้มีด ปืน หรือเครื่องมือช่างเท่าที่หาได้
มีรายงานว่าทหารบางคนถึงกับใช้ดาบปลายปืนเจาะกระป๋องเพื่อเอาอาหารออกมากิน
ลองจินตนาการว่าคุณหิวจัดหลังเดินทางมาทั้งวัน แต่ก่อนจะได้กินอาหาร คุณต้องหยิบค้อนมาทุบภาชนะเหล็กก่อน นั่นคือประสบการณ์ปกติของผู้คนในยุคนั้น
ที่น่าสนใจคือ อาหารกระป๋องได้รับความนิยมและใช้งานจริงอย่างกว้างขวางอยู่เกือบครึ่งศตวรรษ ก่อนที่ใครสักคนจะคิดว่า บางทีเราอาจควรมีอุปกรณ์เฉพาะสำหรับเปิดมัน
ในปี ค.ศ. 1858 จึงมีการจดสิทธิบัตรที่เปิดกระป๋องรุ่นแรกขึ้น แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ยังดูคล้ายเครื่องมือช่างมากกว่าอุปกรณ์ในครัว และใช้งานไม่ง่ายนัก
กว่าที่ที่เปิดกระป๋องแบบหมุนที่เราคุ้นเคยจะถือกำเนิดขึ้น ก็ต้องรอการพัฒนาต่อมาอีกหลายสิบปี
เรื่องราวของที่เปิดกระป๋องเป็นตัวอย่างคลาสสิกของการพัฒนาเทคโนโลยีแบบไม่สมบูรณ์ มนุษย์มักแก้ปัญหาใหญ่ก่อน แล้วค่อยกลับมาแก้ปัญหาเล็กที่ตามมาทีหลัง
ในเวลานั้น การเก็บอาหารให้ไม่เน่าเสียถือเป็นความท้าทายระดับชาติ ส่วนความลำบากตอนเปิดกระป๋องถูกมองว่าเป็นรายละเอียดรอง
ดังนั้น คำตอบของคำถามที่ว่า ก่อนมีที่เปิดกระป๋อง มนุษย์ใช้อะไรเปิดอาหารกระป๋อง ก็คือพวกเขาใช้ค้อน สิ่ว มีด ดาบปลายปืน หรืออะไรก็ตามที่สามารถเจาะเหล็กได้ และนั่นทำให้ที่เปิดกระป๋องกลายเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์หายากที่ถูกคิดค้นขึ้นหลังจากสิ่งที่มันถูกสร้างมาเพื่อใช้งานนานถึง 48 ปีเต็ม
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่ง
วิธีรับมือเพื่อนร่วมงานขี้แซะโดยไม่ต้องทะเลาะ
เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
เปิดจังหวัดเดียวในไทย! ครองแชมป์มรดกโลก UNESCO มากที่สุด มีถึง 2 แห่งในพื้นที่เดียว
ด่วน! ขุดถนนพิษณุโลกตะลึง เจอของดีอายุ 500 ปีซ่อนใต้ดิน
เจาะมิติเลขทำมือ 1 พ.ย. 69 เทียบความเหมือนและต่าง 4 สำนัก วิเคราะห์กลุ่มตัวเลขชนกระแสหลัก
เช็กราคาน้ำมันวันนี้ 30 ต.ค. 2569 เบนซิน-ดีเซล-แก๊สโซฮอล์ ลิตรละกี่บาท ?
ทำไมผู้นำแอฟริกาย้ำเรื่องที่นั่งถาวรในคณะมนตรีความมั่นคง UN ระหว่างประชุมรัสเซีย–แอฟริกา?
หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหน
เลขวิ่งสนามบินน้ำ งวด 1 พ.ย. 69 เปิดแนวทางเลขเด่นจากใบเขียนมือ เทียบข้อมูลอีกงวดมีเลขอะไรน่าสนใจ
สรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทย
กินคลีนแบบไหนอาจส่งผลเสียต่อตับ
วิธีรับมือเพื่อนร่วมงานขี้แซะโดยไม่ต้องทะเลาะ
รหัสลับใต้รอยแต้ม : ถอดรหัส "จุดแดงมุมปาก" ของสนมวังหลังสู่แฟชั่นสะเทือนประวัติศาสตร์
โพสต์ของทรัมป์มีมูลค่ามหาศาล! รายงานระบุว่าบลูมเบิร์กและอีกสองบริษัทสมัครใช้บริการในราคา 100,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน เพื่อให้เข้าถึงโพสต์ของเขาได้เร็วขึ้น 50 มิลลิวินาที
เที่ยวคนเดียวครั้งแรกอย่างไรให้สบายใจ
เจาะมิติเลขทำมือ 1 พ.ย. 69 เทียบความเหมือนและต่าง 4 สำนัก วิเคราะห์กลุ่มตัวเลขชนกระแสหลัก
กินคลีนแบบไหนอาจส่งผลเสียต่อตับ
นอนน้อยทำให้หิวบ่อย! เมื่อการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลต่อฮอร์โมนควบคุมความอยากอาหาร
มังกรโคโมโดนักล่าผู้ใช้กลยุทธ์กัดครั้งเดียวแล้วรอเหยื่ออ่อนแรง!
แอนตาร์กติกาสู่ “ทวีปสีเขียว” เมื่อมอสและสาหร่ายเริ่มขยายพื้นที่ท่ามกลางโลกที่ร้อนขึ้น
เปิดจังหวัดเดียวในไทย! ครองแชมป์มรดกโลก UNESCO มากที่สุด มีถึง 2 แห่งในพื้นที่เดียว