ทำไมซาสี่ถึงมีกลิ่นเหมือนน้ำมันมวย จนคนไทยจำได้ไม่เคยลืม
มีน้ำอัดลมอยู่ชนิดหนึ่งที่หลายคนไม่ได้จำรสชาติเป็นอย่างแรก แต่จำกลิ่นได้ทันทีตั้งแต่เปิดฝา บางคนเรียกมันว่า "น้ำยาหม่องที่ดื่มได้" บางคนบอกว่ากลิ่นเหมือนน้ำมันมวย ส่วนอีกหลายคนแค่ได้กลิ่นก็ย้อนกลับไปนึกถึงร้านโชห่วยหน้าปากซอย หรือช่วงหลังเลิกเรียนในวัยเด็กทันที
เครื่องดื่มนั้นก็คือ ซาสี่ (Sarsi) น้ำอัดลมสีเข้มที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนโคล่า ไม่เหมือนรูทเบียร์ และยังเป็นหนึ่งในเครื่องดื่มที่ทำให้คนไทยแบ่งออกเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน คือคนที่ชอบมาก กับคนที่ลองครั้งเดียวก็พอ
สิ่งที่น่าสนใจก็คือ กลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่มีที่มาทางประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าที่หลายคนคิด
ชื่อของซาสี่มีต้นกำเนิดมาจากพืชสมุนไพรที่เรียกว่า Sarsaparilla ซึ่งเคยถูกใช้ในตำรับยาพื้นบ้านของยุโรปและอเมริกามาตั้งแต่หลายร้อยปีก่อน โดยในอดีตมีการนำรากของพืชชนิดนี้มาทำเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร ก่อนจะพัฒนากลายมาเป็นน้ำอัดลมที่ได้รับความนิยมในหลายประเทศ
ต่อมาในช่วงทศวรรษ 1960 มีการศึกษาพบว่าสาร Safrole ที่เคยใช้แต่งกลิ่นในผลิตภัณฑ์บางชนิด อาจมีความเสี่ยงต่อสุขภาพในปริมาณสูง ทำให้ผู้ผลิตจำนวนมากต้องปรับสูตร และเลือกใช้สารแต่งกลิ่นชนิดอื่นทดแทน
แม้สูตรจะเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่ซาสี่ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์เรื่องกลิ่นเอาไว้ได้ จนกลายเป็นจุดเด่นที่ไม่มีน้ำอัดลมชนิดอื่นเลียนแบบได้ง่าย ๆ
นักวิทยาศาสตร์อธิบายว่า ความรู้สึกที่หลายคนบอกว่าซาสี่มีกลิ่นคล้ายยาหม่องหรือน้ำมันมวย อาจเกี่ยวข้องกับสารที่ชื่อว่า Methyl Salicylate ซึ่งเป็นสารที่ให้กลิ่นแนวเดียวกับผลิตภัณฑ์บรรเทาอาการปวดเมื่อยที่คนไทยคุ้นเคย
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายคนถึงรู้สึกว่า กลิ่นของซาสี่ไม่ได้ทำให้นึกถึงน้ำอัดลม แต่กลับนึกถึงตู้ยาสามัญประจำบ้าน หรือกระปุกยาหม่องที่วางอยู่ในบ้านคุณปู่คุณย่าเสียมากกว่า
ที่น่าสนใจคือ ซาสี่ไม่ได้ได้รับความนิยมเหมือนกันทุกประเทศ บางพื้นที่นิยมดื่มคู่กับอาหารจานหนัก ขณะที่บางแห่งมีการดัดแปลงวิธีดื่มจนกลายเป็นวัฒนธรรมเฉพาะท้องถิ่น
| ประเทศ | ลักษณะเด่น |
| ฟิลิปปินส์ | นิยมดื่มคู่กับหมูหันและอาหารรสเข้ม |
| ไต้หวัน | มีการเติมเกลือลงในเครื่องดื่ม |
| ไทย | หลายคนจดจำได้ในชื่อแบรนด์ไฮมาร์ค |
สำหรับคนไทยที่เติบโตในยุค 80-90 ชื่อ ไฮมาร์ค อาจคุ้นหูมากกว่าคำว่าซาสี่เสียอีก เพราะเคยเป็นหนึ่งในน้ำอัดลมยอดนิยมของยุคนั้น ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายจากตลาดไปช่วงหนึ่ง และกลับมาวางจำหน่ายอีกครั้งในเวลาต่อมา
ฟังดูเป็นเพียงเรื่องของน้ำอัดลมขวดหนึ่ง แต่จริง ๆ แล้วซาสี่กลับเชื่อมโยงทั้งประวัติศาสตร์สมุนไพร วิทยาศาสตร์ด้านกลิ่น และความทรงจำของคนหลายรุ่นเอาไว้ในเครื่องดื่มเพียงขวดเดียว
บางคนได้กลิ่นแล้วนึกถึงยาหม่อง บางคนนึกถึงน้ำมันมวย บางคนนึกถึงร้านโชห่วยหน้าปากซอย และอีกหลายคนก็นึกถึงช่วงเวลาหลังเลิกเรียนที่ได้ดื่มน้ำเย็น ๆ สักขวดแล้วรู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก
แล้วคุณล่ะ? อยู่ทีม "ชอบซาสี่" หรือ "ไม่ไหวกับกลิ่นนี้" และกลิ่นของซาสี่ทำให้คุณนึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก?
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
5 ตลาดนัดที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิดแนวทางเลขเด็ด "อาจารย์หนู" งวดวันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม 2569
รวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 2569
ใส่มาตั้งนาน เพิ่งรู้! ทำไมรองเท้า Converse ถึงต้องมี "รูเล็ก ๆ 2 รู" อยู่ข้างเท้า?
6 อาหารอุ่นซ้ำ กลายเป็นสารพิษหรือมะเร็ง จริงหรือไม่
8 รถจักรยานยนต์ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทย
แชร์เทคนิคเขียนบทความ Postjung จากคนที่ลองผิดลองถูกเอง






