"ยิ่งสูงยิ่งหนาว" เป็นความจริงทางสังคมและทางธรรมชาติ!
"ยิ่งสูงยิ่งหนาว" เป็นความจริงทางสังคมและทางธรรมชาติ!
ในทางภูมิศาสตร์และอุตุนิยมวิทยา ยิ่งระดับความสูงเพิ่มขึ้น อุณหภูมิของอากาศจะยิ่งลดลง โดยที่ระดับความสูงปกติ อุณหภูมิจะลดลงประมาณ 0.6 องศาเซลเซียสทุกๆ ความสูงที่เพิ่มขึ้น100 เมตร แม้ว่าพื้นที่สูงจะขยับเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากขึ้น แต่โลกไม่ได้ รับความร้อนจากแสงอาทิตย์โดยตรง
ในทางสังคม สำนวน "ยิ่งสูงยิ่งหนาว" เป็นสุภาษิตที่เปรียบเปรยถึงการก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น อำนาจที่มากขึ้น หรือความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ มักจะแลกมาด้วยความโดดเดี่ยว ไร้มิตรแท้ และความกดดันที่มากขึ้น
"ยิ่งสูงยิ่งหนาว" มีที่มาจาก นิทานสุภาษิตจีน (成语) คำนี้มักใช้เปรียบเทียบถึงคนที่มีตำแหน่งหน้าที่การงานสูงขึ้น มีอำนาจมากขึ้น หรือมีความรู้ความสามารถโดดเด่นกว่าคนอื่น มักจะหาคนที่เข้าใจหรือเป็นเพื่อนแท้ได้ยากขึ้น คล้ายกับความหมายที่ว่า “ต้นไม้สูงมักมีลมพัดแรง” หรือ “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” ตามสภาพภูมิศาสตร์สำหรับในประเทศไทย
ทางด้านสังคมไทยอาจเทียบเคียงได้กับบริบทต่าง ๆ ดังนี้:
"ดีเกินไปจนคนเข้าไม่ถึง" (ใช้กับผลงาน วรรณกรรม หรือศิลปะ)" พูดคนละภาษา" หรือ "คุยกันคนละระดับ" (ใช้ในเชิงความคิดหรือความรู้ที่ห่างกันเกินไป)
"โดดเดี่ยวบนยอดเขา" (สะท้อนถึงความโดดเดี่ยวของผู้ที่มีความสามารถสูงส่ง)
ผู้ที่ทำให้สำนวนนี้เป็นที่รู้จักในไทย แบ่งเป็น 2 แหล่งหลัก:
1. นิทานสุภาษิตจีน (成语 - เฉิงอี่ว์)ในทางวรรณกรรมจีน มีรากฐานมาจากสำนวน "曲高和寡" (ชวีเกาเฮ่อกว่อ) แปลตรงตัวว่า ***เพลงที่มีท่วงทำนองสูงส่ง ย่อมมีผู้ร่วมร้องหรือเข้าใจได้น้อย*** ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่สมัยจ้านกั๋ว (ยุครัฐศึก) โดย ซ่งอวี้ (Song Yu) กวีเอกแห่งแคว้นฉู่ ได้อธิบายไว้เพื่อเปรียบเปรยว่า คนที่มีความรู้ ความสามารถ หรือคุณธรรมสูงส่งเกินกว่าคนทั่วไป ย่อมหาเพื่อนแท้และผู้ที่เข้าใจตนเองได้ยาก
เช่นเดียวกับนักร้องคนหนึ่งร้องเพลงในเมืองหลวง ตอนที่เขาร้องเพลงพื้นบ้านทั่วไป มีคนร้องตามได้เป็นพันคน แต่พอเขาเปลี่ยนไปร้องเพลงที่ท่วงทำนองวิจิตรและสูงส่งขึ้นเรื่อย ๆ คนที่ร้องตามได้ก็เหลือเพียงไม่กี่สิบคน
ซ่งอวี้ ต้องการสื่อว่า ไม่ใช่เพราะเพลงไม่ดี แต่เป็นเพราะความคิดของเขาสูงส่งเกินกว่าที่คนธรรมดาจะเข้าใจได้ อย่างที่เรียกว่า "สูงส่งเกินเอื้อม" หรือ "ลึกซึ้งจนหาคนเข้าใจยาก"
2. วงการเพลงไทย (เพลง "ยิ่งสูงยิ่งหนาว")สำหรับในบริบทของสังคมไทยยุคปัจจุบัน สำนวนนี้ถูกทำให้เป็นที่จดจำอย่างแพร่หลายในฐานะชื่อเพลง "ยิ่งสูงยิ่งหนาว" ขับร้องโดย เต๋อ - เรวัต พุทธินันทน์ ซึ่งแต่งขึ้นใน พ.ศ. 2526 โดยมีเนื้อร้องดังนี้
***ก่อนตะวัน ลับแนวเหลี่ยมภูผาหมอกจางตา ฟ้าร่วมกันท้าทายขุนเขายิ่งใหญ่ ทางเดินห่างลับไกลบุกเดินไป ไม่เคยหวั่นเขาสูงล้ำค้ำฟ้าตระหง่านเหล่าภัยพาล คืบคลานเป็นเงายิ่งสูงยิ่งหนาว ยอดเขายังห่างอยู่บนทางนึกหวั่น นึกพรั่นความหนาวเปรียบคนเรา เหมือนดั่งขึ้นภูเขาฝ่าไปเอา หมายตัวเราก้าวไกลสูง สูงขึ้นไป ใครจะอยู่ข้างเรากิเลสยุเย้า ให้ปืนป่ายไร้มิตรแท้ ถึงแม้ยิ่งใหญ่ใหญ่เกินไป ไม่มีใครเอายิ่งสูงยิ่งหนาว ยิ่งเหงายิ่งห่างอยู่บนทางนึกหวั่น นึกพรั่นความหนาว***
เพลง : ยิ่งสูงยิ่งหนาว
ศิลปิน : เรวัต พุทธินันทน์
คำร้อง : เรวัต พุทธินันทน์
ทำนอง : อัสนี โชติกุล
เรียบเรียง : อัสนี โชติกุล
โพสท์โดย Fukurou
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
6 อำเภอที่ธรรมชาติสวยที่สุดใน ประเทศไทย สัมผัสเสน่ห์ป่าเขา ทะเล และสายหมอกที่งดงามระดับโลก
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคน
อย่าตบ "แมลงหวี่ขน" ซ่อนอันตรายที่คาดไม่ถึง หมอยกเคสเตือผู้ป่วยต้องควักลูกตา!
เลขท้าวเวสสุวรรณ งวด 1 สิงหาคม 2569
6 ชุมชนที่อนุรักบ้านเก่าได้ดีที่สุดในประเทศไทย เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังมีชีวิต
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/8/69
ปฏิทินคำชะโนด งวด 1 สิงหาคม 2569 เปิดเลขเด่นในปฏิทิน
ทำไมเวลาเรา ส่องกระจก ถึงรู้สึกว่าตัวเองดูดีกว่าใน รูปถ่าย
มัดรวมเลขเด็ดงวด1สิงหาคม2569
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
ป่าช้าหรือสุสานขนาดใหญ่ที่สุด ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร
เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคน
น้ำมันทอดซ้ำอันตรายแค่ไหน ทำไมสีเข้ม กลิ่นเหม็น และฟองเยอะคือสัญญาณที่ไม่ควรมองข้าม




