หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จาก “เสื้อกะลาสีเรือ” สู่ “คอซอง” เครื่องแบบเด็กม.ต้นไทย


เขียนโดย Mind Matter

เครื่องแบบนักเรียนหญิงมัธยมศึกษาตอนต้นของไทยที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างเสื้อคอปกกะลาสีผูกโบเส้นเล็ก ๆ ที่เรียกกันติดปากว่าเสื้อคอซองนั้น มีเรื่องราวความเป็นมาที่ยาวนานและน่าสนใจอย่างยิ่ง หากสืบย้อนกลับไปถึงต้นตอของสไตล์และแนวทางของเครื่องแบบชุดนี้ จะพบว่าได้รับอิทธิพลมาจากชุดกะลาสีเรือ (Sailor Suit) ของทหารเรือตะวันตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากกองทัพเรืออังกฤษในอดีต

ซึ่งในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ชุดกะลาสีได้รับความนิยมอย่างมากจนถูกนำมาดัดแปลงเป็นชุดสำหรับเด็กและชุดนักเรียนในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากให้ความรู้สึกที่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน และดูสมวัย ต่อมาทางญี่ปุ่นก็ได้รับเอาแนวคิดนี้ไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องแบบนักเรียนหญิงที่เรียกกันว่าเซเลอร์ฟูกู ซึ่งประเทศไทยเราเองก็ได้รับอิทธิพลและแรงบันดาลใจจากกระแสแฟชั่นเครื่องแบบระดับสากลนี้มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของสังคมไทยเช่นกัน

สำหรับคำว่า คอซอง ที่ใช้เรียกโบผูกคอเสื้อตัวนี้ มีข้อสันนิษฐานหลายอย่าง เช่น

1.เป็นคำประสมในภาษาไทย โดยเป็นการรวมคำว่า "คอ" เข้ากับ "ซอง" (ช่อง) ซึ่งหมายถึง ผ้าผูกคอหรือผ้าพันคอที่ผูกลอดผ่านห่วงหรือช่องใต้คอเสื้อ เมื่อพิจารณาจากลักษณะของเสื้อคอซองในยุคแรก (และบางโรงเรียนในปัจจุบัน) ตัวปกเสื้อกะลาสีด้านหลังจะต่อยาวมาด้านหน้าเป็นแถบสองข้าง และตรงกลางอกจะมี "ช่องหรือซองผ้า" ขนาดเล็กเย็บติดไว้เพื่อให้สอดปลายผ้าผูกหรือโบเข้าไป หรือลักษณะของตัวโบเองที่มีการเย็บทบจนเกิดช่องให้สอดสายผ้าเข้าไปได้ คนไทยในยุค นั้นจึงเรียกเสื้อที่มีลักษณะการสอดผ้าเข้าช่องตรงคอเสื้อแบบนี้ว่า "เสื้อคอซอง" ซึ่งเป็นการเรียกตามลักษณะทางกายภาพที่เห็นเด่นชัด

2.คาดว่าเพี้ยนมาจากคำในภาษาฝรั่งเศสคือคำว่า ชอสซง (Chausson) ซึ่งในบริบทดั้งเดิมของภาษาฝรั่งเศส คำนี้สามารถหมายถึง รองเท้าถักของเด็กอ่อน รองเท้าเต้นบัลเล่ต์ หรือขนมอบชนิดหนึ่งที่มีลักษณะพับทบไปมา ซึ่งมีลักษณะเหมือนการสวมใส่ในยุคแรกเริ่มที่มีการสอดสายผ้าเข้าไปในช่อง จึงเกิดการเรียกขานกันในสำเนียงไทยจนกลายมาเป็นคอซองในปัจจุบัน

โดยการแต่งกายรูปแบบนี้เริ่มมีวิวัฒนาการและถูกกำหนดให้เป็นมาตรฐานอย่างชัดเจนในช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475 ซึ่งเป็นยุคที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการวางรากฐานระบบการศึกษาและการสร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชาติอย่างมาก โดยมีการออกพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช 2482 ในสมัยของจอมพล ป. พิบูลสงคราม เพื่อกำหนดให้การแต่งกายของนักเรียนทั่วประเทศมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน เครื่องแบบเสื้อคอปกกะลาสีผูกโบสีกรมท่าหรือสีดำคู่กับกระโปรงจีบขอบรอบตัวจึงได้เริ่มประกาศใช้และกลายเป็นภาพจำของเด็กนักเรียนหญิงมัธยมต้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

หากถามว่าก่อนหน้าที่จะมีชุดคอซองนี้นักเรียนหญิงไทยแต่งกายกันอย่างไร คงต้องมองย้อนกลับไปในยุคเริ่มแรกของการตั้งโรงเรียนกุลสตรีในสมัยรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 ซึ่งในยุคโบราณนั้นยังไม่มีเครื่องแบบที่เป็นแบบแผนตายตัวเหมือนในปัจจุบัน หญิงสาวที่เข้ารับการศึกษาในโรงเรียนยุคแรกมักจะนุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแขนยาวผ้าลูกไม้แบบตะวันตกที่นิยมในสมัยนั้น หรือสวมเสื้อผ่าอกแขนสามส่วนแล้วห่มสไบทับตามประเพณีนิยม ต่อมาในยุคหลังจนถึงช่วงก่อนปี 2482 หญิงสาวเริ่มเปลี่ยนมานุ่งผ้าซิ่นยาวเลยเข่าแทนโจงกระเบนเพื่อให้มีความคล่องตัวและดูทันสมัยมากขึ้นตามกระแสการเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตก เสื้อที่สวมใส่ก็จะเป็นเสื้อผ้าฝ้ายหรือผ้าป่านสีขาวธรรมดา คอตั้งหรือคอกลม ไม่มีโบผูกคอเสื้อแต่อย่างใด

จนกระทั่งเกิดการปฏิรูปรูปแบบเครื่องแบบนักเรียนครั้งใหญ่เพื่อมุ่งเน้นความเป็นสากลและความเป็นระเบียบเรียบร้อย ชุดคอซองจึงได้ถือกำเนิดขึ้นมาทดแทนผ้าซิ่นและเสื้อแบบเดิม ๆ การเปลี่ยนแปลงในครั้งนั้นทำให้เครื่องแบบนักเรียนหญิงมัธยมต้นของไทยกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันตกและระเบียบวินัยของไทยได้อย่างลงตัว ชุดนี้ไม่เพียงแต่บอกถึงระดับการศึกษาว่าอยู่ในช่วงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นเท่านั้น แต่ยังเป็นชุดที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตและวัยเยาว์ของเด็กผู้หญิงไทยมาหลายทศวรรษ ผ่านร้อนผ่านหนาวและแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างหลักเลยตลอดระยะเวลาเกือบหนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา กลายเป็นภาพความทรงจำที่สะท้อนถึงช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้และการเติบโตในสังคมไทยอย่างต่อเนื่องยาวนานมาจนถึงทุกวันนี้

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 195 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนGPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตาจังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียมรู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้งนาคาหอบทรัพย์ เปิดเลขเด่น 2 ตัวเน้น ๆ งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569เรื่องจริงใกล้ตัว! ทำไมเราถึงจำฝันแม่นตอนตื่นนอนใหม่ๆ แต่พอสายกลับลืมสนิท?เสือตกถังพลังเงินดี งวด 16 ต.ค. 2569 เปิดเลขเด่น 1 เลขรอง 5 พร้อมชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขเบิ้ลจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวกล่องสุ่มทำให้เราอยากเปิดต่อไปอีกเรื่อยๆเลขปิงปอง "น้องเพชรกล้า" 16 ตุลคม 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทยทำไม “สัปดาห์อวกาศโลก” ต้องเป็นวันที่ 4–10 ตุลาคม และปี 2026 ทำไมถึงพูดเรื่อง “Rocket Revolution”?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
นกฮูกกับนกแสกแตกต่างกันอย่างไรเปิดรายได้คนขับรถบรรทุกในไทย วิ่งงานหนึ่งเที่ยวมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างงู 8 ชนิดที่อาจพบได้ใกล้บ้าน วิธีสังเกตและข้อควรระวังเมื่อพบเจอ10 สะพานที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย สร้างขึ้นเพื่อแก้ปัญหาอะไรและมีความสำคัญอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่