ทำไมเสียงเคี้ยวข้าวหรือเสียงกดปากกาถึงทำให้เราหงุดหงิดจนทนไม่ได้
ลองนึกถึงสถานการณ์นี้ คุณกำลังนั่งทำงานอยู่เงียบ ๆ แล้วคนข้าง ๆ เริ่มกดปากกาซ้ำ ๆ หรือมีใครบางคนเคี้ยวข้าวเสียงแจ๊บ ๆ อยู่ใกล้ ๆ สำหรับบางคน เสียงเหล่านี้อาจเป็นแค่เสียงเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับอีกหลายคน มันกลับทำให้หงุดหงิดจนแทบอยากลุกหนีทันที
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้แปลว่าคุณเป็นคนขี้รำคาญเสมอไป ในบางกรณี มันอาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่เรียกว่า Misophonia หรือภาวะเกลียดเสียงเฉพาะอย่าง
Misophonia คือภาวะที่เสียงบางประเภทกระตุ้นอารมณ์รุนแรงผิดปกติ เช่น โกรธ เครียด ขยะแขยง หรืออยากหนีออกจากสถานการณ์ทันที เสียงที่พบบ่อยได้แก่ เสียงเคี้ยวอาหาร เสียงดูดน้ำ เสียงกลืนน้ำลาย เสียงหายใจ เสียงกดปากกา หรือเสียงเคาะโต๊ะซ้ำ ๆ
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความดังของเสียงเสมอไป เพราะบางครั้งเสียงนั้นอาจเบามาก แต่กลับกระตุ้นอารมณ์ได้รุนแรงกว่าเสียงดังทั่วไป เช่น เสียงรถบนถนนหรือเสียงเพลงในร้านอาหารเสียอีก
นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่า Misophonia เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงระหว่างสมองส่วนที่ประมวลผลเสียงกับสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และการตอบสนองต่อภัยคุกคาม เมื่อได้ยินเสียงกระตุ้น สมองอาจตีความเสียงนั้นว่าเป็นสิ่งรบกวนอย่างรุนแรง แม้ในความเป็นจริงจะไม่ได้มีอันตรายก็ตาม
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่มีอาการลักษณะนี้ไม่ได้แค่รู้สึกว่าเสียงน่ารำคาญ แต่ร่างกายอาจตอบสนองจริง เช่น หัวใจเต้นเร็ว กล้ามเนื้อเกร็ง หายใจไม่สบาย หรือรู้สึกอยากออกจากห้องทันที
สิ่งที่ทำให้ภาวะนี้ซับซ้อนคือ เสียงเดียวกันอาจไม่ได้สร้างปัญหาเท่ากันทุกสถานการณ์ หากเป็นเสียงเคี้ยวของตัวเองอาจไม่รู้สึกอะไร แต่ถ้าเป็นเสียงจากคนอื่น โดยเฉพาะในพื้นที่เงียบ ๆ หรือจากคนที่อยู่ใกล้มาก อาการกลับรุนแรงขึ้นทันที
บางคนยังรู้สึกผิดหลังจากหงุดหงิด เพราะรู้ว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตั้งใจทำอะไรผิด แต่ความรู้สึกในร่างกายกลับเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะควบคุมได้ทัน
Misophonia จึงไม่ใช่เรื่องของความใจแคบอย่างเดียว แต่เป็นประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสที่สมองตอบสนองต่อเสียงบางชนิดอย่างเกินระดับปกติ
อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทุกคนที่รำคาญเสียงเคี้ยวหรือเสียงกดปากกาจะต้องเป็น Misophonia เสมอไป ความรำคาญทั่วไปสามารถเกิดขึ้นได้จากความเหนื่อย ความเครียด การนอนน้อย หรือการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ต้องใช้สมาธิสูง
แต่หากเสียงบางประเภททำให้เกิดอารมณ์รุนแรงซ้ำ ๆ จนกระทบความสัมพันธ์ การทำงาน การเรียน หรือการใช้ชีวิตประจำวัน การเข้าใจว่ามันอาจเป็นภาวะทางสมองและอารมณ์ ไม่ใช่นิสัยเสีย จะช่วยให้จัดการได้ดีขึ้น
วิธีรับมืออาจเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสถานการณ์กระตุ้นเมื่อจำเป็น ใช้หูฟัง เปิดเสียงพื้นหลังเบา ๆ หรือสื่อสารกับคนใกล้ตัวอย่างสุภาพว่าเสียงบางอย่างทำให้รู้สึกไม่สบายจริง ๆ ไม่ใช่เพราะตั้งใจจับผิด
ดังนั้น เหตุผลที่เสียงเคี้ยวข้าวแจ๊บ ๆ หรือเสียงกดปากกาซ้ำ ๆ ทำให้บางคนหงุดหงิดจนแทบทนไม่ได้ ไม่ได้เกิดจากความเรื่องมากเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับวิธีที่สมองเชื่อมโยงเสียงบางชนิดเข้ากับอารมณ์และระบบตอบสนองต่อความเครียด สำหรับบางคน เสียงเล็ก ๆ ที่คนอื่นมองข้าม อาจดังราวกับสัญญาณเตือนภัยอยู่ในหัว และนั่นคือเหตุผลที่ Misophonia เป็นเรื่องจริงจังมากกว่าคำว่า ขี้รำคาญ อย่างที่หลายคนเข้าใจ
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
FTC เตือนให้ผู้ใช้งานระวัง Captcha ปลอม ที่สามารถนำพาไปสู่การติดมัลแวร์ได้
Airways กับ Airlines ต่างกันตรงไหน ทำไมสายการบินเลือกใช้ไม่เหมือนกัน
3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อน
ทำไม "เทวกุล" ต้องเขียน "Devakula" ทำไมไม่สะกดตรงตัว?
ปิดด่านไทย-กัมพูชา ทำไมแรงงานกลับบ้านอาจสะเทือนเศรษฐกิจเขมรหนัก
ทำไมสามชั้นในร้านบุฟเฟต์บางแห่ง เนื้อกับชั้นไขมันขาดออกจากกันง่ายๆ? ใช่สามชั้นปลอมรึเปล่า?
การเลี้ยงครั่ง อาชีพเงินล้านของหลายๆคน
เลขเด็ดงวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69..คำนวณตามตารางเลขกำลังวัน รับประกันแม่นยำ!
สะพานห้วยตอง ทางโค้งกลางหุบเขา จุดจำของคนเดินทางบนทางหลวงหมายเลข 12
มาทำความรู้จักกับ "แปดกองธง" ผู้คอยค้ำจุนราชวงศ์ชิง
นกฮูกหมุนหัวได้เกือบรอบวง มุมมองโครงสร้างคอที่ช่วยให้มองด้านหลังได้โดยไม่ต้องขยับตัว
มดตัวเล็กแต่ยกของหนักกว่าตัวเองได้หลายสิบเท่า แรงจากสิ่งเล็กที่เปลี่ยนมุมมองความแข็งแกร่ง
ค้างคาวใช้เสียงมองโลกผ่านการสะท้อนกลับที่ช่วยสร้างภาพในความมืด
มันฝรั่งมีตา แต่ตานั้นไม่ใช่ดวงตา ความลับจุดเริ่มต้นของชีวิตใหม่บนหัวมันฝรั่ง