อภิสิทธิ์นำพรรคฟ้าดับแสงสีส้มในรอบ 12 ปี
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์นำสมาชิกในพรรคอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรอย่างมืออาชีพและอดีตเคยเป็นดาวสภาฯดับรัศมีการอภิปรายของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิในฐานะผู้นำฝ่ายค้านและสมาชิกพรรคประชาชน หลังกลับเข้าเป็นผู้แทนราษฎรในรอบ 12 ปี
การอภิปรายรัฐบาลในสภาฯของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เต็มไปด้วยเหตุผลและข้อเสนอแนะ ย้ำให้เห็นการทำงานของพรรคฝ่ายค้านที่มีคุณภาพ ปราศจากอคติหรือความเกลียดชัง ทำให้ประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนที่ไม่เคยเห็นการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์เกิดการเปรียบเทียบกับการอภิปรายของสมาชิกพรรคประชาชน ที่มักนำความเกลียดชังส่วนตัวมาก่อนเนื้อหาในการอภิปราย
ประกอบกับกระแสความไม่พอใจของผู้สนับสนุนที่พรรคตั้ง ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. พร้อมกับคำถามว่าอุดมการณ์พรรคเปลี่ยนไปแล้วหรือ?
หลังจากพรรคประชาชนได้เปิดตัว ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานที่ปรึกษายุทธศาสตร์ทีมผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เพื่อช่วยสนับสนุนและให้คำปรึกษาแก่ ดร.โจ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ของพรรคในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น
พร้อมกับมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้สนับสนุนและเกิดกระแสตีกลับจากสมาชิกและผู้สนับสนุนพรรคประชาชนบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย โดยตั้งคำถามในกลุ่มผู้สนับสนุนว่าเป็นการ "สับสนทางอุดมการณ์" หรือเป็นกลยุทธ์ที่แลกมาด้วยความรู้สึกของมวลชนเพื่อหวังชัยชนะในสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เพราะในอดีต ศ.ดร.สุรพล เคยดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในยุคหลังการทำรัฐประหารปี 2549 เคยทำงานร่วมกลุ่มทำรัฐประหาร ปี 2557 รวมถึงเคยมีทัศนคติทางการเมืองที่ใกล้เคียงกับกลุ่ม กปปส. และกลุ่มเสื้อเหลืองในอดีต คือการขอพระราชทานนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 7 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 ซึ่งถูกมองว่าขัดกับอุดมการณ์ดั้งเดิมของพรรค
โดยพรรคประชาชนให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องดึงผู้เชี่ยวชาญมาเสริมเพื่อยกระดับการต่อสู้กับโครงสร้างเดิมและรับมือระบอบสีน้ำเงิน
ที่ผ่านมาฐานทางการเมืองของพรรคยังไม่เพียงพอ ศ.ดร.สุรพลมีความเชี่ยวชาญด้านกลไกราชการ เป็นนักกฎหมายมหาชนระดับอาจารย์ และอดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีประสบการณ์การกระจายอำนาจ มีส่วนร่วมในการให้คำปรึกษากฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกับการจัดระเบียบบริหารราชการ กทม.การดึงแนวร่วมเป็นการโอบรับผู้ที่เคยเห็นต่างเพื่อร่วมกันต่อสู้และสร้างสรรค์เมือง
ระบอบสีน้ำเงิน คืออะไร?
สถานการณ์การเมืองทำให้หัวหน้าพรรคประชาชนไม่สามารถอยู่นิ่งต่อไปด้วยเกรงว่าจะสูญเสียมวลชน จึงสร้าง "กระแสระบอบสีน้ำเงิน" ขึ้นมาเพื่อตรึงผู้สนับสนุนว่าอุดมการณ์ของพรรคยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
ส่วนคำว่า "ระบอบสีน้ำเงิน" เป็นวาทกรรมทางการเมืองที่พรรคประชาชนนำมาใช้เพื่อวิพากษ์วิจารณ์เครือข่ายอำนาจของพรรคภูมิใจไทย โดยอ้างถึงการขยายอิทธิพลทางการเมืองและกลไกรัฐที่เชื่อมโยงกับแกนนำคนสำคัญ ซึ่งถูกมองว่ากำลังแผ่ขยายอิทธิพลอย่างมั่นคงผ่านโครงสร้างบริหารประเทศเท่านั้นหรือมีความหมายครอบคลุมโยงใยไปถึงระดับไหน? ยังคงเป็นคำถามอยู่
เขียนโดย Fukurou
พนักงานกะดึกร้านสะดวกซื้อ ทำอะไรบ้างตอนคนส่วนใหญ่หลับ
แม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
เบื้องหลัง Poltergeist หนังผีปี 1982 เรื่องไหนจริง เรื่องไหนเป็นตำนาน
รีวิวหนังดัง TENET ในรูปแบบ Blu-ray disc
ปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
ของไม่เกิน 50 บาทในร้านสะดวกซื้อ เลือกแบบไหนถึงคุ้มจริง
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย
เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
หินทรงเต่ากลางไร่มันครบุรี จุดแปลกธรรมชาติที่คนโคราชแวะดู
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้ม
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย





