ขนมเกิดขึ้นเมื่อใด? ทำไมตัองมีขนม?
ขนมเกิดขึ้นเมื่อใด?
ขนม (หรืออาหารหวาน) มีประวัติศาสตร์ยาวนานมากกว่า 10,000 ปี
ขนมมีมาตั้งแต่สมัยโบราณเลย ในไทยมีหลักฐานว่าเริ่มทำขนมกันตั้งแต่ยุค สุโขทัย แล้ว หนังสือ ไตรภูมิพระร่วง เอ่ยถึง “ขนมต้ม” ไว้ ส่วนสมัยอยุธยา จดหมายเหตุก็พูดถึง “กระทะขนมครก ขนมเบื้อง” และ “ย่านป่าขนม” ที่ขายขนมชะมด กงเกวียน สำปันนี
ถ้าดูแบบสากล อย่าง ขนมไหว้พระจันทร์ ของจีน ก็มีจุดเริ่มต้นช่วง 1,046-256 ปีก่อนคริสตกาล สมัยราชวงศ์โจว มาจากพิธีเก็บเกี่ยวบูชาดวงจันทร์ ส่วนการกินขนมไหว้พระจันทร์จริง ๆ เริ่มสมัยราชวงศ์ถัง ค.ศ. 618-907
ยุคก่อนประวัติศาสตร์ มนุษย์ยุคแรกค้นพบความหวานจากธรรมชาติ เช่น น้ำผึ้ง ผลไม้สุก และน้ำอ้อย หลักฐานการใช้น้ำผึ้งพบในถ้ำสเปนอายุกว่า 8,000 ปี
อียิปต์โบราณ (~3,000 ปีก่อน ค.ศ.) มีการทำขนมจากน้ำผึ้ง อินทผลัม และถั่ว ถือเป็นอาหารของชนชั้นสูงและใช้ในพิธีกรรมทางศาสนา
กรีกและโรมัน (~500 ปีก่อน ค.ศ.) พัฒนาขนมปังหวาน เค้ก และขนมจากธัญพืชผสมน้ำผึ้ง
การค้นพบน้ำตาล (~500 ค.ศ.) อินเดียเป็นชาติแรกที่ผลิตน้ำตาลจากอ้อยได้ ทำให้ขนมแพร่หลายสู่โลกอาหรับและยุโรปตามเส้นทางสายไหม
สรุปคือ ขนมอยู่กับมนุษย์มาเป็นพันปีแล้ว ตั้งแต่ยุคที่เรารู้จักปลูกข้าว ทำแป้ง ใช้น้ำตาล
ทำไมต้องมีขนม? มีหลายเหตุผลหลักๆ ที่คนเราสร้างขนมขึ้นมา
1. พิธีกรรมและความเชื่อ
ขนมใช้เป็นเครื่องบูชาและสื่อความหมายมงคล ขนมไหว้พระจันทร์ทรงกลมสื่อถึงความสามัคคี ความอุดมสมบูรณ์ และใช้สักการะเทพีฉางเอ๋อ ขนมไทยก็ใช้ในงานบุญ งานแต่ง ถวายพระ อย่างทองหยิบ ฝอยทอง หม้อแกง
2. การเมืองและการรวมใจ
บางครั้งขนมเป็นเครื่องมือทางประวัติศาสตร์ เช่น ขนมไหว้พระจันทร์เคยใช้ซ่อนจดหมายนัดกันกู้ชาติจากมองโกล สมัยราชวงศ์หยวน ทรงกลมยังเป็นสัญลักษณ์ความสามัคคี
ออสเตรีย — ครัวซองต์กับการล้อมกรุงเวียนนา (ค.ศ. 1683) ตำนานเล่าว่า ช่างทำขนมปังในเวียนนาได้ยินเสียงกองทัพออตโตมันกำลังขุดอุโมงค์ใต้กำแพงเมืองในตอนกลางคืน จึงวิ่งไปแจ้งทหาร ทำให้ป้องกันเมืองได้ทัน เพื่อเป็นเกียรติ ช่างทำขนมจึงสร้างขนมรูปพระจันทร์เสี้ยว (สัญลักษณ์ของออตโตมัน) เพื่อ "กิน" ศัตรูเชิงสัญลักษณ์ — นั่นคือต้นกำเนิดของ ครัวซองต์
สกอตแลนด์ — ขนมปังและโรเบิร์ต เดอะ บรูซ มีเรื่องเล่าว่าในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ ชาวบ้านซ่อนข้าวและแป้งไว้ในขนมปังธรรมดา เพื่อลักลอบส่งเสบียงให้กองทัพของ โรเบิร์ต เดอะ บรูซ โดยที่ทหารอังกฤษไม่สงสัย
เบลเยียม — เค้กช็อกโกแลตกับการต่อต้านนาซี (สงครามโลกครั้งที่ 2) ชาวเบลเยียมซ่อนแผนที่เส้นทางลับและข้อความลับไว้ในก้นกล่องขนมช็อกโกแลต เพื่อส่งข่าวกรองให้กับขบวนการต่อต้านนาซี เนื่องจากช็อกโกแลตเบลเยียมเป็นของที่พบเห็นได้ทั่วไป จึงไม่เป็นที่สงสัย
3. วัฒนธรรมและศิลปะ
ขนมสะท้อนความประณีตของคนทำ คนไทยใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่างแป้ง มะพร้าว น้ำตาล มาปรุงแต่งให้สวย รสละเมียดละไม แสดงถึงความใจเย็น มีฝีมือเชิงศิลปะ เป็น “หัตถกรรมความอร่อย” ที่บอกนิสัยคนไทย
4. การเฉลิมฉลองและความสุข
ขนมคู่กับเทศกาลเก็บเกี่ยว วันพระจันทร์เต็มดวง งานมงคล ใช้เลี้ยงฉลองให้คนมีความสุข ขนมจีนก็มีเรื่องเล่าว่าเป็น “มรดกทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงผู้คน”
5. การถนอมอาหารและใช้วัตถุดิบให้คุ้ม
สมัยก่อนเอาข้าวมาโม่เป็นแป้ง ใส่น้ำตาล มะพร้าว ทำเป็นขนมครก ขนมต้ม ฝักบัว เก็บไว้กินได้นานกว่าข้าวสุก
ขนมที่มีชื่อเสียงของนานาชาติ คือ
ขนมฝั่งยุโรป (รสชาติละมุน เน้นนม เนย และแป้ง)
- Macaron (ฝรั่งเศส): ขนมอบทำจากไข่ขาว น้ำตาล และอัลมอนด์ป่น มีผิวหน้าเรียบ กรอบนอก นุ่มใน สอดไส้ครีมหรือแยมหลากรสชาติ
- Tiramisu (อิตาลี): ขนมหวานรสกาแฟที่ไม่ต้องอบ เลเยอร์ด้วยเลดี้ฟิงเกอร์จุ่มกาแฟเอสเปรสโซ สลับกับครีมมาสคาร์โปนชีส และโรยผงโกโก้
- Churros (สเปน): ปาท่องโก๋สเปนรูปทรงแท่งยาว ทอดจนกรอบนอกนุ่มใน คลุกน้ำตาลผสมผงซินนามอน มักทานคู่กับซอสช็อกโกแลตร้อนเข้มข้น
- Scone (อังกฤษ): ขนมอบเนื้อกึ่งปังครึ่งเค้ก นิยมทานคู่กับชาตอนบ่าย เสิร์ฟพร้อมแยมผลไม้และคล็อตเตดครีม (Clotted Cream)
- Croissant (ฝรั่งเศส): ขนมปังอบที่มีชั้นเลเยอร์ของเนยและแป้งบางๆ กรอบนอก ฉ่ำเนยด้านใน
ขนมฝั่งเอเชีย (เน้นแป้งนุ่ม หนึบ และความหวานธรรมชาติ)
- Mochi / Daifuku (ญี่ปุ่น): ขนมทำจากแป้งข้าวเหนียวเคี้ยวหนึบ ด้านในสอดไส้ต่างๆ เช่น ถั่วแดงกวน ชาเขียว หรือผลไม้สดอย่างสตรอว์เบอร์รี
- Tanghulu (จีน): ผลไม้เสียบไม้เคลือบน้ำตาลกรอบ เช่น สตรอว์เบอร์รี หรือผลซานจา เป็นสตรีทฟู้ดยอดนิยมที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยว
- Baklava (ตุรกี / ตะวันออกกลาง): ขนมพัฟฟ์ที่ทำจากแป้งฟิโลบางๆ ซ้อนกันหลายชั้น แทรกด้วยถั่วสับ เช่น พิสตาชิโอ หรือวอลนัต แล้วราดด้วยน้ำเชื่อมหรือน้ำผึ้ง
- Tteokbokki / Sweet Rice Cake (เกาหลี): นอกจากแป้งต๊อกคาวแล้ว ยังมีต๊อกหวานหลากชนิดที่เคี้ยวหนึบหนับ เช่น "คยองดัน" (ต๊อกลูกชุบคลุกผงถั่ว)
- Mango Sticky Rice (ไทย): ข้าวเหนียวมะม่วง ขนมหวานไทยแท้ที่โด่งดังไปทั่วโลก ความลงตัวของข้าวเหนียวมูนกะทิรสเค็มหวานและมะม่วงสุกหอมหวาน
ขนมฝั่งอเมริกา (รสชาติเข้มข้น หวานมัน สะใจ)
- Brownie (สหรัฐอเมริกา): ขนมอบเนื้อแน่นเข้มข้นด้วยช็อกโกแลต มีทั้งแบบเนื้อฉ่ำฟัดจ์ (Fudge) และเนื้อนุ่มคล้ายเค้ก (Cakey)
- New York Cheesecake (สหรัฐอเมริกา): ชีสเค้กเนื้อเนียน แน่น นุ่ม อัดแน่นด้วยครีมชีสคุณภาพเยี่ยม บนฐานแครกเกอร์กรุบกรอบ
- Donut (สหรัฐอเมริกา): แป้งทอดทรงกลมมีรูตรงกลาง ท็อปปิ้งด้วยไอซิ่ง ช็อกโกแลต หรือสอดไส้แยมและครีมต่างๆ
พูดง่ายๆ ขนมเกิดจาก ความจำเป็น + ความเชื่อ + ความคิดสร้างสรรค์ ของคนครับ เอาของที่มีมาทำให้อร่อย ให้ความหมายดี ใช้ไหว้เจ้า เลี้ยงพระ ฉลองงาน หรือแค่ให้ชีวิตมีรสหวานขึ้น
โพสท์โดย Fukurou
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลก
วิน วิลเลี่ยม หรือ พิมรี่พาย ใครขายมากกว่า
เจดีย์บนเสาหินกอทูเล เสน่ห์ศรัทธากลางภูเขาหินปูนรัฐกะเหรี่ยง
"นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569
เที่ยวลาว
RC Cola หายไปไหน ทำไมหลายคนคิดว่าเลิกขาย ทั้งที่กำลังกลับมาอีกครั้ง
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
ซื้อบ้านใหม่ปี 2569 รายได้ไม่ถึง 30,000 เช็กภาระจริงก่อนยื่นกู้
4 จังหวัดไทยที่ติดมาเลเซีย รู้จักประตูชายแดนใต้ใกล้ตัวกว่าที่คิด
ปูม้ากับปูทะเล ต่างกันอย่างไร? ไขข้อสงสัย เลือกกินแบบไหนถึงถูกใจ
หรือแท้จริงแล้ว “แดร็กคิวลา” คือผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าและโรคเลือด?
เที่ยวลาว
"นกตาทิพย์" งวดวันที่ 16 มิถุนายน 2569
😊 ชวนลองเข้ามาดูสิ่งที่จะเราหาดูไม่ได้บ่อยนักให้ได้ชมกัน 😁
หรือแท้จริงแล้ว “แดร็กคิวลา” คือผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าและโรคเลือด?
ปูม้ากับปูทะเล ต่างกันอย่างไร? ไขข้อสงสัย เลือกกินแบบไหนถึงถูกใจ




