หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

5 สัตว์มีพิษร้ายแรงที่ควรรู้จัก พร้อมวิธีเลี่ยงอันตรายเบื้องต้น


เขียนโดย พี่หมีขี้เล่า

สัตว์มีพิษหลายชนิดไม่ได้ไล่ทำร้ายคน แต่จะเกิดอันตรายเมื่อเราเผลอไปเหยียบ จับ หรือเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะเวลาเที่ยวทะเล เดินแนวปะการัง หรือเจอสัตว์ป่าที่ดูเล็กและไม่น่ากลัว

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือ “พิษแรง” กับ “อันตรายต่อคน” ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป บางชนิดมีพิษรุนแรงมากในทางชีววิทยา แต่คนแทบไม่เจอในชีวิตจริง ขณะที่บางชนิดอาจพบได้ในพื้นที่ท่องเที่ยว และอันตรายเพราะเราไม่ทันสังเกต

 

  1. แมงกะพรุนกล่อง

แมงกะพรุนกล่องเป็นหนึ่งในสัตว์ทะเลที่คนควรระวังมาก โดยเฉพาะในทะเลเขตร้อนแถบอินโด-แปซิฟิก รวมถึงบางพื้นที่ของออสเตรเลียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

อันตรายของมันอยู่ที่หนวดซึ่งมีเซลล์เข็มพิษจำนวนมาก เมื่อสัมผัสผิวหนังอาจทำให้ปวดแสบปวดร้อนรุนแรง มีอาการทางระบบประสาท หัวใจ หรือในกรณีหนักอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

จุดที่หลายคนพลาดคือการรีบล้างแผลด้วยน้ำจืด ทั้งที่น้ำจืดอาจกระตุ้นให้เข็มพิษบางส่วนปล่อยพิษเพิ่มได้ ทางที่ปลอดภัยกว่าคือออกจากน้ำก่อน ล้างด้วยน้ำทะเล และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือแพทย์โดยเร็ว

  1. ปลาหิน

ปลาหินน่ากลัวตรงที่มันไม่ได้ดูเหมือนสัตว์อันตราย แต่พรางตัวคล้ายก้อนหินหรือพื้นทะเลได้ดีมาก คนส่วนใหญ่เจอเพราะเหยียบเข้าไปโดยไม่ตั้งใจ

เงี่ยงพิษของปลาหินทำให้เกิดอาการปวดรุนแรง บวม แดง และบางรายอาจมีอาการอื่นตามมา เช่น เวียนหัว คลื่นไส้ หรืออาการทางระบบไหลเวียนเลือด การปฐมพยาบาลที่มักใช้กับพิษจากปลาทะเลมีเงี่ยงคือแช่บริเวณที่โดนในน้ำอุ่นที่ไม่ร้อนจนลวกผิว ก่อนรีบไปโรงพยาบาล

เรื่องที่ต้องจำคือ อย่าพยายามผ่าแผล ดูดพิษ หรือแกะเงี่ยงลึกเอง เพราะอาจทำให้แผลแย่ลงและติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

  1. งูไทปันใน

งูไทปันในมักถูกพูดถึงว่าเป็นงูที่มีพิษรุนแรงมากที่สุดชนิดหนึ่งเมื่อวัดจากความเป็นพิษของพิษงู แต่ในชีวิตจริงมันไม่ได้เป็นงูที่คนทั่วไปเจอบ่อย เพราะอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลของออสเตรเลีย และมีนิสัยค่อนข้างหลบเลี่ยงคน

สิ่งที่ควรเข้าใจคือ พิษแรงไม่ได้แปลว่าสัตว์ชนิดนั้นทำร้ายคนบ่อยเสมอไป อันตรายจริงขึ้นอยู่กับหลายอย่าง ทั้งโอกาสเจอ พฤติกรรมของสัตว์ ระยะทางถึงโรงพยาบาล และการได้รับการรักษาเร็วแค่ไหน

ถ้าเจองูในธรรมชาติ วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือถอยออกช้า ๆ ไม่ไล่ ไม่จับ ไม่ตี และไม่พยายามถ่ายรูปใกล้เกินไป

  1. หมึกวงแหวนสีน้ำเงิน

หมึกวงแหวนสีน้ำเงินตัวเล็กมาก และสีสันดูสวยจนทำให้บางคนอยากจับ แต่พิษของมันมีผลต่อระบบประสาทและอาจทำให้กล้ามเนื้อเป็นอัมพาต รวมถึงหายใจลำบากได้

สัญญาณที่เห็นได้ชัดคือวงแหวนสีน้ำเงินบนตัวอาจเด่นขึ้นเมื่อมันรู้สึกถูกคุกคาม แต่ไม่ควรรอให้เห็นสัญญาณนั้นก่อน เพราะกฎง่ายที่สุดคืออย่าจับสัตว์ทะเลที่ไม่รู้จักทุกชนิด

สำหรับเด็ก ๆ เวลาไปทะเล ควรบอกให้จำแบบง่าย ๆ ว่า “ดูได้ แต่อย่าจับ” โดยเฉพาะสัตว์ตัวเล็ก สีสด หรืออยู่ตามซอกหินและแอ่งน้ำตื้น

  1. กบลูกดอกพิษสีทอง

กบลูกดอกพิษสีทองเป็นสัตว์ขนาดเล็กจากป่าฝนในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะพื้นที่โคลอมเบีย จุดอันตรายของมันไม่ใช่การกัดหรือไล่โจมตี แต่คือสารพิษบนผิวหนังที่รุนแรงมาก

สีเหลืองหรือสีสดของกบชนิดนี้เป็นเหมือนสัญญาณเตือนในธรรมชาติว่า “อย่าเข้าใกล้” เรื่องนี้ช่วยให้เข้าใจสัตว์มีพิษหลายชนิดได้ดีขึ้น เพราะสีสวยไม่ได้แปลว่าปลอดภัยเสมอไป

ตารางจำง่าย

สัตว์จุดอันตรายหลักมักเจอความเสี่ยงจากอะไรวิธีเลี่ยงเบื้องต้น
แมงกะพรุนกล่อง หนวดมีเข็มพิษ ลงเล่นน้ำในพื้นที่เสี่ยง ดูป้ายเตือน ใส่ชุดป้องกัน ออกจากน้ำทันทีเมื่อถูกต่อย
ปลาหิน เงี่ยงพิษบนหลัง เหยียบโดยไม่เห็นตัว ใส่รองเท้าเดินทะเล ไม่เดินเหยียบแนวปะการัง
งูไทปันใน พิษงูรุนแรง เข้าใกล้หรือรบกวนงู ถอยห่าง ไม่จับ ไม่ไล่
หมึกวงแหวนสีน้ำเงิน พิษต่อระบบประสาท หยิบจับเพราะเห็นว่าสวย ไม่จับสัตว์ทะเลทุกชนิดที่ไม่รู้จัก
กบลูกดอกพิษสีทอง พิษบนผิวหนัง สัมผัสโดยตรง ไม่จับสัตว์ป่าสีสดหรือสัตว์ไม่รู้จัก

ถ้าเกิดเหตุ ควรทำอย่างไร

ถ้าเป็นสัตว์ทะเลต่อยหรือทิ่มตำ ให้รีบขึ้นจากน้ำก่อนเสมอ เพราะอาการปวดหรืออ่อนแรงอาจทำให้จมน้ำได้ จากนั้นขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ชายหาดหรือคนใกล้ตัว

ถ้ามีหนวดแมงกะพรุนติดอยู่ ให้หลีกเลี่ยงการถูแรง ๆ และอย่าล้างด้วยน้ำจืด การใช้น้ำทะเลช่วยชะล้างออกจะปลอดภัยกว่าในหลายกรณี ส่วนการใช้น้ำส้มสายชูเหมาะกับแมงกะพรุนบางกลุ่มในเขตร้อน แต่ไม่ใช่ทุกชนิด

ถ้าโดนปลาหินหรือสัตว์ทะเลมีเงี่ยงตำ อาจใช้น้ำอุ่นที่ไม่ร้อนจนลวกผิวช่วยลดอาการปวดระหว่างรอพบแพทย์ได้ แต่ถ้ามีอาการปวดมาก บวมเร็ว เวียนหัว หายใจผิดปกติ หรือสงสัยว่ามีเงี่ยงค้าง ต้องไปโรงพยาบาล

ถ้าถูกงูกัด อย่าวิ่ง อย่ากรีดแผล อย่าดูดพิษ และอย่าขันชะเนาะเองแบบผิดวิธี สิ่งสำคัญคือทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวน้อยที่สุด แล้วรีบติดต่อหน่วยแพทย์ฉุกเฉิน

 

สัตว์มีพิษส่วนใหญ่ไม่ได้ตามล่าคน แต่อันตรายมักเกิดจากการเข้าใกล้โดยไม่รู้ตัว การไม่จับ ไม่เหยียบ ไม่แหย่ และไม่ฝืนเล่นน้ำในพื้นที่เตือนภัย คือวิธีง่ายที่สุดที่ช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พี่หมีขี้เล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 29 ครั้ง
เขียนโดย พี่หมีขี้เล่า
พี่หมีขี้เล่า (นามปากกา)
นักเขียนทั่วไป
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ต้นไม้เหมาะวางในห้องน้ำ ช่วยให้มุมอับดูสดชื่นขึ้นรู้หรือไม่? ว่ามีสัตว์ที่ไม่ต้องดื่มน้ำตลอดชีวิต มีอยู่จริงนะแนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69สถิติหวยลาวย้อนหลัง เลขออกบ่อยบอกอะไรได้บ้างก่อนเลือกเลขมอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง5 สายการบินที่มีเที่ยวบินเยอะที่สุดในโลก3 ห้างยุคบุกเบิกของพัทยา จากไมค์ถึงรอยัล การ์เด้น พลาซ่า5 จุดชมทะเลหมอกเพชรบูรณ์ เลือกให้ถูกว่าอยากได้วิวแบบไหนย้อนวันวานสู่การละเล่นพื้นบ้านไทย "ตีไก่หญ้าแพรก"RC Cola หายไปไหน ทำไมหลายคนคิดว่าเลิกขาย ทั้งที่กำลังกลับมาอีกครั้ง10 ต้นผลไม้ที่สามารถปลูกหน้าบ้านได้ ให้ร่มเงา กินได้ และยังเป็นมงคลจบยุคต้มไข่แบบเดาใจ! แจกสูตรไข่ต้มหม้อทอดไร้น้ำมัน สุกเป๊ะทุกฟองไม่ต้องตั้งหม้อ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
7 ต้นไม้เหมาะวางในห้องน้ำ ช่วยให้มุมอับดูสดชื่นขึ้นสถิติหวยลาวย้อนหลัง เลขออกบ่อยบอกอะไรได้บ้างก่อนเลือกเลขรีวิวซีรีส์ “Teach You a Lesson (อย่างนี้ต้องโดนสั่งสอน)ยอดเขาในไทยที่ปีนไปถึงได้ยากที่สุด ท้าทายและอันตรายมากที่สุดย้อนวันวานสู่การละเล่นพื้นบ้านไทย "ตีไก่หญ้าแพรก"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
3 อันดับ “ห้างสรรพสินค้าที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียน”7 ต้นไม้ที่เหมาะวางในห้องน้ำRC Cola หายไปไหน ทำไมหลายคนคิดว่าเลิกขาย ทั้งที่กำลังกลับมาอีกครั้งขยะเพื่อพลังงานไฟฟ้า
ตั้งกระทู้ใหม่