เลิกขี้เกียจ 1 เดือน ลองขับรถไปซื้อข้าวเองแทนสั่งแอป... สรุปประหยัดเงินได้จริงขนาดนี้เลยเหรอ?
มีใครเคยลองกดเข้าไปดูประวัติการสั่งอาหารในแอปเดลิเวอรีบ้างไหมครับ?
สิ้นเดือนทีไร พอนั่งรวมยอดเงินดูแล้วถึงกับตาค้าง บางทีรวมกันออกมาแพงกว่าค่าผ่อนรถผ่อนบ้านเสียอีก 💸
ก็เลยเกิดคำถามขึ้นมาว่า... ถ้าเราลองเปลี่ยนเป็น "เลิกขี้เกียจ" แล้วสตาร์ทรถขับออกไปซื้อเองกินทุกมื้อตลอด 1 เดือนเต็มๆ ในชีวิตจริงเราจะประหยัดเงินเก็บได้กี่บาทกันแน่? วันนี้ลองมากางตัวเลขคำนวณกันดูแบบเรียลๆ ครับ
สมมติฐานคำนวณง่ายๆ คิดจากชีวิตคนทำงานทั่วไป กินข้าววันละ 2 มื้อ (กลางวัน-เย็น) รวมเป็น 60 มื้อต่อเดือน
ลองมาดูฝั่ง "สั่งผ่านแอป" กันก่อน
จุดที่เราโดนกินเงินเงียบๆ ในแอปไม่ใช่แค่ค่าส่ง แต่คือภาษีความขี้เกียจที่ซ่อนอยู่
-
ค่าอาหารอัปราคา: สังเกตไหมว่าสั่งแอปส่วนใหญ่จะแพงกว่าหน้าร้าน 10-20 บาท สมมติปกติจานละ 50 ในแอปขาย 65 บาท (60 มื้อ = 3,900 บาท)
-
ค่าส่ง + ค่าบริการ: คิดเฉลี่ยแบบมีโค้ดลดบ้างไม่มีบ้าง ตีต่ำๆ มื้อละ 25 บาท (60 มื้อ = 1,500 บาท)
💰 ยอดรวมฝั่งสั่งแอป 1 เดือน: ประมาณ 5,400 บาท
บางทีค่าส่งแค่ 10 บาท แต่พอไปดูราคาข้าวในแอป... อ้าว แพงกว่าไปยืนสั่งเองที่ร้านเกือบเท่าตัวเฉยเลย
ทีนี้สลับมาดูฝั่ง "ขับรถออกไปซื้อเอง"
คิดบนฐานคนขับรถกระบะหรือรถใช้งานทั่วไป (เช่น ดีเซล 4 ประตูยกสูง) วิ่งออกไปร้านตามสั่งหรือตลาดแถวบ้าน ระยะทางไป-กลับไม่เกิน 4-5 กิโลเมตร
-
ค่าอาหารหน้าร้านเดิมๆ: จานละ 50 บาท ข้าวผัด ข้าวกะเพราแกงถุง (60 มื้อ = 3,000 บาท)
-
ค่าน้ำมันรถ: วิ่งระยะสั้นๆ สตาร์ทรถบ่อย ขับกินน้ำมันหน่อย คิดค่าน้ำมันเฉลี่ยมื้อละ 13-14 บาท (60 มื้อ = 800 บาท)
🚗 ยอดรวมฝั่งขับไปซื้อเอง 1 เดือน: ประมาณ 3,800 บาท
ส่วนต่างที่หายไป... ประหยัดได้จริงเท่าไหร่?
พอลบตัวเลขกันออกมา เห็นชัดเลยว่าส่วนต่างอยู่ที่ประมาณ 1,600 บาทต่อเดือน!
ฟังดูเหมือนไม่เยอะใช่ไหมครับ? แค่พันกว่าบาทเอง แต่ลองคิดดูว่า เงิน 1,600 บาทนี้ในยุคนี้ มันสามารถเปลี่ยนเป็นน้ำมันดีเซลได้เกือบเต็มถัง หรือเอาไปจ่ายค่าน้ำค่าไฟของบ้านได้สบายๆ 1 เดือนเลยนะนั่น 💡
1,600 บาทเนี่ย ถ้าเอาไปซื้อของสดในโลตัสหรือแม็คโครมาตุนไว้ในตู้เย็น ทำกินเองบ้างบางมื้อ อาจจะอยู่ได้เกือบครึ่งเดือนเลยด้วยซ้ำ
แต่ก็นั่นแหละครับ ตัวเลขนี้มันคือการคิดในแง่ของ "ตัวเงิน" ล้วนๆ ในชีวิตจริง มันมีต้นทุนที่มองไม่เห็นอีกอย่างหนึ่งโผล่มา... นั่นคือ "เวลาและค่าความเหนื่อย"
ลองนึกภาพวันไหนฝนตกหนักๆ รถติดวินาศสันตะโรแถวหน้าร้าน หรือวันเสาร์-อาทิตย์ที่แดดร้อนจนไม่อยากก้าวขาออกจากห้องแอร์ 🥵
การยอมจ่ายเงินส่วนต่างมื้อละ 30-40 บาทให้ไรเดอร์ขับไปตากแดดตากฝนเอาข้าวมาส่งถึงหน้าประตูบ้าน มันก็เหมือนเราซื้อ "เวลาพักผ่อน" ให้ตัวเองมีเวลาไปนั่งดูซีรีส์ นอนเล่น หรือเอาเวลาไปทำงานอย่างอื่นที่ได้เงินมากกว่า
มันเลยไม่มีสูตรสำเร็จว่าแบบไหนดีกว่ากันอย่างสิ้นเชิง
บางคนยอมประหยัดเงิน พันกว่าบาทก็มีความหมายกับกระเป๋าตังค์ ในขณะที่บางคนมองว่า เอาเวลาขับรถไปต่อคิวซื้อข้าว ขอนอนพักผ่อนเอาแรงดีกว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับวิถีชีวิตและรายได้ของแต่ละบ้านจริงๆ ครับ
แล้วเพื่อนๆ ทุกวันนี้เน้น "สั่งแอปซื้อความสบาย" หรือ "ขับรถออกไปซื้อเองเพื่อเซฟเงิน" มากกว่ากัน?
เดือนๆ นึงคิดว่าหมดค่าเดลิเวอรีกันไปประมาณกี่บาท มาลองแชร์ตัวเลขกันหน่อยครับ 🤔
ที่มาข้อมูล: คำนวณจากค่าเฉลี่ยราคาอาหารหน้าร้าน VS แอปเดลิเวอรี และอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ยของรถยนต์ในเมือง ปี 2026
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
แม่เรียกเงินจากร้านสัก หลังเด็ก 14 แอบแม่ไปสักลายเต็มขา
เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหน
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
เลขมงคล หวยงวด 1 สิงหาคม 2569 ถอดรหัสชุดเลข 2 ตัว 3 ตัววันเสาร์มหาโชค
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน






