ปลดล็อกคำสาป "ไม่มีเงินเก็บ"! เทคนิคออมเงินฉบับคนเบี้ยน้อยหอยน้อย แค่ปรับวิธีคิด เงินก็งอกได้
"จะให้ออมเงินได้ยังไง แค่ใช้ให้ชนเดือนยังยากเลย!"
เชื่อว่านี่คือเสียงสะท้อนในใจของใครหลายคนครับ ทุกครั้งที่มีคนมาบอกให้ "ออมเงินเพื่ออนาคต" เราก็มักจะส่ายหัวแล้วคิดในใจว่า ลำพังแค่ค่าข้าว ค่าเดินทาง ค่าห้องพัก ก็แทบจะกลืนกินเงินเดือนไปจนหมดแล้ว จะเอาเศษเสี้ยวไหนไปหยอดกระปุก?
แต่รู้ไหมครับว่า คำว่า "ไม่มีเงินเหลือเก็บ" แท้จริงแล้วมันอาจไม่ได้เกิดจากเงินเราน้อยเกินไปเสมอไป แต่มันเกิดจาก "สมการการเงิน" ในหัวของเรามันผิดเพี้ยนต่างหาก วันนี้เราจะมาทลายกำแพงความเชื่อนี้ แล้วสร้างเงินเก็บจากสิ่งที่คุณคิดว่า "ไม่มี" กันครับ
เปลี่ยนสมการชีวิต: จุดเริ่มต้นของคนจะมีเงินออม
คนส่วนใหญ่ที่บอกว่าไม่มีเงินเก็บ มักใช้สมการการเงินแบบนี้ครับ
รายได้ - รายจ่าย = เงินออม (ซึ่งผลลัพธ์มักจะเท่ากับ ศูนย์ หรือ ติดลบ)
เมื่อเราตั้งใจว่าจะ "เหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ" สมองของเราจะสั่งการทันทีว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชีคือเงินที่ สามารถใช้ได้ทั้งหมด และมนุษย์เราก็เก่งมากครับในการสรรหาเรื่องมาใช้เงินให้หมดพอดีกับที่มี ดังนั้น ถ้าอยากมีเงินเก็บ คุณต้องคว่ำสมการเดิมทิ้งแล้วแทนที่ด้วยสมการของคนรวย คือ
รายได้ - เงินออม = รายจ่าย
เมื่อเงินเดือนออก ตัดออมทันทีตั้งแต่วันแรก จะ 5% หรือ 10% ก็ได้ แล้วห้ามไปยุ่งกับมันอีก ปล่อยให้ตัวเองใช้ชีวิตอยู่รอดด้วยเงินส่วนที่เหลือให้ได้ เชื่อเถอะครับว่ามนุษย์เรามีความสามารถในการปรับตัวสูงมาก ถ้าเหลือเงินแค่นั้น เราก็จะหาวิธีอยู่รอดจนได้เอง
3 เทคนิคออมเงินฉบับคน "คิดว่า" ไม่มีเงินเก็บ
1. เริ่มต้นจากหลักสิบ (อย่าเพิ่งกดดันตัวเองด้วยหลักพัน) ถ้าการหักเงินทีละ 1,000 บาทมันทำให้ชีวิตคุณวิกฤต ลองเริ่มจากวันละ 20 บาท หรือเดือนละ 300 บาทดูครับ เป้าหมายในช่วงแรกไม่ใช่ "จำนวนเงิน" แต่คือการ "สร้างกล้ามเนื้อแห่งวินัย" ให้สมองชินกับการออม เมื่อทำได้ต่อเนื่อง ความภูมิใจจะทำให้เราอยากขยับจำนวนขึ้นไปเอง
2. เปิดบัญชี "ไม่มีแอพ ไม่มีบัตร" ตัดวงจรความกิเลสด้วยการเปิดบัญชีเงินฝากประจำ หรือบัญชีออมทรัพย์ที่ไม่มีบัตร ATM และห้ามผูกกับแอพพลิเคชันธนาคารในมือถือเด็ดขาด การจะเอาเงินออกจากบัญชีนี้ได้ ต้องเดินไปธนาคารและเขียนใบถอนเท่านั้น ความยุ่งยากนี้จะช่วยสกัดอารมณ์ชั่ววูบได้เป็นอย่างดี
3. เทคนิค "แอบออม" ด้วยการปัดเศษ ทุกครั้งที่ใช้จ่ายเงิน ลองปัดเศษให้เป็นเลขกลมๆ เช่น ซื้อข้าว 65 บาท ให้คิดในใจว่าจ่าย 70 บาท แล้วเอา 5 บาทที่เหลือหยอดกระปุก หรือถ้าใช้แอพธนาคาร ปัจจุบันมีฟีเจอร์ที่ช่วยโอนเศษเงินทอนเข้าบัญชีออมเงินอัตโนมัติทุกครั้งที่สแกนจ่าย เป็นการออมแบบที่เราแทบไม่รู้สึกว่าโดนหักเงินเลยครับ
ตัวอย่างสถานการณ์: ชายผู้เปลี่ยน "ค่ากาแฟ" เป็น "เงินแสน"
ลองมาดูเรื่องราวของ "เนส" พนักงานขับรถส่งของที่มีรายได้เป็นรายวัน วันไหนไม่วิ่งก็ไม่ได้เงิน เนสบ่นเสมอว่าเขาไม่มีทางมีเงินเก็บ เพราะรายได้ไม่แน่นอนและน้อยมาก
วันหนึ่งเนสตัดสินใจเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ เขาเลิกซื้อกาแฟโบราณถุงละ 35 บาทที่ต้องกินทุกเช้า เปลี่ยนมาเป็นชงกาแฟซองทานเองที่ออฟฟิศ ซึ่งตกซองละประมาณ 5 บาท เท่ากับเนสประหยัดเงินได้วันละ 30 บาท เนสตั้งกฎกับตัวเองว่า เงิน 30 บาทนี้ต้องหยอดใส่ขวดโหลทุกเย็นห้ามขาด
-
1 เดือน: เนสมีเงินเก็บ 900 บาท (เริ่มเห็นทางสว่าง)
-
1 ปี: เนสมีเงินเก็บ 10,950 บาท (เริ่มมีทุนสำรอง)
-
5 ปี: เนสมีเงินเก็บสูงถึง 54,750 บาท!
นี่เป็นเพียงแค่เงินจาก "ค่ากาแฟถุงเดียว" เท่านั้นนะครับ เนสไม่ได้อดมื้อกินมื้อ ไม่ได้ทำงานหนักเพิ่มขึ้น แต่เขามีเงินครึ่งแสนได้เพียงเพราะเปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ ที่คนอื่นมองข้าม
ข้อคิดสำคัญทางการเงิน
"การออมเงิน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าคุณหาเงินได้มากเท่าไหร่ แต่มันขึ้นอยู่กับว่าคุณ 'รักอนาคตของตัวเอง' มากกว่าความสุขชั่วคราวในปัจจุบันหรือเปล่า"
อย่ารอให้รวยก่อนแล้วค่อยออม เพราะคุณจะไม่มีวันรวยหากไม่เริ่มออมตั้งแต่ตอนที่มีน้อย เงินออมก้อนเล็กๆ ในวันนี้ คือสะพานที่จะพาคุณไปสู่โอกาสใหญ่ๆ และความปลอดภัยในวันข้างหน้า
สรุปท้ายบทความ
ประโยคที่ว่า "ไม่มีเงินเหลือเก็บ" แท้จริงแล้วมักจะเป็นข้ออ้างของความกลัวที่จะต้องปรับเปลี่ยนความสะดวกสบายของตัวเองครับ ลองสำรวจตัวเองอย่างซื่อสัตย์ดูสักครั้ง ลองลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลงสักอย่าง แล้วเปลี่ยนมาเป็นเงินออมตั้งแต่วันนี้
จำไว้นะครับว่า เงิน 10 บาท 20 บาท ก็คือเงินเก็บ ไม่มีคำว่าสายเกินไปและไม่มีคำว่าน้อยเกินไปสำหรับการเริ่มต้นสร้างอนาคตทางการเงินที่ดีให้กับตัวเองครับ!
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
บูเช็กเทียนกับไหเหล้า เรื่องจริงหรือภาพจำโหดในประวัติศาสตร์จีน
จังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
เลขศาสตร์เดือนมิถุนายน 2569 เปิดความหมายเลข 5 0 7 8 9 ที่สายมูจับตา
หมาทำไมต้องฉี่ใส่ล้อรถเวลาเห็น
เหนื่อยงานหรือเริ่มหมดไฟ 5 สัญญาณที่คนทำงานไม่ควรมองข้าม
ทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้า
5 วิธีรับมือกับเด็กยุค Gen Z
โพลเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. "ชัชชาติ" นำโด่ง คำถามแรงเพราะผลงานหรือยังไม่มีใครแทน?
จังหวัดที่ขาดแคลนแพทย์ที่สุด มีจำนวนแพทย์ต่อประชากรน้อยที่สุด
มีเพียง 3 ประเทศในโลก ที่ลงแข่งในกีฬาโอลิมปิกครบทั้ง 53 ครั้ง
เที่ยวลาว
สปป.ลาว สุดเจ๋ง ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ครบทั้ง 104 แมตช์ให้รับชมฟรีทั่วประเทศ
หรือแท้จริงแล้ว “แดร็กคิวลา” คือผู้ป่วยโรคพิษสุนัขบ้าและโรคเลือด?
วิธีสังเกตว่าตลาดกำลังเตรียมมีการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่งเมื่อไหร่
รัฐบาลถอยเกณฑ์ “อุปการะพ่อแม่” หลังถูกวิจารณ์หนัก ปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
ลูกลดภาษี หรือพ่อแม่ได้บัตรรัฐ? มหากาพย์คำถามใหม่ที่หลายบ้านต้องคุยกันก่อนยื่น
ปลดล็อกความคิด! เจาะลึก "ความแตกต่าง" ระหว่างคนรวยกับคนจน ในวิธีคิดเรื่องการใช้เงิน