หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"เกลียดใคร ให้เขาเปิดร้านกาแฟ" คำพูดนี้จริงไหม? เจาะลึกธุรกิจร้านกาแฟปี 2569


โพสท์โดย lnwhum

เคยได้ยินประโยคที่ว่า "เกลียดใคร ให้มันไปเปิดร้านกาแฟ" กันไหมครับ? ฟังดูอาจจะแรงไปสักนิด แต่ก็นับว่าเป็นคำเตือนที่คนในวงการพูดกันจนติดปาก แล้วสรุปว่ามันจริงแค่ไหนกันแน่? ในปี 2569 นี้ การเปิดร้านกาแฟยังเป็นทางเลือกที่ดีอยู่หรือเปล่า เรามาลองแกะประเด็นนี้กันดูครับ

ทำไมถึงมีคำพูดที่ว่า "เกลียดใครให้เปิดร้านกาแฟ"?

ประโยคนี้มีที่มามาจากความจริงอันโหดร้าย 3 ประการที่คนทำร้านกาแฟต้องเผชิญครับ อย่างแรกคือเรื่องของต้นทุนแฝงที่มหาศาล หลายคนมองเห็นแค่กำไรต่อแก้วที่ดูเหมือนจะเยอะ แต่เมื่อนำมาหักลบกับค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าจ้างพนักงาน ค่าการตลาด และค่าเสื่อมสภาพของเครื่องชงกาแฟแล้ว กำไรที่เหลืออยู่จริงต่อแก้วอาจจะเหลือน้อยนิดเพียง 5-10 บาทเท่านั้นครับ

ประการต่อมาคือเรื่องของแรงงานที่หนักหนาสาหัส ภาพฝันของการได้นั่งชิลในร้านสวยๆ นั้นต่างจากความเป็นจริงที่ต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืด ปิดร้านค่ำมืด ยืนทำงานทั้งวัน ทั้งยังต้องล้างของ จัดสต็อกสินค้า และแก้ปัญหาหน้างานกับลูกน้องโดยแทบจะไม่มีวันหยุด และประการสุดท้ายคือการแข่งขันที่ดุเดือดมาก เพราะเดินไปไม่กี่ก้าวก็เจอร้านกาแฟรายล้อม ทั้งแบรนด์ใหญ่ คาเฟ่โฮมเมด หรือแม้แต่ร้านแผงลอยที่ต่างก็แย่งชิงส่วนแบ่งการตลาดกันอย่างหนักหน่วงครับ

โดยสรุปแล้ว คนภายนอกมักเห็นแค่ความสวยงามและความเท่ แต่คนภายในกลับต้องเจอกับความเหนื่อยล้า กำไรที่บางเฉียบ และความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ง่ายมาก นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมถึงมีคำเปรียบเปรยแบบนี้ เพราะมันเป็นธุรกิจที่โอกาสเจ็บตัวสูงนั่นเองครับ

ธุรกิจร้านกาแฟในปัจจุบัน ปี 2569 ดีหรือไม่ดี?

หากถามว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็นอย่างไร คำตอบตรงๆ คือ "ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ได้แปลว่าทำไม่ได้" ขึ้นอยู่กับว่าคุณวางกลยุทธ์ไว้อย่างไรครับ ด้านที่ถือว่ายากที่สุดในตอนนี้คือการที่ตลาดกลายเป็น Red Ocean อย่างเต็มตัว ข้อมูลจาก SCB EIC ในปี 2569 คาดการณ์ว่าร้านกาแฟในไทยอาจมีมากกว่า 1.2 แสนร้าน แม้ตัวเลขร้านจะโตขึ้น 8% แต่ยอดผู้บริโภคกาแฟกลับโตเพียง 3% เท่านั้น ส่งผลให้การแย่งชิงลูกค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น นอกจากนี้ต้นทุนวัตถุดิบอย่างเมล็ดกาแฟโลกยังปรับตัวสูงขึ้นถึง 30% ค่าเช่าทำเลดีๆ ในกรุงเทพฯ ก็พุ่งสูงขึ้น รวมถึงค่าแรงขั้นต่ำที่ปรับตัวสูงขึ้นอีกด้วย

ในขณะเดียวกัน ลูกค้าก็มีความคาดหวังที่สูงขึ้นเรื่อยๆ จ่ายเงินหลักสิบก็ต้องได้ทั้งรสชาติที่ดี ร้านสวย มุมถ่ายรูปต้องได้ ไวไฟต้องแรง ปลั๊กต้องเยอะ แถมยังต้องเจอกับแบรนด์ใหญ่ที่อัดโปรโมชั่น 1 แถม 1 กันเป็นว่าเล่น อย่างไรก็ตาม หากทำถูกทางก็ยังมีโอกาสครับ เพราะตลาดยังคงมีการเติบโต โดยเฉพาะกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ที่โตถึงปีละ 15% รวมถึงการเจาะกลุ่ม Niche Market อย่างเช่น คาเฟ่ที่เป็น Pet Friendly, มีบอร์ดเกม หรือเน้นสุขภาพ ซึ่งยังเป็นที่ต้องการ นอกจากนี้การขายผ่านแอป Delivery ก็กลายเป็นช่องทางหลักที่ช่วยให้ร้านที่ไม่ต้องมีหน้าร้านขนาดใหญ่ก็สามารถทำกำไรได้ หากร้านมีจุดขายที่ชัดเจนและมีสตอรี่ที่ดี ลูกค้าก็พร้อมที่จะจ่ายในราคาที่สูงขึ้นครับ

คำพูดนี้เป็นความจริงถึง 70% หากคุณกระโดดเข้ามาทำโดยไม่มีแผนที่ชัดเจน หากคิดแค่เพียงว่าชอบกินกาแฟ อยากมีร้านสวยๆ หรือเห็นคนอื่นทำแล้วดูรวยแล้วรีบเปิดโดยไม่คำนวณต้นทุนหรือหาจุดเด่นให้ตัวเอง โอกาสที่คุณจะต้องปิดตัวลงภายใน 2 ปีนั้นสูงถึง 60% เลยทีเดียวครับ

แต่คำพูดนี้จะไม่เป็นความจริงสำหรับ 30% ที่เหลือ หากคุณเริ่มต้นในฐานะนักธุรกิจที่แท้จริง ร้านที่รอดและเติบโตได้คือร้านที่รู้ตัวเลขกำไรขาดทุนชัดเจน มีการคำนวณจุดคุ้มทุนที่แม่นยำ ไม่ได้ขายแค่กาแฟแต่ขายประสบการณ์และคอมมูนิตี้ มีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างเข้มงวด เช่น ควบคุมค่า Food Cost และค่าเช่าให้เหมาะสมกับยอดขาย และที่สำคัญที่สุดคือมีความสามารถในการทำตลาดออนไลน์ที่ชาญฉลาดครับ

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://xn--12caqa4gb9de2bza0gvbzld1j.com/?p=รายละเอียดบทความ&post_id=227
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
lnwhum's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 291 ครั้ง
โพสท์โดย lnwhum
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: lnwhum
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง7 ความเชื่อที่เคยถูกมองว่าเป็นวิทยาศาสตร์ แต่วันนี้รู้แล้วว่าผิดจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยเนสซีไม่ใช่ไดโนเสาร์ แล้วเงาลึกลับในล็อกเนสส์อาจเป็นอะไรกันแน่เทเลพอร์ตมีจริงไหม วิทยาศาสตร์ทำได้แล้วแต่ไม่ใช่การย้ายร่างแบบในหนังโลกร้อนกำลังเปิดสมบัติโบราณ แต่หลายแห่งอาจหายไปก่อนศึกษาทันพาสปอร์ตลูกขีดเขียนก่อนขึ้นบิน กลายเป็นบทเรียนใหญ่ของคนเดินทาง5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลกRC Cola หายไปไหน ทำไมหลายคนคิดว่าเลิกขาย ทั้งที่กำลังกลับมาอีกครั้งความสุขและความทุกข์ไม่ได้อยู่ตลอดไป เข้าใจกลไกใจที่ค่อย ๆ ปรับตัวแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ไม่ได้บอกทุกอย่าง ต้องดูอะไรคู่กันบ้างแนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เทเลพอร์ตมีจริงไหม วิทยาศาสตร์ทำได้แล้วแต่ไม่ใช่การย้ายร่างแบบในหนังตาบอดสีไม่ได้เห็นโลกเป็นขาวดำ แต่บางสีอาจคล้ายกันกว่าที่คิดพาสปอร์ตลูกขีดเขียนก่อนขึ้นบิน กลายเป็นบทเรียนใหญ่ของคนเดินทางแผ่นดินไหวขนาด 7.0 ไม่ได้บอกทุกอย่าง ต้องดูอะไรคู่กันบ้างเนสซีไม่ใช่ไดโนเสาร์ แล้วเงาลึกลับในล็อกเนสส์อาจเป็นอะไรกันแน่5 สายงานรายได้สูงปี 2026 ที่คนทำงาน LGBTQ+ มีโอกาสเติบโต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมถึงเรียกว่า Hot Dog ทั้งที่ไม่มีหมาอยู่ในฮอตด็อกเลยเมนูสิ้นคิด เวลาเข้าคาเฟ่เทเลพอร์ตมีจริงไหม วิทยาศาสตร์ทำได้แล้วแต่ไม่ใช่การย้ายร่างแบบในหนัง7 ความเชื่อที่เคยถูกมองว่าเป็นวิทยาศาสตร์ แต่วันนี้รู้แล้วว่าผิด
ตั้งกระทู้ใหม่