หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขมันพอกตับ ตัวร้ายของนักดื่ม ปัจจุบันคนเป็นโรคนี้เยอะขึ้นในช่วงอายุ30-35

เขียนโดย poryaijaidee

ปัจจุบันคนอายุ 30–35 ปี เป็นโรคไขมันพอกตับกันเยอะขึ้นมากอย่างน่าตกใจเลย!!!

หลายคนมักเข้าใจผิดว่าโรคนี้ต้องรอให้แก่ก่อน หรือต้องเป็นเฉพาะในกลุ่มคุณลุงคุณตาที่ดื่มเหล้าจัดๆ เท่านั้น แต่สถิติในปัจจุบันกลับพบว่ากลุ่มคนวัยเริ่มทำงานไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ตอนต้น (อายุ 30 ปีขึ้นไป) กลายมาเป็นกลุ่มเสี่ยงอันดับต้นๆ โดยสถิติภาพรวมในประเทศไทยพบคนเป็นโรคนี้สูงถึง 25–30% ของประชากร หรือพูดง่ายๆ เดินมา 4 คน มีสิทธิ์เป็นไปแล้ว 1 คน

เหตุผลที่ช่วงอายุ 30–35 ปี เป็นกันเยอะ มาจากสองปัจจัยหลักที่ทำลายตับควบคู่กัน

สายดื่ม: แอลกอฮอล์ทำลายตับโดยตรง (AFLD)

วัย 30–35 มักเป็นช่วงอายุที่หน้าที่การงานเริ่มมั่นคง มีการสังสรรค์บ่อย หรือใช้การดื่มเพื่อคลายความเครียดจากการทำงาน

 แอลกอฮอล์ที่ดื่มเข้าไปจะถูกตับเปลี่ยนเป็นสารพิษ และไปยับยั้งการเผาผลาญไขมันในตับ

 ทำให้ไขมันไปสะสมเป็นก้อนเล็กๆ อยู่ในเซลล์ตับ ยิ่งดื่มสะสมติดต่อกันหลายปี ตับก็ยิ่งพังเร็วขึ้น

สายกิน/สายเครียด: ไม่ดื่มก็เป็นได้ (NAFLD)

อันนี้น่ากลัวกว่า เพราะหลายคนบอก "ผมไม่ดื่มเหล้าเลย ทำไมยังเป็น?" สถิติบอกว่าคนยุคนี้เป็นไขมันพอกตับจากการใช้ชีวิตสูงมาก ซึ่งในทางการแพทย์เรียกว่า ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากแอลกอฮอล์ โดยมีชนวนเหตุมาจากพฤติกรรมยอดฮิตของคนวัย 30+ ดังนี้

 ออฟฟิศซินโดรม + พฤติกรรมเนือยนิ่ง: นั่งทำงานวันละ 8-10 ชั่วโมง ไม่ค่อยขยับร่างกาย ขาดการออกกำลังกายสม่ำเสมอ

 อาหารการกิน: เน้นความสะดวกรวดเร็ว อาหารฟาสต์ฟู้ด ชาไข่มุก กาแฟรสหวานจัด อาหารที่มีแป้งและน้ำตาลฟรุกโตสสูง ซึ่งน้ำตาลส่วนเกินเหล่านี้จะถูกตับเปลี่ยนไปเป็นไขมันพอกไว้ที่ตับโดยตรง

 ระบบเผาผลาญเริ่มแย่ลง: พอเข้าสู่วัย 30+ ระบบการเผาผลาญของร่างกายจะเริ่มดรอปลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงอายุ 20 ต้นๆ ทำให้ไขมันสะสมง่ายขึ้น

 

ความน่ากลัวของโรคนี้คือ มันไม่มีอาการบอกล่วงหน้า

ส่วนใหญ่กว่าจะรู้ตัวว่าไขมันพอกตับ คือตอนที่ไปตรวจสุขภาพประจำปีแล้วเจอค่าเอนไซม์ตับ (ALT/AST) สูงผิดปกติ หรือไปทำอัลตราซาวด์ช่องท้อง หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ปรับพฤติกรรม ตับจะค่อยๆ อักเสบ กลายเป็นตับแข็ง และพัฒนาไปสู่มะเร็งตับได้ในที่สุด

เนื้อหาโดย: poryaijaidee
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
poryaijaidee's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 25 ครั้ง
เขียนโดย poryaijaidee
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: poryaijaidee
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันทำไม อายุ 60 ปี ต้องเกษียนอายุราชการวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยยอดเขาในประเทศไทยที่มีความสูงถึงสองกิโลเมตรบั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวนน้ำมันขึ้น 1 บาทต่อลิตร ทั้งปีต้องจ่ายเพิ่มเท่าไรไฟน้ำมันขึ้นบ่อย ๆ รถจะพังไหม? เรื่องเล็กที่อาจกระทบระบบเชื้อเพลิงเจาะรหัสเลขท้ายเรือนแสน: ถอดสูตรคณิตศาสตร์ 'เลขกำลังวัน' ประจำวันพุธ งวด 1 กรกฎาคม 2569เติมน้ำมันเต็มถังดีไหม เรื่องที่ควรรู้ก่อนกดหัวจ่ายจนล้นโรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติเครื่องบินโดยสารในตำนานที่เหาะได้เร็วยิ่งกว่าใครทำไมคนไทยเชื่อเรื่องผี รากความเชื่อที่อยู่คู่สังคมมานาน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ตำนานการร่ำสุราของมนุษย์เริ่มขึ้นเมื่อไร และเหล้าอาจเก่าแก่กว่าที่เราคิดมากสุดยอดค่ายมวยในไทย ที่ชาวต่างชาตินิยมมาเรียนมวยไทยมากที่สุด"เป้ย-เมย์" ไขข้อสงสัย! ดาราไปงานแต่งใส่ซองกันเท่าไหร่ช่องเล็ก ๆ บนไม้เสียบลูกชิ้นมีไว้ทำอะไร รายละเอียดเล็กที่หลายคนเพิ่งสังเกตมารัง: ราชาแห่งผลไม้กลิ่นหอมจากบอร์เนียวดวงชะตาเกี่ยวข้องกับดวงดาวและราศีอย่างไร ทำไมมนุษย์จึงเชื่อว่าฟ้าบนหัวอาจเชื่อมโยงกับชีวิตเรา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สุขภาพ
หมดไฟทำงาน สัญญาณเหนื่อยล้าสะสมที่พักวันหยุดอาจยังไม่พอโรคสโตรก ภัยเงียบใกล้ตัวที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยทำงานออกกำลังกายแค่ไหนถึงดีต่อสุขภาพ? แนวทางที่คนทั่วไปเริ่มตามได้จริงคู่มือเลือกกระเช้าผลไม้เยี่ยมไข้ ให้เหมาะกับผู้ป่วย มาเริ่มเลย!
ตั้งกระทู้ใหม่