5 บริษัทเทคโนโลยีมูลค่าสูงสุดของโลก ปี 2026 นำโดย NVIDIA
เขียนโดย kitasan
ถ้าจัดอันดับด้วย “มูลค่าตลาด” ชื่อที่ขึ้นนำในปี 2026 ไม่ใช่ Apple หรือ Microsoft แบบที่หลายคนคุ้นตาอีกต่อไป แต่เป็น NVIDIA บริษัทชิปที่โตขึ้นแรงจากกระแส AI
ข้อมูลจาก CompaniesMarketCap ที่ตรวจสอบล่าสุดระบุว่า 5 บริษัทเทคโนโลยีมูลค่าสูงสุดของโลกตอนนี้คือ NVIDIA, Alphabet เจ้าของ Google, Apple, Microsoft และ Amazon โดยทั้งหมดเป็นบริษัทสหรัฐฯ และมีมูลค่าระดับหลายล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขมูลค่าตลาดเปลี่ยนได้ทุกวันตามราคาหุ้น แต่ภาพใหญ่ยังชัดอยู่เรื่องหนึ่ง เทคโนโลยีกำลังถูกขับเคลื่อนด้วย AI, คลาวด์, โฆษณาดิจิทัล, อีคอมเมิร์ซ และอุปกรณ์ที่คนใช้ทุกวัน
- NVIDIA จากการ์ดจอเกม สู่หัวใจของยุค AI
NVIDIA เคยเป็นชื่อที่คนเล่นเกมรู้จักดี เพราะการ์ดจอ GeForce อยู่คู่ตลาดพีซีมานาน แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทนี้ถูกพูดถึงในฐานะผู้ผลิตชิปที่อยู่เบื้องหลังศูนย์ข้อมูล AI ทั่วโลก
รายได้ของ NVIDIA โตเร็วมาก รายงานไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2027 ระบุว่าบริษัทมีรายได้ 81.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 85% จากปีก่อน ส่วนรายได้จาก Data Center อยู่ที่ 75.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 92%
พูดง่าย ๆ คือเงินก้อนใหญ่ของ NVIDIA ตอนนี้ไม่ได้มาจากเกมอย่างเดียวแล้ว แต่มาจากชิปที่ใช้ฝึกและรันโมเดล AI ในศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ของบริษัทคลาวด์และองค์กรทั่วโลก
นี่คือเหตุผลที่ NVIDIA ขึ้นมาอยู่หัวแถวของโลกเทคโนโลยี
- Alphabet บริษัทแม่ของ Google ที่ยังครองโลกค้นหา
Alphabet คือบริษัทแม่ของ Google ธุรกิจหลักยังผูกกับโฆษณาออนไลน์ โดยเฉพาะ Search, YouTube และเครือข่ายโฆษณาของ Google
ปี 2025 รายได้รวมของ Alphabet ทะลุ 400 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก ฝั่ง YouTube ทั้งโฆษณาและรายได้จากสมาชิกมีรายได้ทั้งปีเกิน 60 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วน Google Cloud ก็โตแรง รายได้ไตรมาสสี่เพิ่มขึ้น 48% เป็น 17.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
Google ไม่ได้มีแค่ช่องค้นหาอีกแล้ว คนใช้ Android, Gmail, Google Maps, Chrome และ YouTube จนแทบไม่รู้สึกว่ากำลังอยู่ในระบบของบริษัทเดียวกัน
แต่โจทย์ใหญ่ของ Alphabet ตอนนี้คือ AI จะเปลี่ยนวิธีค้นหาข้อมูลแค่ไหน และ Google จะรักษาธุรกิจโฆษณาหลักไว้ได้ดีเพียงใดในวันที่ผู้ใช้เริ่มถามคำตอบจาก AI โดยตรงมากขึ้น
- Apple แบรนด์ที่ยังขาย Ecosystem ได้แข็งมาก
Apple อาจไม่ได้เป็นเบอร์หนึ่งของตารางมูลค่าตลาดในช่วงนี้ แต่ยังเป็นบริษัทเทคโนโลยีที่มีฐานลูกค้าเหนียวแน่นที่สุดรายหนึ่งของโลก
รายงานประจำปี 2025 ของ Apple ระบุว่า iPhone ยังเป็นสินค้าหลัก ทำรายได้ 209.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อน ขณะที่ธุรกิจ Services เช่น App Store, iCloud, Apple Music และบริการสมาชิกต่าง ๆ กลายเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญขึ้นเรื่อย ๆ
จุดแข็งของ Apple ไม่ได้อยู่ที่เครื่องใดเครื่องหนึ่งเท่านั้น แต่อยู่ที่การทำให้ iPhone, Mac, iPad, Apple Watch และบริการดิจิทัลต่าง ๆ เชื่อมกันจนผู้ใช้จำนวนมากย้ายออกยาก
นี่แหละความน่ากลัวของ Apple
ไม่ได้ดังที่สุดทุกข่าว แต่ยังเก็บเงินจาก Ecosystem ได้เงียบและหนักแน่น
- Microsoft จาก Windows สู่ Azure และ AI
Microsoft เป็นบริษัทที่อยู่กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์มาหลายยุค ตั้งแต่ Windows, Microsoft Office จนถึงบริการองค์กรอย่าง Microsoft 365
ปีงบประมาณ 2025 Microsoft มีรายได้ 281.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 15% และรายได้ของ Azure ทะลุ 75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐเป็นครั้งแรก เพิ่มขึ้น 34%
วันนี้ Microsoft ไม่ได้ขายซอฟต์แวร์แบบเดิมอย่างเดียว ธุรกิจสำคัญย้ายไปอยู่บนคลาวด์, ระบบองค์กร, AI และเครื่องมือทำงานที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันของบริษัททั่วโลก
การจับ AI เข้ากับ Office, Windows, GitHub และ Azure ทำให้ Microsoft กลับมาเป็นหนึ่งในบริษัทที่นักลงทุนจับตามากที่สุด ทั้งที่เป็นบริษัทอายุกว่า 50 ปีแล้ว
- Amazon อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ที่ทำเงินหนักจาก AWS
Amazon เริ่มจากร้านหนังสือออนไลน์ แต่วันนี้เป็นทั้งแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ระบบโลจิสติกส์ ธุรกิจโฆษณา สตรีมมิง และคลาวด์
ปี 2025 Amazon มีรายได้รวม 716.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12% จากปีก่อน ส่วน AWS หรือ Amazon Web Services มียอดขายทั้งปี 128.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 20%
สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ AWS เป็นธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญต่ออินเทอร์เน็ตยุคใหม่ เว็บไซต์ แอป ระบบองค์กร และบริการ AI จำนวนมากต้องพึ่งคลาวด์เบื้องหลัง ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม
Amazon จึงไม่ได้ใหญ่เพราะขายของออนไลน์อย่างเดียว แต่ใหญ่เพราะเข้าไปอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจดิจิทัลทั่วโลกด้วย
มองจากรายชื่อทั้ง 5 บริษัท จะเห็นทิศทางชัดมากว่า “บริษัทเทคโนโลยีใหญ่ที่สุด” ไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ใช้เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แต่ผูกกับโครงสร้างพื้นฐานของ AI และคลาวด์มากขึ้นเรื่อย ๆ
Apple ยังแข็งแรงด้วยอุปกรณ์และบริการ Microsoft โตจากคลาวด์องค์กร Alphabet ยังมี Search กับ YouTube เป็นแกนหลัก Amazon มีทั้งค้าปลีกและ AWS ส่วน NVIDIA กลายเป็นผู้ชนะรอบใหญ่ของกระแส AI
แต่ต้องจำไว้อย่างหนึ่ง มูลค่าตลาดไม่ใช่คำทำนายอนาคต และไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน หุ้นของบริษัทใหญ่ก็ขึ้นลงได้เหมือนกัน
วันนี้บริษัทเหล่านี้อาจนำตาราง พรุ่งนี้ลำดับอาจขยับอีกก็ได้ ตลาดเทคโนโลยีไม่เคยอยู่นิ่งนานอยู่แล้ว
แหล่งที่มา: CompaniesMarketCap, Apple Investor Relations, Microsoft Investor Relations, Alphabet Investor Relations, Amazon Investor Relations, NVIDIA Investor Relations
อ้างอิง: https://companiesmarketcap.com/tech/largest-tech-companies-by-market-cap/
อ้างอิง: https://investor.apple.com/investor-relations/default.aspx
อ้างอิง: https://www.microsoft.com/investor/reports/ar25/index.html
อ้างอิง: https://abc.xyz/investor/
อ้างอิง: https://ir.aboutamazon.com/news-release/news-release-details/2026/Amazon-com-Announces-Fourth-Quarter-Results/
อ้างอิง: https://investor.nvidia.com/financial-info/financial-reports/default.aspx
เขียนโดย kitasan
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
5 เงินเดือนผู้นำประเทศ ตัวเลขจริงที่ต่างกันมากกว่าที่คิด
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
ทำไมศรีราชาถึงมีคนญี่ปุ่นเยอะ จนถูกเรียกว่า Little Osaka
สรุปแนวทางหวยลาวพัฒนา งวดวันที่ 27 พฤษภาคม 2569
แร่ธาตุที่ไทยแทบจะผลิตเองไม่ได้ แต่สามารถส่งออกได้ในปริมาณมาก
เนินทรายร้องเพลงแห่งคาซัคสถาน เสียงฮึ่มจากทะเลทรายที่วิทยาศาสตร์ยังตามฟัง
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
วิธีเก็บเงินล้านก่อนอายุ 35 ต้องออมเดือนละเท่าไร
จักบุชเบบี้ ไพรเมตตาโตแห่งแอฟริกา เสียงร้องคล้ายเด็ก
หมอนวดจากประเทศไทย นิยมทำงานที่ประเทศไหนมากที่สุดในโลก
ทะเลสาบนาตรอนในแทนซาเนีย ทำไมซากสัตว์จึงแข็งเหมือนหิน
ทำไมบางแสนยังแน่นทุกวันหยุด ใกล้กรุงเทพฯ กินง่าย เดินเล่นได้จริง
จักบุชเบบี้ ไพรเมตตาโตแห่งแอฟริกา เสียงร้องคล้ายเด็ก
เนินทรายร้องเพลงแห่งคาซัคสถาน เสียงฮึ่มจากทะเลทรายที่วิทยาศาสตร์ยังตามฟัง
สิงคโปร์ยังแรงเรื่องเน็ตบ้าน ทำไมประเทศเล็กถึงติดกลุ่มเร็วสุดในโลก
ดมยาดมบ่อยเกินไป จมูกโล่งจริงหรือแค่สมองรู้สึกเย็น
ลองไม่ทำอะไร 10 นาที วิธีพักสั้น ๆ ที่ช่วยให้สมองได้หายใจ




