หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ท่อนจันทน์กับการสำเร็จโทษเจ้านาย จารีตเก่าที่ผูกอำนาจกับพระราชฐานะ

เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

ท่อนจันทน์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือประหารชีวิตในพงศาวดารไทย หากยังเป็นร่องรอยของวิธีคิดเรื่อง “ฐานะ” ของเจ้านาย ที่แม้ถูกลงพระราชอาญาถึงชีวิต ก็ยังถูกปฏิบัติไม่เหมือนสามัญชน

 

เรื่องนี้อยู่ในหมวดประวัติศาสตร์ที่อ่านแล้วต้องระวังคำมากเป็นพิเศษ เพราะหลักฐานหลายชิ้นมาจากกฎหมายเก่า พงศาวดาร และคำให้การที่บันทึกคนละยุค คนละสำนวน รายละเอียดบางช่วงจึงไม่ควรเล่าเหมือนเห็นเหตุการณ์ด้วยตา แต่แกนหลักที่พบตรงกันคือ การสำเร็จโทษเจ้านายด้วยท่อนจันทน์เป็นราชประเพณีที่ถูกกล่าวถึงในกฎมณเฑียรบาล และเกี่ยวพันกับคติที่ไม่ต้องการให้โลหิตขัตติยวงศ์ตกต้องพื้นดิน

 

ในกฎหมายตราสามดวง ซึ่งชำระขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 มีหมวดกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยระเบียบราชสำนักและการลงโทษผู้มีฐานะสูงในราชวงศ์ ข้อความที่มักถูกอ้างถึงคือมาตรา 176 ว่าหากโทษหนักถึงสิ้นชีวิต ให้ส่งตัวไปยังเจ้าพนักงานที่เกี่ยวข้อง และนำไป “มล้าง” ณ โคกพญา หรือโคกพระยา ชื่อสถานที่ที่ปรากฏในงานประวัติศาสตร์เกี่ยวกับอยุธยา

คำว่า “สำเร็จโทษ” จึงไม่ใช่คำสุภาพที่แปลว่าลงโทษธรรมดา แต่หมายถึงการทำให้โทษถึงที่สุด

ทำไมต้องเป็นไม้จันทน์ คำอธิบายที่พบในงานประวัติศาสตร์มักโยงกับความเชื่อเรื่องพระราชวงศ์และความเป็นสิริมงคลของแผ่นดิน ไม้จันทน์เป็นไม้หอม ใช้ในพิธีสำคัญ โดยเฉพาะงานศพของผู้มีฐานะสูง เมื่อนำมาใช้เป็นท่อนสำหรับลงพระราชอาญา จึงเหมือนเป็นการรักษากรอบพิธีกรรมไว้แม้ในวาระที่รุนแรงที่สุด

 

ภาพที่เล่าต่อกันมามักมีถุงแดง เสื่อ เบาะ และท่อนจันทน์

ในบันทึกบางชุด ระบุว่าเจ้านายผู้ต้องโทษจะถูกสวมถุงผ้าสีแดงตั้งแต่พระเศียรลงไปจนถึงพระบาท แล้วรัดให้แน่น เพื่อลดการสัมผัสพระวรกายโดยตรงและไม่ให้ผู้คนเห็นสภาพอันน่าสลด จากนั้นเพชฌฆาตหรือเจ้าพนักงานจะใช้ท่อนจันทน์ทุบหรือกระทุ้งให้สิ้นพระชนม์ รายละเอียดตำแหน่งที่ลงมือมีเล่าต่างกัน บ้างว่าที่พระนาภี บ้างว่าที่พระเศียร จึงควรอ่านในฐานะข้อมูลจากเอกสารเก่า ไม่ใช่ภาพเหตุการณ์ชุดเดียวที่ยืนยันได้ทั้งหมด

วัดโคกพระยาในอยุธยาเป็นชื่อที่ถูกผูกกับจารีตนี้มากที่สุด สถานที่ดังกล่าวถูกเล่าว่าเป็นจุดสำเร็จโทษกษัตริย์และเชื้อพระวงศ์หลายรายในสมัยอยุธยา เมื่อเสร็จพิธีแล้วมีการฝังพระศพและให้เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตามกำหนด หลักฐานบางชิ้นพูดถึงการเฝ้า 7 วัน รายละเอียดนี้ยิ่งทำให้เห็นว่า การลงโทษไม่ได้เป็นเพียงการฆ่าตามกฎหมาย แต่ถูกวางอยู่ในระบบพิธี ระเบียบราชสำนัก และความหวาดระแวงทางการเมือง

ชื่อที่มักถูกยกเป็นตัวอย่างในพงศาวดารมีตั้งแต่สมเด็จพระเจ้าทองลัน พระรัษฎาธิราช พระศรีเสาวภาคย์ สมเด็จพระเชษฐาธิราช สมเด็จพระอาทิตยวงศ์ เจ้าฟ้าไชย ไปจนถึงเจ้านายอีกหลายพระองค์ในปลายอยุธยา หลายกรณีเกิดขึ้นระหว่างการผลัดแผ่นดิน การชิงราชสมบัติ หรือการกำจัดผู้ที่ถูกมองว่าเป็นภัยต่อราชบัลลังก์

 

นี่คือด้านแข็งของประวัติศาสตร์ราชสำนักไทย อำนาจกับพิธีเดินคู่กัน

กรณีกรุงธนบุรีและต้นรัตนโกสินทร์ซับซ้อนกว่าเดิม เพราะเอกสารบางชิ้นเล่าไม่ตรงกัน เช่นกรณีสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มีทั้งกระแสที่อ้างถึงการสำเร็จโทษตามแบบโบราณ และข้อมูลในพระราชพงศาวดารบางฉบับที่ระบุวิธีประหารต่างออกไป เมื่อนำมาเขียนจึงไม่ควรฟันธงเกินหลักฐาน

 

ส่วนกรณีที่มักถูกพูดถึงมากในยุครัตนโกสินทร์ คือกรมหลวงรักษ์รณเรศ หรือหม่อมไกรสร พระราชโอรสในรัชกาลที่ 1 ซึ่งถูกถอดพระยศและสำเร็จโทษในปลายรัชกาลที่ 3 ที่วัดปทุมคงคา เมื่อ พ.ศ. 2391 หลายแหล่งถือว่าเป็นหนึ่งในกรณีท้าย ๆ หรือกรณีสุดท้ายที่มีการกล่าวถึงการสำเร็จโทษเจ้านายด้วยท่อนจันทน์ในประวัติศาสตร์ไทย

จารีตนี้ค่อย ๆ หายไปเมื่อรัฐสยามเปลี่ยนระบบกฎหมายและวิธีลงโทษให้เป็นแบบสมัยใหม่มากขึ้น จากโลกที่คนแต่ละฐานันดรถูกลงโทษไม่เหมือนกัน ไปสู่ระบบกฎหมายที่พยายามทำให้บทลงโทษอยู่ในกรอบเดียวกันมากขึ้น แม้ในความเป็นจริง เส้นทางนั้นไม่ได้เปลี่ยนในคืนเดียว

 

สิ่งที่ท่อนจันทน์ทิ้งไว้จึงไม่ใช่แค่เรื่องชวนสยดสยอง หากเป็นหลักฐานของสังคมที่มองร่างกาย เลือด อำนาจ และราชฐานะด้วยสายตาต่างจากคนยุคนี้มาก จนบางครั้งอ่านแล้วรู้สึกไกลตัว ทั้งที่หลายชื่อในเรื่องนี้ยังอยู่ในหน้าพงศาวดารที่คนไทยเรียนและได้ยินกันอยู่เสมอ

เนื้อหาโดย: ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
แหล่งที่มา: ต้นฉบับผู้เขียน, กรมศิลปากร, ศิลปวัฒนธรรม, The People
อ้างอิง: https://finearts.go.th/chonburilibrary/view/6821-กฎหมายตราสามดวง-เล่ม-1, https://www.silpa-mag.com/history/article_18253, https://www.silpa-mag.com/quotes-in-history/article_7912, https://www.thepeople.co/history/nostalgia/51824
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 150 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
45 VOTES (5/5 จาก 9 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี, davin, goldfish13, famai, projor007, Freya Rune, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, kyogisa, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
พญานาคในลุ่มน้ำโขง จากตำนานสายน้ำสู่ความเชื่อที่ยังอยู่ในชีวิตคนไทยห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการอาหารไทยที่กำลังสูญหายพญานาคอยู่ที่ไหนตามความเชื่อโบราณ ทำไมจึงผูกกับสายน้ำมอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวันองคุลิมาล จากโจรผู้คนหวาดกลัว สู่พระอรหันต์หลังได้ยินคำว่า “หยุด”บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยถั่วแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร เลือกกินให้ได้ประโยชน์มากขึ้นเที่ยวญี่ปุ่นให้สบายใจขึ้น มารยาทเล็ก ๆ ที่นักท่องเที่ยวควรรู้วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยมอเตอร์ไซค์สงครามโลกครั้งที่ 2 ทำไมรถสองล้อเหล่านี้ถึงกลายเป็นตำนานสนามรบ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาหารไทยที่กำลังสูญหายทำไมเค้กโบราณถึงยังครองใจคนไทย ทั้งที่รสชาติไม่ได้หวือหวา?หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุด
เคล็ดลับเสริมโชคลาภจากเกลือไว้ในบ้านเทศกาลลิธา: เฉลิมฉลองจุดสูงสุดแห่งสุริยาและความอุดมสมบูรณ์กะฉิ่น รัฐที่มียอดเขาหิมะ ดินแดนเหนือสุดของเมียนมาไขความลับกงล้อมนตราทิเบต มรดกทางจิตวิญญาณแห่งสันติสุข
ตั้งกระทู้ใหม่