หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จังหวัดในไทยที่เลี้ยงปลาบู่เยอะสุดในประเทศไทย

เขียนโดย puypuy

ถ้าถามว่าจังหวัดไหนถูกพูดถึงมากที่สุดเวลาเอ่ยถึง “ปลาบู่ทราย” ในวงการเลี้ยงปลา ชื่อนครสวรรค์มักโผล่มาก่อนเพื่อน

เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะมีบึงบอระเพ็ดหรืออยู่ตรงปากน้ำโพ แต่เพราะพื้นที่ภาคกลางตอนบนแถบนี้เคยเป็นแหล่งเลี้ยงปลาบู่ในกระชังที่สำคัญ โดยเฉพาะลำน้ำและลำน้ำสาขาที่ต่อเนื่องลงมาถึงอุทัยธานี ชัยนาท และปทุมธานี

คำว่า “เลี้ยงเยอะสุด” อาจต้องพูดให้ระวังหน่อย เพราะสถิติรายจังหวัดแบบอัปเดตล่าสุดไม่ได้ถูกเผยแพร่ให้เห็นง่ายเหมือนปลานิลหรือปลาดุก แต่ข้อมูลจากกรมประมงระบุชัดว่า ในอดีตการเลี้ยงปลาบู่ทรายนิยมเลี้ยงกันมากในกระชังแถบลุ่มน้ำภาคกลาง ตั้งแต่นครสวรรค์ อุทัยธานี เรื่อยมาจนถึงปทุมธานี โดยมีนครสวรรค์เป็นพื้นที่ที่ถูกอ้างถึงในฐานะแหล่งเลี้ยงและแหล่งส่งออกสำคัญ

ปลาบู่ทรายไม่ใช่ปลาตลาดล่าง

ปลาชนิดนี้มีชื่อสามัญว่า Sand Goby หรือ Marbled Sleepy Goby ในไทยเรียกกันหลายชื่อ เช่น ปลาบู่ บู่ทราย บู่จาก หรือบู่ทอง เป็นปลาน้ำจืดที่พบได้ตามแม่น้ำ สาขาแม่น้ำ และอ่างเก็บน้ำหลายพื้นที่ของประเทศ ลักษณะเด่นคือรูปร่างค่อนข้างป้อม หัวใหญ่ ปากกว้าง เคลื่อนไหวช้า แต่เป็นปลากินสัตว์น้ำขนาดเล็ก จึงเลี้ยงให้โตได้ทั้งในบ่อและกระชัง

จุดที่ทำให้ปลาบู่ทรายแตกต่างจากปลาน้ำจืดทั่วไปคือ “ราคา”

กรมประมงเคยให้ข้อมูลว่า ปลาบู่ขนาดประมาณ 800 กรัม มีราคาประมาณกิโลกรัมละ 370 บาท และผลผลิตส่วนหนึ่งถูกส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ทั้งในรูปแบบปลามีชีวิต แช่เย็น และปลาสวยงาม ส่วนข้อมูลข่าวการทดลองเลี้ยงในอ่างทองเมื่อปี 2569 ระบุว่า ราคารับซื้อในประเทศอยู่แถวกิโลกรัมละ 200 บาท แล้วแต่ขนาดและตลาดปลายทาง

นี่แหละที่ทำให้ปลาบู่ยังเป็นปลาที่เกษตรกรบางกลุ่มจับตา แม้เลี้ยงไม่ง่ายเท่าปลานิล

แหล่งที่คนมักพูดถึงมากที่สุดยังอยู่ในลุ่มน้ำภาคกลาง โดยเฉพาะนครสวรรค์บริเวณปากน้ำโพและพื้นที่เกี่ยวเนื่องกับบึงบอระเพ็ด ถัดลงมาคืออุทัยธานีแถบแม่น้ำสะแกกรัง ชัยนาท และปทุมธานี ส่วนพื้นที่อ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนใหญ่ เช่น กาญจนบุรี อุตรดิตถ์ และตาก ก็มีรายงานการพบและการใช้ประโยชน์จากปลาบู่ในระบบแหล่งน้ำเช่นกัน แต่ถ้าพูดในเชิง “ภาพจำของการเลี้ยงปลาบู่กระชัง” นครสวรรค์ยังเป็นชื่อที่เด่นมาก

 

ปัญหาใหญ่ของปลาบู่คือพันธุ์ปลา

ที่ผ่านมาเกษตรกรจำนวนไม่น้อยต้องพึ่งลูกปลาจากธรรมชาติ ทำให้มีต้นทุนและความเสี่ยงสูง ลูกปลาไม่ได้มีตลอดปี แถมปริมาณในธรรมชาติก็ผันผวน กรมประมงจึงเดินงานวิจัยเรื่องการเพาะขยายพันธุ์ปลาบู่ เพื่อช่วยลดแรงกดดันจากการจับตามแหล่งน้ำธรรมชาติ

ข้อมูลจากกรมประมงเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ระบุว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดปทุมธานีประสบความสำเร็จในการเพาะพันธุ์ปลาบู่โดยวิธีเลียนแบบธรรมชาติเมื่อเดือนสิงหาคม 2565 ใช้พ่อแม่พันธุ์ขนาด 200-300 กรัม จำนวน 23 คู่ เพาะในบ่อซีเมนต์ และอนุบาลลูกปลาจนมีอัตรารอด 77.52% ก่อนจำหน่ายลูกพันธุ์ขนาด 1 นิ้วให้เกษตรกรชุดแรก 10,000 ตัว

ตัวเลขนี้สำคัญมาก

เพราะถ้าลูกพันธุ์ผลิตได้สม่ำเสมอ การเลี้ยงปลาบู่ก็ไม่ต้องผูกติดกับธรรมชาติมากเหมือนเดิม และเกษตรกรจะวางแผนการเลี้ยงได้ดีขึ้นกว่าเดิม

อีกข่าวที่น่าสนใจคือปี 2569 ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดอ่างทองนำปลาบู่จากงานเพาะพันธุ์มาทดลองเลี้ยงในกระชังในลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีจุดเปลี่ยนสำคัญคือปลาสามารถกินอาหารเม็ดได้ หลังจากเดิมปลาบู่ขึ้นชื่อว่าเป็นปลากินเนื้อ การทำให้กินอาหารเม็ดได้จึงช่วยให้คุมต้นทุนและจัดการฟาร์มง่ายขึ้น

แต่ก็อย่าเพิ่งมองว่าเป็นอาชีพที่เริ่มแล้วรวยทันที

ปลาบู่โตช้า ต้องการน้ำดี และการเลี้ยงในกระชังต้องดูทั้งคุณภาพน้ำ โรคปลา อาหาร และตลาดรับซื้อ ถ้าพื้นที่น้ำไม่เหมาะ หรือไม่มีผู้รับซื้อแน่นอน ความเสี่ยงก็สูงพอสมควร ต่างจากปลาน้ำจืดทั่วไปที่ตลาดกว้างกว่าและขายง่ายกว่า

พูดให้ตรงที่สุดคือ นครสวรรค์ยังเป็นจังหวัดที่มีชื่อเด่นมากในเรื่องปลาบู่ทรายของไทย โดยเฉพาะประวัติการเลี้ยงในกระชังและบทบาทในลุ่มน้ำภาคกลาง แต่ถ้าจะฟันธงว่า “เลี้ยงมากที่สุดในปัจจุบัน” ควรอ้างสถิติรายจังหวัดจากกรมประมงปีล่าสุดประกอบอีกชั้นหนึ่ง

สำหรับคนอ่านทั่วไป แค่นี้ก็เห็นภาพแล้วว่า ปลาบู่ทรายไม่ใช่ปลาธรรมดาในจานอาหาร แต่เป็นปลาน้ำจืดราคาดีที่ยังมีช่องว่างให้พัฒนาต่อ ตั้งแต่ลูกพันธุ์ อาหารเม็ด ไปจนถึงตลาดส่งออก

และชื่อของนครสวรรค์ก็ยังอยู่ตรงกลางของเรื่องนี้อยู่ดี

เนื้อหาโดย: puypuy
แหล่งที่มา: กรมประมง / สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม / NBT Connext กรมประชาสัมพันธ์
อ้างอิง: https://www4.fisheries.go.th/dof/news_local/1210/179426 , https://thbif.onep.go.th/minisite/lagoon/taxons/detail/49 , https://thainews.prd.go.th/thainews/news/view/1966620/?bid=1
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
puypuy's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 119 ครั้ง
เขียนโดย puypuy
นักเขียนสาย Hot Topic และคอนเทนต์จัดอันดับ ถ่ายทอดเรื่องใกล้ตัวและประเด็นที่คนสนใจให้อ่านง่าย เข้าใจเร็ว พร้อมมุมมองที่เชื่อมโยงกับชีวิตจริง
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: puypuy
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันแมวโพง ตำนานแมวกลางคืนที่เล่ากันว่าย่องมากับเสียงร้องคล้ายเด็กดื่มน้ำมะพร้าวทุกวัน 1 เดือน ร่างกายได้อะไรบ้าง และใครควรระวัง1 จังหวัดที่คนหนีออกมากที่สุดในไทยวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยบั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวนวัดโบราณลึกลับที่ตั้งอยู่ลึกที่สุดกลางป่าเขาของภาคเหนือตำป่า vs ตำมั่ว ต่างกันยังไง? หลายคนสั่งผิดมาตลอด!ความเชื่อเกี่ยวกับเลข 92 งวดวันที่ 1 กรกฎาคม 2569โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติจังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ10 ความเชื่อดูแลรถและจักรยาน ที่ทำบ่อยแต่เสี่ยงพังเร็วกว่าเดิม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แมวโพง ตำนานแมวกลางคืนที่เล่ากันว่าย่องมากับเสียงร้องคล้ายเด็ก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
22 มิถุนายน วันป่าฝนโลก (World Rainforest Day) เมื่อปอดของโลกกำลังต้องการความช่วยเหลืองานบุญหลวง-ผีตาโขน-ด้านซ้าย" เครื่องบินเติมน้ำมันอะไร ""เขาคิชฌกูฏ"
ตั้งกระทู้ใหม่