ผัดเปรี้ยวหวานหมู สูตรครบรส ผักกรอบ ซอสไม่หวานเลี่ยน

จานนี้พังง่ายกว่าที่คิด แค่ซอสหวานเกินไปนิดเดียว หรือผักอยู่ในกระทะนานไปหน่อย ผัดเปรี้ยวหวานหมูที่ควรจะสดใสก็กินแล้วเลี่ยนขึ้นมาทันที
สูตรนี้เลยไม่ทำซอสให้ข้นหนืดแบบราดของทอด แต่ตั้งใจให้เป็นผัดเปรี้ยวหวานแบบบ้าน ๆ มีน้ำซอสพอคลุกข้าว หมูนุ่มพอดีคำ ผักยังมีสีและแรงกรอบอยู่บ้าง เวลากินจะได้เจอทั้งรสเปรี้ยวจากน้ำส้มสายชูและสับปะรด ความหวานจากซอสมะเขือเทศกับผัก และรสเค็มตามหลังนิด ๆ ให้จานไม่แบน
หลายสูตรใช้ผักใกล้เคียงกัน ทั้งแตงกวา หอมใหญ่ มะเขือเทศ พริกหวาน และสับปะรด จุดที่ต่างกันจริง ๆ คือจังหวะลงกระทะ เพราะมะเขือเทศกับแตงกวาไม่ใช่ผักที่ควรผัดนาน ถ้าใส่เร็วเกินไป มะเขือเทศจะเละ แตงกวาจะหม่น แล้วจานนี้จะเสียเสน่ห์ไปครึ่งหนึ่ง
สำหรับ 3-4 คน ใช้หมูสันนอกหรือสันคอประมาณ 300 กรัม ถ้าชอบเนื้อนุ่มมีมันแทรกนิด ๆ สันคอกินง่ายกว่า แต่ถ้าอยากได้จานเบากว่า สันนอกก็ใช้ได้ แค่หั่นให้บางพอดีคำ อย่าหั่นหนาแบบหมูทอด เพราะเวลาผัดสั้น ๆ ข้างในจะสุกช้าและเนื้อจะแข็งง่าย
ของที่ต้องเตรียมมีแตงกวา 1 ลูก มะเขือเทศ 2 ลูก หอมใหญ่ 1 หัว พริกหวานรวมประมาณ 1 ถ้วย สับปะรดหั่นชิ้น 100 กรัม กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันพืชประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ
ส่วนซอส ผสมซอสมะเขือเทศ 3 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ น้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำเปล่า 3-4 ช้อนโต๊ะไว้ในถ้วยก่อนลงกระทะ
วิธีนี้ช่วยมาก โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ถนัดผัดไฟแรง
เริ่มจากหั่นหมูเป็นชิ้นบางพอดีคำ ถ้ามีเวลา หมักกับซีอิ๊วขาวหรือน้ำปลาเล็กน้อยสัก 10-15 นาทีพอให้หมูมีรสในตัว ไม่ต้องหมักหนัก เพราะซอสผัดจะเป็นตัวคุมรสหลักของจานอยู่แล้ว
ตั้งกระทะไฟกลางค่อนแรง ใส่น้ำมัน พอน้ำมันเริ่มร้อนใส่กระเทียมสับลงไป ผัดให้หอม แต่อย่ารอจนกระเทียมสีเข้มมาก เพราะหลังจากนี้ยังต้องเจอความร้อนต่ออีก ถ้ากระเทียมไหม้ กลิ่นขมจะติดซอสทันที
ใส่หมูลงไป ผัดให้ผิวหมูเปลี่ยนสีและเริ่มสุก แล้วตามด้วยหอมใหญ่กับพริกหวานก่อน ผัดแค่ให้หอมใหญ่เริ่มใสขึ้นเล็กน้อย กลิ่นหวานของผักจะเริ่มออกมาเอง
จากนั้นค่อยใส่สับปะรด แตงกวา และมะเขือเทศลงไป ผักชุดนี้ไม่ต้องการเวลาในกระทะนาน สับปะรดแค่พอร้อนและปล่อยน้ำออกมานิดเดียว แตงกวาควรยังกรอบ ส่วนมะเขือเทศควรยังเป็นชิ้น ไม่ใช่หายไปอยู่ในซอส
เทซอสที่ผสมไว้ลงกระทะ เร่งมือผัดให้เคลือบหมูและผักทั่วกัน ถ้าซอสแห้งเกินไป เติมน้ำได้อีกนิด แต่ไม่ควรเติมจนกลายเป็นน้ำราดเต็มจาน ผัดเปรี้ยวหวานที่กินกับข้าวสวยอร่อยควรมีซอสพอดีให้คลุก ไม่ใช่ซุปสีแดง
ชิมก่อนปิดไฟเสมอ เพราะสับปะรดแต่ละลูกไม่เหมือนกัน ถ้าสับปะรดหวานมาก ครั้งหน้าลดน้ำตาลลงได้ครึ่งช้อนโต๊ะ หรือเพิ่มน้ำส้มสายชูหลังชิมเพียงเล็กน้อย ถ้าสับปะรดออกเปรี้ยว ซอสจะสดขึ้นเอง ไม่ต้องฝืนเติมเครื่องปรุงเยอะ
อีกจุดที่ควรจำคือ อย่าใส่มะเขือเทศเร็ว และอย่าผัดแตงกวาจนสีตาย ผักในจานนี้ไม่ได้มีไว้เพิ่มปริมาณเฉย ๆ แต่มันช่วยตัดรสซอสให้ไม่หวานเลี่ยน พอเคี้ยวเจอแตงกวากรอบ ๆ หรือสับปะรดฉ่ำ ๆ รสเปรี้ยวหวานจะมีชีวิตขึ้นมา
ตักขึ้นตอนยังร้อน กลิ่นซอสมะเขือเทศกับกระเทียมจะมาก่อน ตามด้วยหอมใหญ่และสับปะรด หมูควรนุ่ม ผักควรยังดูสดอยู่บ้าง กินกับข้าวสวยร้อน ๆ แล้วไม่ต้องมีเครื่องเคียงอะไรมากก็พอ
จานนี้มีแค่ไม่กี่ข้อที่ต้องระวัง ซอสอย่าหวานนำ ผักอย่าเละ หมูอย่าอยู่บนไฟนานเกินไป
ทำได้ครบ แป๊บเดียวก็หมดจาน
แหล่งที่มา: Knorr Thailand, Ajinomoto Thailand, Hungry in Thailand, Hot Thai Kitchen
อ้างอิง: https://www.knorr.com/th/r/ผัดเปรี้ยวหวานหมู.html/117882, https://recipe.ajinomoto.co.th/recipe/ผัดเปรี้ยวหวาน, https://hungryinthailand.com/thai-sweet-and-sour-pork-recipe/, https://hot-thai-kitchen.com/sweet-and-sour-pork/
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
คอนเสิร์ตครั้งที่ใหญ่และมีคนดูมากที่สุด ที่ถูกจัดขึ้นโดยนักร้องชาวไทย
10 เจ้าหญิงดิสนีย์ที่อายุน้อยที่สุด ใครเด็กที่สุดในอาณาจักรดิสนีย์?
แนวทางเลขสูตรลับ เสือตกถัง อาจารย์พล ขอนเเก่น 1/9/69
สาว 18 ถูกรุ่นพี่รุมทำร้ายร่างกาย ข้อหาปีนเกลียว-หึงหวง
อาชีพใดคู่แข่งน้อย แต่รายได้ดี? เปิดมุมมอง 10 อาชีพเฉพาะทางที่คนทั่วไปอาจมองข้าม
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
9 อาชีพสำคัญในประเทศไทย ที่คนไทยไม่นิยมทำแต่ประเทศยังขาดไม่ได้
ชาติที่คนใช้เงินในประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
แดนเซอร์เบื้องหลังศิลปินดัง ได้ค่าจ้างต่อโชว์เท่าไร?
"ดุ่ย ภรัญฯ" งวด 1 กันยายน 2569 ส่องเลขวิน ชนสถิติ 20 ปี
ดีปลี เครื่องเทศไทยรสเผ็ดร้อนที่คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้น
สังเกตไหม? ทำไมเราถึงไม่เคยเห็น "หน้าจอโทรศัพท์" ในฝันเลย?
นักศึกษาจากประเทศไหน เข้ามาเรียนต่อในไทยมากที่สุด



