แกงเผ็ดเป็ดย่างกะทิหอม สูตรใส่สับปะรดให้น้ำแกงกลม

แกงเผ็ดเป็ดย่างเป็นเมนูที่มีกลิ่นเฉพาะตัวตั้งแต่ยังไม่ยกลงจากเตา ความหอมของกะทิผสมกับเครื่องแกงและกลิ่นเป็ดย่างจะลอยขึ้นมาก่อนเสมอ หลายคนชอบเมนูนี้เพราะรสชาติค่อนข้างมีมิติ มีทั้งความเผ็ดอ่อน ๆ ความหวานจากผลไม้และความหอมมันจากน้ำแกง
แกงเผ็ดเป็ดย่างหม้อหนึ่งจะหอมก่อนเห็นหน้าตาเสียอีก แค่พริกแกงโดนกะทิร้อน ๆ กลิ่นก็ขึ้นมาแล้ว พอใส่เป็ดย่างลงไปช่วงท้าย กลิ่นหนังเป็ดไหม้นิด ๆ จะทำให้น้ำแกงดูมีชั้นขึ้นทันที
เมนูนี้ไม่ใช่แกงที่ต้องต้มเป็ดนานเหมือนเนื้อสด เพราะเป็ดย่างสุกมาแล้ว ถ้าใส่ลงหม้อตั้งแต่แรกแล้วปล่อยให้เดือดนาน เนื้ออาจแข็ง หนังหลุดง่าย และกลิ่นย่างที่ควรเด่นก็หายไปกับน้ำแกงเสียครึ่งหนึ่ง
เคล็ดลับอยู่ที่น้ำแกงก่อนถึงเป็ด
เริ่มจากผัดพริกแกงกับหัวกะทิให้หอม ใช้ไฟกลาง อย่าเร่งไฟแรงเกินไป ช่วงที่กะทิเริ่มแตกมันนิด ๆ สีแกงจะสวยขึ้นและกลิ่นเครื่องแกงจะชัดกว่าเทพริกแกงลงน้ำเดือดตรง ๆ สูตรของหลายครัวจะใช้วิธีผัดพริกแกงกับกะทิให้หอมก่อน แล้วค่อยเติมกะทิส่วนที่เหลือลงไป วิธีนี้ช่วยให้น้ำแกงไม่จืดแบน
วัตถุดิบสำหรับหม้อกลาง ๆ
เป็ดย่างหั่นชิ้น 500 กรัม
กะทิ 700 มิลลิลิตร
น้ำเปล่า 250 มิลลิลิตร
พริกแกงเผ็ด 4 ช้อนโต๊ะ
สับปะรดหั่นชิ้น 150 กรัม
มะเขือเทศราชินี 100 กรัม
องุ่น 80 กรัม ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้
ใบโหระพา 1 ถ้วย
พริกชี้ฟ้าแดง 2 เม็ด
น้ำปลา 2-3 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนโต๊ะ หรือลดลงถ้าสับปะรดหวานมาก
หั่นเป็ดย่างให้พอดีคำ ถ้าชิ้นหนาไปน้ำแกงจะซึมเข้าเนื้อช้า แต่ถ้าบางเกินไป พอต้มแล้วเนื้อแตกง่าย ส่วนสับปะรดควรเลือกที่สุกกำลังดี ไม่เปรี้ยวจัด เพราะผลไม้ชิ้นนี้เป็นตัวช่วยให้น้ำแกงมีรสหวานอมเปรี้ยวแบบไม่ต้องพึ่งน้ำตาลมาก
ตั้งหม้อ ใส่หัวกะทิลงไปก่อนประมาณหนึ่งทัพพี ตามด้วยพริกแกงเผ็ด ผัดช้า ๆ จนกลิ่นหอมและสีเริ่มเข้มขึ้น ถ้ากะทิมีน้ำมันแดงออกมานิดหน่อยถือว่าใช้ได้ แต่ไม่ต้องผัดจนแตกมันหนัก เพราะน้ำแกงจะดูมันเกินและกลิ่นกะทิอาจกลบเป็ด
จากนั้นเติมกะทิที่เหลือกับน้ำเปล่า คนให้พริกแกงกระจายตัว ใส่สับปะรดลงไปก่อนแล้วเคี่ยวประมาณ 5-7 นาที ช่วงนี้น้ำแกงจะเริ่มได้ความหวานจากผลไม้ รสจะนุ่มกว่าการใส่น้ำตาลทีเดียวเยอะ ๆ
พอน้ำแกงเริ่มเข้าที่ ค่อยใส่เป็ดย่างลงหม้อ ปรุงด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ชิมก่อนเสมอ เพราะเป็ดย่างแต่ละร้านมีรสเค็มไม่เท่ากัน บางร้านหมักมาค่อนข้างจัด ถ้าปรุงตามสูตรเป๊ะโดยไม่ชิม น้ำแกงอาจเค็มนำได้ง่าย
ใส่มะเขือเทศ องุ่น และพริกชี้ฟ้า ต้มต่อแค่ประมาณ 3-5 นาทีให้เป็ดซึมรส ไม่ต้องปล่อยให้เดือดพล่านนาน พอได้กลิ่นเป็ดย่างลอยขึ้นมากับกะทิ ก็ปิดไฟได้เลย
ใบโหระพาใส่ตอนท้ายดีที่สุด
ปิดไฟก่อนแล้วค่อยโรยใบโหระพาลงไป ใช้ความร้อนที่เหลือช่วยดึงกลิ่นออกมา ถ้าต้มใบโหระพานานเกินไป กลิ่นจะหาย สีใบจะคล้ำ และน้ำแกงจะเสียความสดที่ควรมีตอนยกเสิร์ฟ
แกงเผ็ดเป็ดย่างถ้วยที่ดีไม่ควรหวานโดด เผ็ดโดด หรือมันจนเลี่ยน รสที่น่ากินคือเผ็ดนุ่ม ๆ หวานนิดจากสับปะรด มีกลิ่นพริกแกงกับกะทิ และยังได้กลิ่นเป็ดย่างตามหลังมาเบา ๆ กินกับข้าวสวยร้อน ๆ ก็พอแล้ว ไม่ต้องมีเครื่องเคียงมากให้วุ่นวาย
ถ้าจะอุ่นกินอีกมื้อ ให้ใช้ไฟอ่อนและอย่าคนแรง เนื้อเป็ดจะยังเป็นชิ้นสวย น้ำแกงจะไม่แตก และกลิ่นโหระพาที่เหลืออยู่จะไม่ช้ำไปมากกว่านี้

แหล่งที่มา: Pholfoodmafia / Rosa’s Thai
อ้างอิง: https://www.pholfoodmafia.com/recipe/roast-duck-red-curry-แกงเผ็ดเป็ดเป็ดย่าง/ , https://rosasthai.com/recipes/roast-duck-curry
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ทำไมครูไทยเป็นหนี้ง่าย และหลายคนมีหนี้สูงกว่าที่คิด
ถ้าเราได้ไปเที่ยว “วงแหวนดาวเสาร์” จะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์และภาพที่เราเห็นจะเป็นแบบไหน
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลย
ถ้าเราย้อนเวลากลับไปท่องเที่ยว “ยุคไดโนเสาร์” ต้องเตรียมตัวยังไง และโลกในตอนนั้นโหดแค่ไหนกันแน่
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ถ้าเราย้อนเวลากลับไปท่องเที่ยว “ยุคหิน” ต้องเตรียมตัวยังไง และชีวิตจริงจะเป็นแบบไหน
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ถ้าเราไปเที่ยวดาวเนปจูน ต้องเตรียมตัวยังไง และจะเจออะไรบ้างระหว่างการเดินทางสู่ดาวที่ไกลที่สุดในระบบสุริยะ
แมงกะพรุนกล่อง สัตว์ทะเลโปร่งใสที่มีพิษร้ายแรงระดับโลก
จังหวัดในไทยที่ชวนเข้าใจว่าติดทะเล
ถ้าเราไปเที่ยวยุค 1990 จะเจอโลกแบบไหน และอะไรคือความต่างที่ทำให้รู้สึกเหมือน “คนละยุคจริง ๆ”
ทำไมครูไทยเป็นหนี้ง่าย และหลายคนมีหนี้สูงกว่าที่คิด
แมงกะพรุนกล่อง สัตว์ทะเลโปร่งใสที่มีพิษร้ายแรงระดับโลก
ถ้าเราได้ไปเที่ยว “วงแหวนดาวเสาร์” จะเกิดอะไรขึ้นกับมนุษย์และภาพที่เราเห็นจะเป็นแบบไหน
เห็นชื่อแล้วนึกไม่ออก รวมอาหารไทยชื่อแปลก
ทำไมหลายประเทศในแอฟริกาจึงใช้สีเขียว เหลือง แดงบนธงชาติ?
กุยช่าย ผักกลิ่นหอมที่ถูกเรียกว่า “ไวอากร้าธรรมชาติ” กินอย่างไรให้ได้ประโยชน์


