หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทึ่งทั่วโลก "วัดตะบะญุ" หนึ่งในวิหารที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์เมียนมา

เขียนโดย dukedick

ท่ามกลางทะเลเจดีย์และวิหารอิฐสีหมากสุกของเมืองโบราณพุกาม ประเทศพม่า มีสิ่งก่อสร้างองค์หนึ่งที่ดูเหมือนจะยืนสูงขึ้นเหนือกาลเวลา วัดตะบะญุ หรือ Thatbyinnyu Temple ซึ่งคนไทยมักคุ้นในชื่อ “วัดสัพพัญญู” ไม่ได้เป็นเพียงโบราณสถานเก่าแก่ หากแต่เป็นสัญลักษณ์ของยุคที่พุกามเจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด ทั้งในด้านศรัทธา อำนาจรัฐ และความสามารถทางสถาปัตยกรรมของผู้คนเมื่อเกือบเก้าร้อยปีก่อน

วัดตะบะญุได้รับการยกย่องว่าเป็นวัดโบราณที่สูงที่สุดในเขตที่ราบพุกาม ตัวอาคารสูงราว 61 เมตร หรือประมาณ 201 ฟุต และเมื่อมองจากระยะไกล ยอดของวิหารสีขาวหม่นที่แต้มด้วยเงาดำของกาลเวลา ดูราวกับภูเขาศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่กลางผืนดินแห้งแล้งของลุ่มแม่น้ำอิรวดี ความสูงนี้ทำให้วัดตะบะญุกลายเป็นจุดหมายตาเหนือแนวเจดีย์นับพันองค์ของพุกาม และเป็นหนึ่งในอนุสรณ์สำคัญภายในพื้นที่โบราณคดีพุกาม ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี 2019

วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยพระเจ้าอลองสิธู หรือ King Alaungsithu / Sithu I กษัตริย์สำคัญแห่งราชวงศ์พุกาม โดยมีหลักฐานระบุช่วงเวลาก่อสร้างราว ค.ศ. 1144–1151 ซึ่งตรงกับพุกามยุคกลางถึงปลาย อันเป็นช่วงเวลาที่ศิลปกรรมพม่าเริ่มพัฒนาเอกลักษณ์ของตนอย่างชัดเจนจากอิทธิพลมอญ อินเดีย และลังกา ชื่อ “ตะบะญุ” มีรากจากภาษาบาลี “สัพพัญญู” หมายถึง “ผู้รู้แจ้งทุกสิ่ง” เป็นพระนามหนึ่งของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ชื่อของวัดจึงไม่เพียงบอกถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ หากยังสะท้อนอุดมคติสูงสุดของพุทธศาสนา คือปัญญาอันสมบูรณ์และการรู้แจ้งเหนือโลก

เมื่อเดินเข้าใกล้ตัววัด สิ่งที่ปรากฏชัดคือโครงสร้างอิฐปูนขนาดใหญ่ทรงสี่เหลี่ยม ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไปเป็นชั้น ๆ ลักษณะนี้แตกต่างจากวิหารยุคต้นที่มักเป็นอาคารชั้นเดียว วัดตะบะญุจึงมักถูกมองว่าเป็นหมุดหมายสำคัญของสถาปัตยกรรมพุกามตอนปลาย รูปทรงสองชั้นหลักของอาคารทำให้มวลสถาปัตยกรรมดูหนักแน่น แต่ในเวลาเดียวกันก็ถูกยกให้สูงและเบาขึ้นด้วยชั้นลด ซุ้มโค้ง ยอดศิขระทรงข้าวโพดแบบอินเดีย และยอดเจดีย์ทรงระฆังคว่ำที่ปิดส่วนบนสุด ราวกับเป็นการผสมระหว่าง “วิหาร” อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป กับ “เจดีย์” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งพระบรมสารีริกธาตุ

ภายในวัดเคยถูกจัดแบ่งพื้นที่ตามหน้าที่ทางศาสนาและการใช้ชีวิตของคณะสงฆ์ ชั้นล่างและชั้นที่สองในอดีตใช้เป็นที่พำนักหรือจำพรรษาของพระภิกษุ ชั้นที่สามเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่ ซึ่งหันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก ส่วนชั้นที่สี่เคยทำหน้าที่เป็นหอไตรสำหรับเก็บรักษาพระไตรปิฎก ขณะที่ส่วนยอดปรางค์เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ การจัดวางเช่นนี้สะท้อนโลกทัศน์แบบพุทธที่ไล่ระดับจากพื้นที่ของมนุษย์ ขึ้นสู่พื้นที่แห่งพระธรรม และสูงสุดคือสัญลักษณ์แห่งพระพุทธองค์

รายละเอียดทางสถาปัตยกรรมของวัดตะบะญุไม่ได้งดงามเฉพาะเมื่อมองจากภายนอก ตัวอาคารยังออกแบบให้มีหน้าต่างสองแถวพร้อมซุ้มโค้งในแต่ละชั้น ช่วยให้แสงธรรมชาติส่องเข้าไปยังทางเดินด้านใน และเปิดให้ลมพัดผ่านในอาคารอิฐหนาทึบได้อย่างน่าทึ่ง ในโลกก่อนยุคเครื่องจักรกล ความเข้าใจเรื่องแสง ลม น้ำหนัก และทิศทางของอาคารเช่นนี้ เป็นหลักฐานของภูมิปัญญาช่างพุกามที่ผสานความงามเข้ากับประโยชน์ใช้สอยอย่างแนบเนียน

แต่เช่นเดียวกับโบราณสถานจำนวนมากในพุกาม วัดตะบะญุต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติซ้ำแล้วซ้ำเล่า แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1975 สร้างความเสียหายแก่โบราณสถานจำนวนมากในพื้นที่ และแผ่นดินไหวปี ค.ศ. 2016 ก็ทำให้วัดตะบะญุได้รับผลกระทบอีกครั้ง โดยเฉพาะส่วนยอดและโครงสร้างบางส่วนที่แตกร้าว ภายหลังจึงมีการดำเนินโครงการบูรณะและเสริมความมั่นคงของโครงสร้าง ภายใต้ความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญพม่าและจีน โดยมีรายงานว่าเป็นโครงการอนุรักษ์ระยะยาวราวเก้าปี หลังจากเริ่มงานภาคสนามและพิธีเปิดโครงการในช่วงปี 2019–2022

ทุกวันนี้ วัดตะบะญุยังคงตั้งตระหง่านอยู่บนผืนดินพุกาม แม้ผิวปูนจะหลุดร่อน ร่องรอยฝนแดดจะกัดเซาะ และนั่งร้านบูรณะจะบอกเล่าความเปราะบางของโบราณสถาน แต่ความสง่างามของวัดแห่งนี้ยังไม่เสื่อมคลาย ตรงกันข้าม รอยแตกร้าวเหล่านั้นกลับทำให้เรามองเห็นชีวิตอันยาวนานของอาคารหลังหนึ่งที่ผ่านทั้งราชสำนัก ศรัทธา สงคราม เวลา และแผ่นดินไหว

วัดตะบะญุจึงไม่ใช่เพียง “วัดที่สูงที่สุดในพุกาม” หากเป็นพยานของความใฝ่สูงทางจิตวิญญาณของผู้คนในอดีต เป็นสถาปัตยกรรมที่พยายามเชื่อมโลกมนุษย์เข้ากับปัญญาอันสูงสุด และเป็นบทเรียนว่ามรดกทางวัฒนธรรมมิได้อยู่รอดได้ด้วยหิน อิฐ หรือปูนเท่านั้น แต่อยู่รอดได้ด้วยความทรงจำ ความเข้าใจ และความร่วมมือของผู้คนรุ่นหลังที่ยังเห็นคุณค่าของสิ่งที่บรรพชนฝากไว้บนผืนแผ่นดินพุกาม.

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักที3 มหาวิทยาลัยที่บรรยากาศท่ามกลางธรรมชาติที่ดีและสวยที่สุดในประเทศไทยรายได้คนขับรถไฟโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทย5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”เลขมงคลปฏิทินครอบครัวข่าว3 ประจำเดือนมิถุนายน 2569ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายจังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทยอาชีพไหนเงินเดือนขึ้นเร็วที่สุดหลังเรียนจบ?5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลกกด Snooze ตอนเช้าบ่อย ๆ ทำไมยิ่งตื่นแล้วยิ่งมึนกว่าเดิม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อาชีพไหนเงินเดือนขึ้นเร็วที่สุดหลังเรียนจบ?หน้าดุแต่ใจละมุน! “เตกูแดงอาร์เจนตินา” สัตว์เลื้อยคลานสุดฉลาด ขี้อ้อนเหมือนสุนัข😯 ชวนมาดูสิ่งมีชีวิตในทะเลลึกที่มีลักษณะคล้ายกับสิ่งมีชีวิตจากภาพยนตร์ไซไฟ จนต้องมาหาคำตอบว่ามันคืออะไร ? 😆กางกฎหมาย “กั๊กที่จอดรถหน้าบ้าน” สรุปถนนส่วนรวมหรือสิทธิ์เจ้าของบ้าน?วิธีต้มมาม่าให้อร่อยขึ้น เส้นเหนียวนุ่ม น้ำซุปหอมเหมือนร้านดัง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เกลือหิมาลายัน : ผลึกสีชมพูวัตถุดิบระดับพรีเมียมบนจานอาหารและของหวาน ของมีค่าจากทะเลโบราณใต้ผืนดินปากีสถานอาชีพไหนเงินเดือนสูง แต่คนลาออกเยอะ?อาชีพไหนเงินเดือนขึ้นเร็วที่สุดหลังเรียนจบ?เปิดรายชื่อโรงเรียนประจำชื่อดังในไทย จุดเด่นแต่ละแห่งต่างกันอย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่