(ตอนที่ 4 กำแพงที่ถูกทำลาย)
เขียนโดย Bi Sexjud
ตอนที่ 4 กำแพงที่ถูกทำลาย
ไอความร้อนจากท่อไอเสียของรถบิ๊กไบค์คันเขื่องพวยพุ่งขึ้นมากระทบกับอากาศเย็นเยียบในชั้นล่างของลานจอดรถอาคารคอนโดหรูของเชียงใหม่ ท่ามกลางแสงสว่างรำไรจากหลอดไฟนีออน หมอกขยับจัดท่านั่งบนเบาะหนังสีดำสนิทของบิ๊กไบค์คันโปรด วงแขนแกร่งและแผ่นหลังกว้างใต้เสื้อยืดที่ตึงแน่นตระเตรียมรับน้ำหนักของบุคคลที่จะก้าวขึ้นมาซ้อนท้าย เขารอให้พี่ชายก้าวขึ้นมาซ้อนด้วยท่าทีใจเย็น ท่วงท่าของหมอกเต็มไปด้วยความมั่นใจตามสไตล์ชายหนุ่มรุ่นใหม่ที่รักความเร็วและหลงใหลในความท้าทาย
เมื่อเมฆขยับขึ้นมานั่งเรียบร้อยและวางมือลงบนเอวของเขาเพียงเบาๆ ทว่าความเงียบระหว่างสายสัมพันธ์ที่พึ่งผ่านพ้นสมรภูมิรักอันร้อนแรงมาเมื่อครู่กลับทำให้อากาศรอบตัวดูอึดอัดผิดปกติ หมอกขยับยิ้มกริ่มใต้หน้ากากหมวกกันน็อก เขาละมือจากแฮนด์รถชั่วครู่ เพื่อคว้ามือหนาของพี่ชายมาประสานกอดเอวตัวเองเอาไว้แน่นจนแผ่นอกของเมฆแนบชิดติดกับแผ่นหลังของเขาไม่มีช่องว่าง
“กอดแน่นๆ พี่ เดี๋ยวตก” หมอกย้ำเสียงเข้มผ่านหมวกกันน็อก เสียงของเขาฟังดูดุดันแต่แฝงไปด้วยความปรารถนาที่จะปกป้องและพันธนาการพี่ชายไว้กับตัว ขณะที่ปลายนิ้วกำลังจะกดสตาร์ทเครื่องยนต์ให้ส่งเสียงคำราม ความทรงจำถึงรสสัมผัสอันคาวหวานและเร่าร้อนที่เพิ่งผ่านมาไม่นานในห้องกระจกใสชั้น 28 ก็ผุดขึ้นมาในมโนสำนึก หมอกอดไม่ได้ที่จะหันไปกระเซ้าพี่ชายที่นั่งซ้อนท้ายอยู่เพื่อทดสอบปฏิกิริยา
“น้ำของผมอร่อยไหมพี่”
หมอกถามด้วยน้ำเสียงทะเล้นและแววตาขี้เล่นตามนิสัยชอบเอาชนะ เขารู้ดีว่าคำถามนี้เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่โยนเข้าใส่ความเงียบขรึมของเมฆ คำถามนั้นอาจฟังดูเรียบง่ายแต่มันกลับเปิดเปลือยความจริงที่พวกเขาเพิ่งร่วมเสพสมกันมาอย่างหมดเปลือก ในใจของเมฆที่ยังคงพรางความรู้สึกซับซ้อนและสับสนเอาไว้ กลับทำให้เขาต้องนิ่งไปครู่หนึ่ง หัวใจของพี่ชายเต้นระทึกกระแทกแผ่นหลังของน้องชายอย่างบ้าคลั่ง
เมฆที่นั่งนิ่งอยู่หลังหมวกกันน็อกใบใหญ่ไม่ได้ตอบอะไรเป็นคำพูดเพื่อรักษามาดของพี่ชายเอาไว้ แต่เขากลับเอื้อมมือไปตบหัวน้องชายผ่านเปลือกหมวกกันน็อกเบาๆ หนึ่งทีเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่าและความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าจนแดงก่ำ มันเป็นการพรางความสั่นไหวในใจไว้ใต้ท่าทีของพี่ชายที่ดุน้องชายอย่างเคยชินมาตั้งแต่เด็ก ก่อนที่เสียงเครื่องยนต์บิ๊กไบค์จะแผดร้องและทะยานออกไปสู่ท้องถนนอย่างรวดเร็ว แรงเหวี่ยงทำให้เมฆต้องกระชับอ้อมกอดที่เอวของหมอกแน่นขึ้นไปอีก ทิ้งให้ความลับและความโหยหาอันลึกซึ้งที่ยังไม่ได้พูดจาจางหายไปในสายลมร้อนยามเที่ยงวัน
บรรยากาศในบ้านสวนชานเมืองเชียงใหม่ช่วงเที่ยงวันยังคงอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ แสงแดดจัดจ้าลอดผ่านแนวแมกไม้ร่มรื่นและใบมะพร้าวที่พัดโบกไหวเบาๆ ลงมากระทบกับผืนดินและตัวบ้าน สองหนุ่มพี่น้องเดินทางกลับมาถึงบ้านในเวลาที่แดดเริ่มตรงหัวพอดี ความร้อนของเมืองเหนือในช่วงเวลานี้ทำให้ทุกอย่างรอบตัวดูนิ่งสนิท ทว่าเมื่อก้าวเข้าสู่บริเวณบ้าน พวกเขากลับพบกับ ปรัชญ์ ผู้เป็นพ่อ ที่กำลังอยู่ในชุดลำลองสบายๆ
ปรัชญ์สวมเพียงกางเกงขาสั้นผ้าฝ้ายสีขาวเอวยางยืดตัวเดียว ไม่สวมเสื้อ เผยให้เห็นร่างกายของคนเป็นพ่อที่ยังคงดูหนาแกร่งและสมบูรณ์แบบอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับชายวัยกลางคน แผ่นอกกว้างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามหนาแน่นและหน้าท้องที่เป็นซิกแพคเรียงตัวชัดเจนจากการเข้าฟิตเนสและดูแลตัวเองเป็นประจำ ทำให้อดไม่ได้ที่จะสะดุดตาแก่ผู้ได้พบเห็น หรือแม้แต่ลูกชายทั้งสองที่ถึงแม้จะเห็นภาพนี้จนชินตา แต่ในสถานการณ์ที่จิตใจของพวกเขากำลังคุกรุ่นด้วยเรื่องราวทางเพศ ภาพความแกร่งกำยำของพ่อกลับดูเย้ายวนและเปี่ยมไปด้วยพลังงานชายชาตรีอย่างประหลาด
“อ้าว มาพอดี พ่อกำลังจะกินข้าวพอดี มากินพร้อมกันเลย” ปรัชญ์เอ่ยทักทายลูกชายทั้งสองด้วยน้ำเสียงสดใสและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ผิวขาวสะอาดของพ่อสะท้อนแสงแดดเป็นประกาย
เมฆจัดการวางเป้ที่บรรจุชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่ที่เปียกชื้นจากการไปเล่นน้ำที่สระว่ายน้ำลอยฟ้ามาตลอดเช้าลงบนโต๊ะไม้สักตัวยาว ก่อนจะก้าวเข้าไปช่วยจัดจานชามและช้อนส้อมสำหรับตนเองและหมอกอย่างรู้หน้าที่เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากสายตาของพ่อ
“ไปว่ายน้ำกันเป็นไงบ้าง สนุกไหม” พ่อถามขึ้นพลางขยับตัวเตรียมที่นั่งตรงหัวโต๊ะ โดยไม่ได้รอฟังคำตอบจากลูกชายที่ยังคงมีความลับอันดำมืดและเร่าร้อนในเพนท์เฮ้าส์ซ่อนอยู่เบื้องหลัง เมฆและหมอกสบตากันแวบหนึ่ง ความตื่นเต้นแล่นพล่านทั่วไขสันหลัง
“เดี๋ยวกินข้าวเสร็จ ช่วยพ่อล้างรถกันหน่อยนะ เย็นนี้พ่อนัดเพื่อนกินเหล้ากัน” ปรัชญ์สั่งการต่อถึงแผนการในช่วงบ่ายพลางตักข้าวเข้าปาก
“ได้ครับ” สองพี่น้องรับปากพร้อมกัน โดยที่เมฆยังคงพยายามรักษาท่าทีนิ่งขรึมเพื่อปกปิดความปั่นป่วนในใจจากสัมผัสอันรุนแรงของพงษ์ และภาพลักษณ์ที่เย้ายวนเหนือกฎเกณฑ์ของน้ำตาลที่เพิ่งผ่านมา ขณะที่หมอกยังคงรักษามาดหนุ่มขี้เล่นเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ไม่มีพิรุธใดๆ เล็ดลอดออกมาให้คนเป็นพ่อได้ระแคะระคาย
แดดยามบ่ายแผดเผาลงมายังลานปูนหน้าบ้านสวนจนอากาศรอบตัวเริ่มร้อนระอุ ไอร้อนระเหยขึ้นมาจากพื้นปูนซีเมนต์จนเห็นเป็นภาพเบลอๆ สองหนุ่มพี่น้องพากันไปเปลี่ยนชุดให้อยู่ในสภาพกางเกงขาสั้นเอวยางยืดเพียงตัวเดียวเหมือนกับพ่อเพื่อความคล่องตัวในการทำงาน เผยให้เห็นความแตกต่างของสองสายเลือดที่งดงาม ผิวขาวเนียนและมัดกล้ามเนื้อที่ขึ้นเป็นลอนชัดเจนหนุ่มแน่นของหมอก ตัดกับผิวคมเข้มที่ดูดุดันและดึงดูดสายตาของเมฆ ทั้งสามคนบัดนี้เปลือยท่อนบน ยืนล้อมรอบรถยนต์และบิ๊กไบค์อยู่กลางลาน
ทั้งสามคนช่วยกันล้างรถอย่างขะมักเขม้น เสียงน้ำจากสายยางฉีดกระทบตัวถังรถดังซ่าๆ หมอกฉวยโอกาสนี้ล้างรถบิ๊กไบค์คันโปรดที่เพิ่งใช้รับส่งพี่ชายไปด้วยอย่างทะนุถนอม สายน้ำจากสายยางที่พุ่งฉีดกระทบตัวถังรถและร่างกายที่เปลือยท่อนบนของพวกเขา ช่วยคลายความร้อนจากแสงแดดที่สาดส่องลงมาได้บ้าง แต่กลับเพิ่มความชุ่มฉ่ำและขับเน้นสรีระให้เด่นชัดขึ้น
เหงื่อเริ่มไหลซึมตามแผ่นอกกว้างและลากผ่านหน้าท้องที่เป็นระเบียบของชายทั้งสามคน แรงกระแทกของสายน้ำและละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายทำให้กางเกงขาสั้นเนื้อบางที่สวมใส่อยู่เริ่มเปียกแฉะ และแนบไปกับสรีระส่วนล่างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ บรรยากาศการล้างรถที่ดูเหมือนกิจกรรมปกติของครอบครัว กลับแฝงไปด้วยมวลพลังงานของชายชาตรีที่สมบูรณ์แบบ ทั้งรุ่นพ่อที่ยังคงความแกร่งจากฟิตเนสและรุ่นลูกที่อยู่ในวัยฉกรรจ์ที่เป็นสายฟิตเนสด้วยเช่นกัน กล้ามเนื้อทุกมัดขยับเขยื้อนตามจังหวะการออกแรงขัดถู
เมฆชำเลืองมองน้องชายที่กำลังก้มตัวขัดถูวงล้อรถบิ๊กไบค์อย่างตั้งใจ ภาพความใกล้ชิด และการสอดประสานที่เกิดขึ้นในเพนท์เฮ้าส์ยังคงวนเวียนและหลอกหลอนอยู่ในหัวของเขา ขณะที่หมอกยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ที่มุมปาก ราวกับกำลังสนุกกับทั้งสายน้ำ อากาศที่ร้อนแรง และความลับที่เขากับพี่ชายเพิ่งไปเผชิญมาด้วยกัน ยิ่งสายน้ำไหลผ่านเรือนร่างของหมอกมากเท่าไหร่ มันยิ่งทำให้เมฆรู้สึกหายใจติดขัดมากเท่านั้น ความเป็นพี่น้องเริ่มถูกสั่นคลอนด้วยความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
ละอองน้ำจากสายยางที่พุ่งฉีดล้างรถและฟองสบู่ที่ไหลเยิ้ม ทำให้กางเกงขาสั้นเนื้อบางที่ทั้งสามชายสวมใส่อยู่เปียกโชกจนแนบสนิทไปกับผิวเนื้อ ความชุ่มฉ่ำนั้นเผยให้เห็นรูปทรงและขนาดของท่อนเนื้อแกร่งที่ขยับเขยื้อนตามจังหวะการก้าวเดินและหยดน้ำที่หยดลงบนหน้าขาของชายหนุ่มทั้งสามอย่างชัดเจน ท่ามกลางไอร้อนของแดดยามบ่ายทำให้เหงื่อและน้ำผสมปนเปกันจนร่างกายขึ้นเงาวาวดูราวกับรูปสลักกรีกโบราณที่เปี่ยมไปด้วยพลังทางเพศ
เมฆกลับตกอยู่ในภาวะที่จิตใจว้าวุ่นและปั่นป่วนอย่างหนัก สายตาของเขาคอยแต่จะชำเลืองมองความนูนเด่นที่กักเก็บความลับไม่มิดภายใต้กางเกงผ้าฝ้ายเปียกน้ำของ พ่อ ที่ยังคงความสมบูรณ์แบบของอดีตนักกีฬาว่ายน้ำไว้ไม่เสื่อมคลาย มันช่างดูใหญ่โตและน่าเกรงขามตามวัย และในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่อาจละสายตาไปจากความคับแน่นในกางเกงของ หมอก น้องชายที่เพิ่งจะมอบสัมผัสอันเร่าร้อนและบดเบียดร่างกายให้เขาได้ประจักษ์แก่สายตาที่ริมกระจกใสเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ทุกครั้งที่หมอกขยับตัว ส่วนนั้นจะขยับตามจนเมฆต้องลอบกลืนน้ำลาย
เมฆพยายามสะบัดศีรษะเพื่อไล่ภาพอันตรายเหล่านั้นออกไปจากสมอง เขารู้ดีว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เสียงน้ำที่กระทบเนื้อและภาพการเคลื่อนไหวที่แสนเย้ายวนของคนในครอบครัว ทั้งพ่อและน้องชายต่างสายเลือด กลับยิ่งกระตุ้นความรู้สึกเบื้องลึกที่เขาพยายามพรางเอาไว้ให้ยิ่งคุกรุ่นและปะทุขึ้นมาท่ามกลางแสงแดดที่แผดเผา ร่างกายของเมฆเริ่มตอบสนองต่อภาพตรงหน้าจนกางเกงของเขาเองก็เริ่มคับแน่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้
กว่าจะล้างรถทุกคันเสร็จ แดดยามบ่ายก็เริ่มคล้อยตัวลงเป็นเวลาเกือบบ่ายสามโมง ร่างกายของทั้งสามชายต่างโชกไปด้วยน้ำและเหงื่อจนกางเกงขาสั้นแนบเนื้อเห็นสรีระเด่นชัด ด้วยความรู้สึกผิดและด้วยความเป็นห่วงในสวัสดิภาพของพ่อ เมฆจึงเสนอตัวเป็นคนขับรถไปส่งปรัชญ์ที่งานสังสรรค์ด้วยตัวเอง โดยกำชับว่าเมื่อพ่อดื่มเสร็จและต้องการจะกลับ ให้โทรศัพท์มาหาได้ทันที แล้วเขากับหมอกจะขับรถออกไปรับ เพราะเมฆไม่อยากให้พ่อต้องเสี่ยงขับรถกลับเองในขณะที่มีอาการมึนเมา ข้อเสนอนี้แสดงถึงความเอาใจใส่ที่เมฆมีต่อคนในครอบครัวเสมอมา แม้ว่าในใจของเขาจะยังคงมีความว้าวุ่นจากภาพลักษณ์อันทรงเสน่ห์ของทั้งพ่อและน้องชายที่วนเวียนอยู่ในหัวก็ตาม
หลังจากปรัชญ์อาบน้ำชำระล้างคราบเหงื่อไคลและฟองสบู่จากการล้างรถเสร็จ เขาก็ขอตัวเข้าไปพักผ่อนในห้องนอนแอร์เย็นฉ่ำเพื่อเก็บแรงไว้สำหรับงานเลี้ยงสังสรรค์ในช่วงค่ำที่อาจต้องลากยาวไปจนดึก ทิ้งให้พื้นที่ในบ้านสวนกลับสู่ความเงียบสงบและเป็นส่วนตัวของสองพี่น้องอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อพ่อเข้าห้องนอนไปแล้ว เมฆจัดการนำกางเกงว่ายน้ำบิกินี่ตัวเก่งของเขาสีฟ้าสดใสและของหมอกสีแดงเพลิงที่เปียกชื้นและมีกลิ่นคลอรีนจากการใช้งานที่สระว่ายน้ำลอยฟ้าในช่วงเช้า มาซักทำความสะอาดด้วยน้ำยาซักผ้าอย่างพิถีพิถัน เขาบรรจงบีบ และผึ่งพวกมันไว้ในที่ร่มลมโกรกตามนิสัยความดูแลเอาใจใส่ที่มักทำให้หมอกมากกว่าปกติเสมอ สายตาของเมฆจ้องมองบิกินี่ตัวเล็กสองตัวที่แขวนคู่กัน มันช่างสะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ไร้ขอบเขตของพวกเขา
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ เมฆก็เดินกลับเข้ามาในบ้าน พบกับหมอกที่เพิ่งล้างตัวด้วยน้ำจากก๊อกหน้าบ้านเสร็จใหม่ๆ ร่างกายขาวเนียนที่ยังคงมีหยดน้ำเกาะพราวบนมัดกล้ามอกและหน้าท้องดูสดชื่นและมีมิติภายใต้แสงอ่อนๆ ยามบ่ายแก่ที่ส่องเข้ามาในตัวบ้าน หมอกเหยียดขาแกร่งที่อุดมด้วยมัดกล้ามพักผ่อนอยู่บนโซฟาหนังตัวยาว สายตาจับจ้องทีวีด้วยท่าทีผ่อนคลายสบายอารมณ์ เมฆจึงขยับเข้าไปนั่งลงข้างๆ เพื่อดูทีวีเป็นเพื่อน แต่อันที่จริงเขาต้องการอยู่ใกล้ชิดกับน้องชายมากกว่า
บรรยากาศบนโซฟาที่บ้านสวนยามบ่ายช่างเงียบสงบ มีเพียงเสียงพัดลมครางเบาๆ ทว่าความลับที่เพิ่งผ่านพ้นมาจากเพนท์เฮ้าส์ ชั้น 28 กลับทำให้อากาศรอบตัวหนักอึ้งและชัดเจนยิ่งกว่าครั้งไหน ภาพของหมอกที่ควบคุมเกมรักอยู่ริมกระจกใสและสัมผัสอันเร่าร้อนที่เมฆได้เห็นเต็มตา ยังคงฉายชัดอยู่ในหัวของคนเป็นพี่อย่างไม่อาจลบเลือน แม้จะนั่งอยู่ข้างกันในฐานะพี่น้องที่ดูทีวีอย่างปกติ แต่เมฆกลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ความเป็นชายของหมอกที่เขาแอบมองตอนล้างรถ และหยดน้ำที่เกาะพราวบนมัดกล้ามอกขาวเนียนของน้องชายในตอนนี้ ยิ่งตอกย้ำว่า "น้องชาย" ที่เขาเคยประคับประหงมได้เติบโตเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันอันตรายและพร้อมจะแผดเผาเขาได้ทุกเมื่อ
สายตาของเมฆที่มองดูหน้าจอทีวีนั้นพร่าเลือนเพราะในใจเขากำลังจดจ่ออยู่กับลมหายใจและกลิ่นอายจางๆ จากร่างกายของหมอกที่นั่งอยู่ไม่ห่างกัน ศึกล่าแต้มในเพนท์เฮ้าส์หรูเป็นตัวทลายกำแพงความห่างเหินระหว่างพี่น้องที่ไม่ค่อยมีอยู่แล้วให้แคบลงจนแทบไม่เหลือช่องว่าง เพราะต่างฝ่ายต่างได้เห็นกันและกันในทุกแง่มุม แม้กระทั่งในสิ่งที่ไม่ควรเห็นและควรจะเก็บไว้เป็นความลับภายใต้คำว่าพี่น้องก็ตาม
ความแนบชิดบนโซฟาและมวลอารมณ์ที่ยังคุกรุ่นทำให้เมฆตัดสินใจทำลายความเงียบด้วยคำถามที่ตรงไปตรงมาและค้างคาใจเขามาตลอดทาง
“หมอก... เคยกับใครมาก่อนหรือเปล่า” เมฆถามพลางจ้องมองใบหน้าขาวเนียนของน้องชายที่ยังคงมีรอยยิ้มจางๆ ประดับอยู่
“ไม่ครับ... นี่ครั้งแรกของผม” หมอกตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบทว่ามั่นใจ ดวงตาคมกริบหันมาสบตากับพี่ชาย
“แล้วทำไมถึงดูช่ำชองจัง” เมฆถามต่อด้วยความสงสัย เพราะลีลาที่เขาเห็นริมกระจกบานใหญ่นั้นมันเหนือชั้นเกินกว่าคนไร้ประสบการณ์ทั่วไปจะทำได้
“เลียนแบบที่เคยดูในหนังครับ” หมอกหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะยอมเปิดใจกับพี่ชายอย่างตรงไปตรงมาว่า ตนเองรู้สึกมีความสุขเหมือนได้รับการปลดปล่อยอะไรบางอย่างที่ซ่อนเร้นมานาน ที่ได้ทำรักกับน้ำตาลริมผนังกระจกใสบานใหญ่ ความตื่นเต้นที่หวังให้คนในสระว่ายน้ำเบื้องล่างมองขึ้นมาเห็นนั้นกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในตัวเขาอย่างรุนแรง พอที่สระน้ำไม่มีคนและเขารู้ว่าพี่ชายกับเพื่อนกำลังมองดูอยู่ เขาเลยเปลี่ยนทิศทางของเกมกลับมาที่โซฟาเพื่อแสดงบทเพลงรักนั้นให้พี่เมฆกับพงษ์ได้ดูใกล้ๆ แทน เพื่อแสดงความเป็นชายของตนเอง
“เสียดายพี่เมฆ ไม่ได้เห็นผมเล่นชัดๆ เหมือนไอ้พงษ์” หมอกพูดยิ้มๆ อย่างมีเลศนัย ขณะที่สายตายังคงจับจ้องปฏิกิริยาของพี่ชายที่นั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาอย่างไม่วางตา
“แล้วพี่เมฆละ... เคยมาก่อนไหมครับ” หมอกถามลองเชิง กลับกันบ้าง น้ำเสียงของเขาต่ำลงจนดูน่ากลัว
“ครั้งแรกเหมือนกัน” เมฆตอบเสียงเรียบ พยายามคุมลมหายใจให้ปกติที่สุดแม้ในใจจะสั่นไหวและตื่นเต้นกับคำถามจาบจ้วงของน้องชาย
“พี่ยังไม่ได้ตอบผมเลยว่าน้ำของผมอร่อยไหม” หมอกทวงถามคำถามเดิมที่เคยถามไว้ตอนอยู่บนบิ๊กไบค์ พร้อมรอยยิ้มทะเล้นที่ทำให้บรรยากาศในบ้านสวนเริ่มร้อนรุ่มขึ้นมาอีกครั้งจนแทบจะทนไม่ไหว
“อยากรู้ก็ลองกินของตัวเองสิ” เมฆตอบกลับทันควันเพื่อตัดบท พลางขยับตัวเล็กน้อยเมื่อความคับแน่นภายใต้กางเกงขาสั้นเริ่มประท้วงจากการพูดคุยที่แสนเปิดเผยและดิบเถื่อนครั้งนี้
สายตาที่ว่องไวและแฝงไปด้วยความทะเล้นของหมอก สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงรูปทรงภายใต้กางเกงขาสั้นและปฏิกิริยาที่สั่นไหวของเมฆได้อย่างชัดเจน หมอกไม่ปล่อยให้จังหวะนี้หลุดลอยไปตามสายลม เขาเอื้อมมือหนาและอบอุ่นเข้ามาคว้าและกำความแข็งขึงนั้นไว้เต็มหมัดอย่างถือวิสาสะผ่านเนื้อผ้าบางของกางเกงขาสั้น แรงบีบที่มั่นคงและหนักแน่นทำเอาเมฆถึงกับลมหายใจสะดุด ร่างกายกระตุกวูบด้วยความเสียวซ่านที่จู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ท่ามกลางความเงียบของบ้านสวนที่มีเพียงเสียงนกร้องแว่วมาจากไกลๆ และเสียงหัวใจของทั้งสองคนที่เต้นรัว
“เราไปกันอีกไหม...” หมอกกระซิบถามเสียงพร่า สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของพี่ชายราวกับจะท้าทายและเชื้อเชิญไปพร้อมกัน คำชวนของหมอกในครั้งนี้ไม่ได้หมายถึงการออกไปว่ายน้ำที่สระหรือการไปชมวิวที่ไหน แต่หมายถึงการออกเดินทางไปสู่ห้วงอารมณ์สวาทที่พวกเขาทั้งคู่เพิ่งได้สัมผัสรสชาติของมันมาด้วยกันและกระหายที่จะเรียนรู้มันเพิ่มขึ้น
เมฆที่ถูกรุกรานด้วยสัมผัสอันจู่โจมถึงกับนิ่งขึงไปครู่หนึ่ง สมองสั่งการให้ห้ามแต่ร่างกายกลับตอบรับอย่างซื่อสัตย์ ก่อนจะพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุดในฐานะพี่ชายที่ตามใจน้องชายคนนี้เสมอมา “หมอกชอบเหรอ... ถ้าหมอกไป พี่ไปเป็นเพื่อนได้ทุกที่แหละ” เมฆตอบกลับพร้อมกับสบตาน้องชายที่กำลังกุมความลับและความเป็นชายของเขาไว้แน่นไม่ปล่อย
หมอกกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะเมื่อเห็นว่าพี่ชายไม่ปฏิเสธสัมผัสของเขาและยอมสยบต่อแรงปรารถนา ทว่าเขากลับเหวี่ยงประเด็นไปที่เพื่อนสนิทเพื่อหยั่งเชิงความรู้สึกบางอย่างที่เขาสังเกตเห็นมาตลอดทั้งวันและรู้สึกหวงก้างขึ้นมาอย่างประหลาด “หรือว่าพี่เมฆไม่ชอบ... ผมเห็นนะว่าไอ้พงษ์มันมองพี่เมฆแปลกๆ เหมือนมันอยากจะเคลมพี่มากกว่าน้ำตาลซะอีก”
หมอกถามย้ำพลางเลิกคิ้วท้าทาย ในขณะที่มือหนายังคงกำและเริ่มรูดรั้งอยู่ตรงส่วนกลางลำตัวของพี่ชายเล่นอย่างไม่ยอมปล่อย เพิ่มแรงบีบจนเมฆต้องครางเครือในลำคอ ทางด้านเมฆเองก็ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนแต่อย่างใดเพราะความสัมพันธ์ที่เคยพรางไว้ได้ถูกเปิดเปลือยจนเห็นกันหมดสิ้นแล้วจากเหตุการณ์ที่ผ่านมา แทนที่จะตอบคำถามเรื่องพงษ์มองตนแปลกๆ เมฆกลับเลือกที่จะเปลี่ยนประเด็นเพื่อถามถึงความรู้สึกของน้องชายในจังหวะที่เขาแอบมองอยู่ห่างๆ
“แล้วตอนพงษ์ใช้ปากให้หมอก... เป็นไงบ้าง” เมฆถามเสียงต่ำ ดวงตาจับจ้องไปที่ริมฝีปากของหมอก
“ตอนนั้นผมกำลังเพลินกับน้ำตาล เลยไม่ได้ตั้งตัว” หมอกสารภาพพลางนึกถึงนาทีที่พงษ์ละทิ้งความลังเลและก้มลงเข้าหาตัวตนของเขา “พอมันใช้ปากครอบครองเข้ามา ผมเลยเผลอเด้งเอวสวนไปด้วยสัญชาตญาณ... พอได้สติเลยเอาหัวมันออก” หมอกนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขยับยิ้มเจ้าเล่ห์แล้วเสริมต่อกระตุ้นอารมณ์พี่ชาย
“แต่ไอ้พงษ์มันใช้ปากได้ดีจริงๆ นะพี่เมฆ อุ่นแล้วก็แน่นมาก”
คำพูดของหมอกยิ่งตอกย้ำให้เมฆนึกถึงภาพเพื่อนของน้องที่แสดงความปรารถนาออกมาอย่างชัดเจน บรรยากาศบนโซฟาในบ้านสวนที่เคยสงบเงียบจึงเริ่มอบอวลไปด้วยมวลอารมณ์ที่พุ่งพล่านเมื่อความลับจากการไป "ว่ายน้ำ" ครั้งนี้ กลายเป็นบทสนทนาที่เปิดโปงความต้องการของทุกคนออกมาจนหมดเปลือก
ท่ามกลางบทสนทนาที่เปิดเปลือยความลับบนโซฟาตัวยาว เมฆสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายใต้กางเกงขาสั้นของน้องชายได้อย่างชัดเจนเช่นกัน มันนูนเด่นขึ้นมาจนดุนดันเนื้อผ้ากางเกงสีเข้ม หยดน้ำที่เคยเกาะพราวบนผิวขาวเนียนของหมอกเริ่มเหือดแห้งไปนานแล้ว แทนที่ด้วยไอร้อนและคราบเหงื่อบางๆ จากร่างกายที่กำลังตอบรับกับเรื่องราวลามกที่เพิ่งเล่าออกมา เมฆที่ตกเป็นฝ่ายถูกรุกรานอยู่ฝ่ายเดียวมานานจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายคุมเกมและสั่งสอนน้องชายตัวแสบบ้าง
เขาโน้มตัวเข้าหาหมอกในระยะประชิดจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่สอดประสานและกลิ่นกายหนุ่มที่อบอวล ก่อนจะเอื้อมมือหนาของตนเองไปกุมส่วนกลางลำตัวของหมอกไว้เต็มแรงเป็นการแก้แค้นที่น้องชายทำทีเล่นทีจริงกับเขาอยู่
“เป็นไง... ของหมอกก็ไม่ได้ต่างจากพี่เลยนะ แข็งจนจะทะลุกางเกงออกมาแล้ว” เมฆกระซิบเสียงพร่าพลางบีบกระชับมือลงบนความแข็งขึงนั้นอย่างหนักแน่น ลากนิ้วหัวแม่มือผ่านส่วนหัวที่เริ่มมีน้ำปริ่ม
“เป็นไง... ของหมอกก็ไม่ได้ต่างจากพี่เลยนะ” เมฆกระซิบเสียงพร่าพลางบีบกระชับมือหนาลงบนความแข็งขึงนั้น หมอกไม่ได้ขัดขืน แต่กลับส่งเสียงหัวเราะในลำคออย่างพึงใจที่เห็นพี่ชายกล้าที่จะปลดปล่อยความปรารถนาออกมาเสียที สองพี่น้องนั่งสบตากันในระยะที่ความพรางสวาทที่เคยเป็นฉากกั้นพังทลายลงสิ้นเชิง เหลือเพียงความจริงที่ว่าศึกรักในเพนท์เฮ้าส์ครั้งนั้นได้เปลี่ยนความสัมพันธ์ของพวกเขาไปตลอดกาล ก่อนจะพากันไปจัดการตัวเองและเตรียมตัวทำหน้าที่ส่งพ่อในช่วงเย็น
เสียงนกร้องแว่วมาจากท้ายสวนและแสงแดดที่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มทองทอดลำยาวผ่านหน้าต่าง บ่งบอกว่าเวลาบ่ายคล้อยล่วงเลยเข้าสู่ยามเย็นแล้ว สองพี่น้องแยกย้ายกันไปอาบน้ำชำระล้างร่างกายอีกครั้งหลังจากพายุอารมณ์บนโซฟาได้สงบลง ทั้งคู่กลับมาอยู่ในชุดที่เรียบร้อยพร้อมที่จะทำหน้าที่ลูกที่ดี เมฆนั่งดูทีวีรอพ่อที่ตื่นนอนแล้วและกำลังแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตพอดีตัวโชว์หุ่นแกร่งเพื่อเตรียมตัวออกไปงานสังสรรค์ตามที่นัดหมายไว้
“เมฆ... พร้อมหรือยัง เมฆจะขับรถไปส่งพ่อใช่ไหม” ปรัชญ์เอ่ยถาม เสียงของเขาดูทุ้มลึกและมีพลังเสมอ
“พร้อมครับพ่อ เดี๋ยวผมขับรถกระบะไปส่ง พ่อจะได้ดื่มได้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลเรื่องขากลับ” เมฆตอบพลางหยิบกุญแจรถ
หมอกเดินตามมา สมทบด้วยใบหน้าที่สดชื่น “ให้หมอกไปด้วยไหมพี่เมฆ”
“ไม่ต้องหรอก หมอกอยู่เฝ้าบ้านเถอะ พี่ไปส่งแป๊บเดียวก็กลับแล้ว” เมฆบอกน้องชาย ซึ่งหมอกก็พยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ
ตลอดการเดินทางบนรถกระบะคู่ใจ เมฆทำหน้าที่เป็นคนขับอย่างตั้งใจ โดยปรัชญ์นั่งประจำอยู่ที่เบาะข้างคนขับ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายโทนเข้มข้นอันเป็นเอกลักษณ์ของพ่ออบอวลไปทั่วห้องโดยสาร เมฆลอบมองแผงอกกว้างและท่อนแขนกำยำที่วางพาดอยู่บนขอบหน้าต่างรถเป็นระยะ ภาพความทรงจำเกี่ยวกับเรือนร่างอันสมบูรณ์แบบและสมชายชาตรีของพ่อตอนล้างรถยังคงตามมารบกวนจิตใจจนต้องสะบัดหน้าไล่ความคิดนั้นออกไป ก่อนจะหันมาตั้งสติทำหน้าที่ขับรถ พาลูกค้าคนสำคัญ—ซึ่งก็คือพ่อของเขา—มุ่งหน้าสู่บ้านสวนของลุงชัยเพื่อนสนิทได้อย่างปลอดภัย
“ขอบใจมากนะเมฆ เดี๋ยวถ้าพ่อจะกลับ พ่อจะโทรหา” ปรัชญ์บอกพลางตบไหล่ลูกชายคนโตเบาๆ สัมผัสนั้นอบอุ่นและหนักแน่น เมฆยิ้มรับก่อนจะขับรถกลับบ้านสวน ทิ้งให้พ่อสังสรรค์กับเพื่อนร่วมสถาบัน โดยที่ไม่รู้เลยว่าคืนนี้จะนำมาซึ่งความโกลาหลและความจริงที่เปิดเผยในห้องน้ำที่จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งสามคนไปตลอดกาล
*****************************************************************
บางส่วนจากนิยายอิโรติก “สลักลาย”
อ่านฉบับเต็มได้ที่
https://www.readawrite.com/a/6ec5dcdf25c0434eeadb9b8d89cc5ae6
- สำหรับผู้อ่านมีอายุมากกว่า 25 ปี
- มีเนื้อหาสำหรับผู้ใหญ่ มีฉากที่แสดงออกถึงความปรารถนาทางเพศอย่างชัดเจน
- ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน
นิยายเรื่องนี้รังสรรค์ขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ชื่อตัวละคร อาชีพ สถานที่ และเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นเพียงเรื่องสมมติที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น มิได้มีเจตนาลบหลู่ พาดพิง หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อบุคคลหรือองค์กรใด ๆ ทั้งสิ้น อาจมีเนื้อหา พฤติกรรม หรือคำพูดที่ไม่เหมาะสม โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และไม่ควรเลียนแบบพฤติกรรมในเรื่อง
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยว
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
เปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุด
โคอาล่ามีลายนิ้วมือเหมือนคนมาก จนเคยทำให้ตำรวจสับสนในที่เกิดเหตุอาชญากรรมมาแล้ว
เปิดเหตุผล ทำไมบางประเทศเล็กนิดเดียวแต่รวยระดับโลก
รถจักรไอน้ำรุ่นสุดท้าย ที่ปัจจุบันยังถูกใช้งานจริงในประเทศไทย
เทรนด์เลขฮิตและเลขมงคล "สลากพารวย" วันที่ 1/6/69
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
อย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)
"ดวงหนุมาน" ชะตายอดนักสู้ ล้มกี่ครั้งก็ฟื้น!!
เลขเด็ด เลขมาเเรง เลขดัง "รวมหวยเด็ดสำนักดัง vol.1" งวดวันที่ 1 มิถุนายน 2569
เน็ตอืด เว็บหมุน? อย่าเพิ่งโทษสายแลน! มาเช็ก DNS กันก่อน (คู่มือฉบับจบปัญหาที่ชาว IT ควรรู้)
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)จะไม่มีคนไทยไปเที่ยว
4 วิธีถูพื้นบ้านหอมทั่วอย่างยาวนาน
"ดวงหนุมาน" ชะตายอดนักสู้ ล้มกี่ครั้งก็ฟื้น!!



