3 ชะนีไทยใกล้สูญพันธุ์
3 ชะนีไทยใกล้สูญพันธุ์ ในประเทศไทยมีชะนีอาศัยอยู่ตามธรรมชาติทั้งหมด 4 ชนิด และน่าเป็นห่วงมากที่องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้จัดสถานะให้ชะนีไทยทุกชนิดอยู่ในระดับ ใกล้สูญพันธุ์" (Endangered: EN) เนื่องจากปัญหาการบุกรุกพื้นที่ป่า และการลักลอบล่าเพื่อนำมาเป็นสัตว์เลี้ยงหรือเหยื่อในธุรกิจท่องเที่ยว
นี่คือ 3 ชนิดของชะนีไทยโบราณที่เผชิญวิกฤตเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างมาก
1. ชะนีมงกุฎ (Pileated Gibbon)
ชื่อวิทยาศาสตร์:Hylobates pileatus
ลักษณะเด่น: สีขนจะแยกเพศชัดเจน ตัวผู้จะมีสีดำสนิทยกเว้นคิ้ว มือ เท้า และรอบใบหน้าที่เป็นสีขาว ส่วนตัวเมียจะมีขนสีขาวนวลหรือเทา แต่มีจุดเด่นคือขนบริเวณกลางหัวเป็นวงกลมสีดำ (ดูเหมือนสวมมงกุฎ) และมีหน้าอกสีดำ (ดูเหมือนใส่เอี๊ยม) วิกฤตในไทยชะนีมงกุฎมีการกระจายพันธุ์ที่จำกัดมาก ในประเทศไทยพบเฉพาะในป่าภาคตะวันออก (เช่น เขาสอยดาว, เขาคิชฌกูฏ) และอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เท่านั้น พื้นที่ป่าที่ลดลงทำให้ประชากรของพวกมันลดลงอย่างน่าใจหายจนเคยเกือบจะหมดไปจากบางพื้นที่
2. ชะนีมือดำ หรือ ชะนีดำหัวขาว (Agile Gibbon)
ชื่อวิทยาศาสตร์:Hylobates agilis
ลักษณะเด่น: มีลักษณะคล้ายชะนีมือขาวมาก แต่จุดต่างคือขนที่หลังมือและหลังเท้าจะเป็น สีดำหรือสีเทาเข้มไม่เป็นสีขาวนวลเหมือนชะนีมือขาว และตัวผู้มักจะมีหน้าผากสีขาวเด่นชัดรวมถึงมีขนแก้มสีขาวหนา
วิกฤตในไทย: เป็นชะนีที่หาพบได้ยากที่สุดชนิดหนึ่งในไทย เพราะมีถิ่นที่อยู่จำกัดอยู่แค่ในป่าดิบชื้นตอนใต้สุดของประเทศ บริเวณชายแดนไทย-มาเลเซีย เช่น ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดยะลา การตัดไม้ทำลายป่าภาคใต้ส่งผลกระทบต่อถิ่นที่อยู่อาศัยของพวกมันโดยตรง
3. เซียมัง หรือ ชะนีดำใหญ่ (Siamang)
ชื่อวิทยาศาสตร์:Symphalangus syndactylus
ลักษณะเด่น:เป็นชะนีชนิดที่ ตัวใหญ่ที่สุดในโลก(ตัวใหญ่กว่าชะนีทั่วไปขนาดย่อม ๆ ถึงเท่าตัว) มีขนสีดำสนิททั้งตัว และมีลักษณะพิเศษคือ ถุงเสียงขนาดใหญ่ที่คอ ซึ่งจะพองออกเหมือนลูกโป่งเวลาพวกมันร้องขับขาน ทำให้เสียงของเซียมังดังก้องกังวานไปไกลหลายกิโลเมตรนอกจากนี้ยังมีพังผืดติดกันระหว่างนิ้วเท้าที่สองและสามด้วย
วิกฤตในไทย: ในประเทศไทยพบกระจายพันธุ์อยู่เฉพาะในป่าดิบชื้นระดับสูงทางตอนใต้ เช่น เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าฮาลา-บาลา เช่นกัน เนื่องจากพวกมันต้องการผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์และเป็นป่าดิบชื้นขนาดใหญ่เพื่อหากิน การถูกล่าและผืนป่าที่ถูกตัดขาดเป็นหย่อม ๆ (Habitat Fragmentation) ทำให้เซียมังในไทยเหลืออยู่จำนวนน้อยมากในธรรมชาติ
ข้อเท็จจริงเพิ่มเติม: ชะนีตัวที่ 4 ของไทยคือ ชะนีมือขาว (Lar Gibbon) ซึ่งเป็นชนิดที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในไทย (เช่น ที่เขาใหญ่หรือแก่งกระจาน) แม้จะพบได้มากกว่า 3 ชนิดข้างต้น แต่ปัจจุบันสถานะสากลของชะนีมือขาวก็ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม ใกล้สูญพันธุ์(Endangered)
เขียนโดย puypuy
10 อาชีพในสหรัฐฯ ที่ AI แทนยาก เพราะยังต้องใช้ทักษะมนุษย์
รู้หรือไม่? ว่ามีสัตว์ที่ไม่ต้องดื่มน้ำตลอดชีวิต มีอยู่จริงนะ
จุดพักรถที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
5 โรงเรียนช่างกลเก่าในความทรงจำ ที่เลิกเปิดสอนไปแล้ว
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่ง
น้ำพริกปลาทูกับผักต้ม เมนูบ้าน ๆ ที่เรียบง่าย แต่อร่อยและมีประโยชน์
"สร้อยคอแห่งปาเตียลา" ปริศนาอัญมณีราชวงศ์สู่งานบูรณะระดับตำนานของคาร์เทียร์
ชาไทย ชานม เรียกอะไรกัน? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนยังสับสน
แทบอ้วก!ฝ่ายปกครองบุกจับผัวเมีย ตีเนียนซุกยาบ้าถุงอุจจาระ
ต้นไม้หายากที่มีเฉพาะแถวภาคอีสานของไทย
แนวทางเลขมงคล 3 สำนัก "ตารางมหาทักษา" ประจำวันที่ 16/6/69
ไทยช่วยไทย พลัส 60/40 ซื้อกี่บาทต่อวันถึงใช้สิทธิรายเดือนได้คุ้ม
กาวตราช้างติดมืออย่าเพิ่งดึง! วิธีเอาออกง่ายๆ ใช้ของที่มีทุกบ้าน
แทบอ้วก!ฝ่ายปกครองบุกจับผัวเมีย ตีเนียนซุกยาบ้าถุงอุจจาระ
ธงชาติที่มีสีสันมากที่สุดในโลก
ชาไทย ชานม เรียกอะไรกัน? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนยังสับสน
รู้หรือไม่? ว่ามีสัตว์ที่ไม่ต้องดื่มน้ำตลอดชีวิต มีอยู่จริงนะ
"สร้อยคอแห่งปาเตียลา" ปริศนาอัญมณีราชวงศ์สู่งานบูรณะระดับตำนานของคาร์เทียร์
ทำไมไทยมีทั้งน้ำท่วมและภัยแล้งในปีเดียวกัน? คำตอบอาจอยู่ที่ต้นน้ำมากกว่าที่คิด
ปกป้องแหล่งต้นน้ำไทยอย่างไร? รู้จักโครงการเสริมแกร่งลุ่มน้ำยม-น่านและสิ่งที่ประชาชนช่วยได้
ชาไทย ชานม เรียกอะไรกัน? เรื่องใกล้ตัวที่หลายคนยังสับสน
รู้หรือไม่? ว่ามีสัตว์ที่ไม่ต้องดื่มน้ำตลอดชีวิต มีอยู่จริงนะ

