หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“กิ้งกือ” ไม่กัดเรา แต่มันปล่อยสารที่ทำให้เราแสบ-คัน ได้


เขียนโดย Djung

หลายคนเคยมีประสบการณ์เผลอเหยียบ หรือใช้มือไปโดนกิ้งกือ แล้วหลังจากนั้นผิวเกิดอาการแดง แสบ คัน หรือเป็นรอยคล้ำคล้ายโดนไฟลวก จนเข้าใจว่ากิ้งกือมีพิษร้ายแรง หรือกัดคนได้ แต่ความจริงแล้ว สาเหตุหลักไม่ได้มาจากการกัดเลย


กิ้งกือเป็นสัตว์ที่แทบไม่ทำร้ายคน เพราะมันไม่มีนิสัยไล่กัดเหมือนแมลงบางชนิด สิ่งที่ทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคือง คือ “สารเคมีป้องกันตัว” ที่กิ้งกือปล่อยออกมาเวลารู้สึกตกใจ ถูกจับ หรือถูกเหยียบ สารนี้จะถูกปล่อยออกมาจากรูเล็ก ๆ ตามลำตัวของกิ้งกือ มีหน้าที่ช่วยป้องกันศัตรูตามธรรมชาติ เช่น มด นก หรือสัตว์กินแมลง โดยกิ้งกือบางชนิดสามารถปล่อยสารที่มีกลิ่นฉุน และทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังของคนได้ เมื่อสารดังกล่าวสัมผัสผิวหนัง อาจทำให้เกิดอาการดังนี้

1. ผิวแดงหรือแสบ

2. รู้สึกร้อนเหมือนผิวไหม้

3. คันหรือระคายเคือง

4. ผิวเป็นรอยดำคล้ำหลังอาการอักเสบ

ในบางคนอาจมีตุ่มพองเล็ก ๆ หากแพ้มาก ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ชนิดของกิ้งกือ ปริมาณสารที่สัมผัส และสภาพผิวของแต่ละคน คนที่ผิวบอบบางหรือแพ้ง่ายมักมีอาการชัดกว่าปกติ

แล้วทำไมรอยถึงดูเหมือนโดนไฟลวก?

คำถามนี้มีหลายคนสงสัยอยู่ใช่ไหม สาเหตุนั้นเพราะสารที่กิ้งกือปล่อยออกมามีฤทธิ์ระคายเคืองต่อผิว เมื่อสัมผัสจึงทำให้ผิวอักเสบ แดง และแสบคล้ายอาการไหม้จากความร้อน จึงทำให้หลายคนเรียกติดปากว่า “รอยไหม้จากกิ้งกือ” ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้เกิดจากไฟหรือความร้อนเลย

แต่ถ้าหากเผลอโดนกิ้งกือ สิ่งที่ควรทำคือ

1. รีบล้างบริเวณที่สัมผัสด้วยน้ำสะอาดและสบู่อ่อน

2. หลีกเลี่ยงการขยี้หรือเกา

3. หากแสบมาก สามารถประคบเย็นเพื่อลดอาการระคายเคือง

4. ถ้ามีอาการบวมมาก ปวดมาก หรือสารเข้าตา ควรรีบพบแพทย์ทันที

โดยทั่วไปอาการมักค่อย ๆ ดีขึ้นเองภายในไม่กี่วัน แต่รอยคล้ำอาจใช้เวลานานกว่าจะจาง

แม้กิ้งกือจะดูน่ากลัวสำหรับหลายคน แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์ต่อธรรมชาติ เพราะช่วยย่อยสลายใบไม้และซากพืชในดิน ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ เพียงแต่เราควรระวังไม่ไปสัมผัสหรือเหยียบมันโดยตรง เพื่อป้องกันการระคายเคืองจากสารป้องกันตัวของมันเท่านั้นเอง

เนื้อหาโดย: Djung
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Djung's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 112 ครั้ง
เขียนโดย Djung
Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
6 VOTES (3/5 จาก 2 คน)
VOTED: Djung, แสร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตาพริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทยถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?ไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่นรู้ไหม ทำไมสัญลักษณ์ร้านตัดผม ต้องเป็นไฟหมุนติดหน้าร้าน?ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการนักฟุตบอลสัญชาติไทย ที่ทำสถิติค่าตัวแพงที่สุดตลอดกาล5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยรีวิวหนังดัง LEGION สงครามเทวาล้างนรกมอเตอร์ไซค์ประหยัดน้ำมัน 2026 รุ่นไหนน่ามอง ถ้าอยากลดค่าน้ำมันทุกวันอาหารไทยที่กำลังสูญหาย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ยางพารา “หน้าตาย” ภัยเงียบที่เกษตรกรไม่อยากเจอ ทำไมต้นยางถึงหมดน้ำยาง?ซื้อของแก้เครียดบ่อยๆ ระวัง! สัญญาณของ “Stress Spending” ที่คุณอาจมองข้ามทำไมคนเก่งหลายคนกลับไม่เชื่อมั่นในตัวเอง? รู้จัก “Imposter Syndrome” ก่อนที่มันจะฉุดคุณไว้ความสำเร็จที่แท้จริง ไม่ใช่การวิ่งตามไม้บรรทัดของคนอื่น
ตั้งกระทู้ใหม่