เตือนภัย! แยกให้ออก "กุยช่าย" หรือ "นาร์ซิสซัส" ดอกไม้พิษที่เกือบคร่าชีวิตยกครัวในญี่ปุ่น
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เตือนภัยใกล้ตัว! บทเรียนราคาแพงจากการกินพืชผิดชนิด เมื่อ "นาร์ซีซัส" หรือ"แดฟโฟดิล" ในสวนถูกเข้าใจผิดว่าเป็นกุยช่าย จนเกือบกลายเป็นโศกนาฏกรรมยกครัว
บทเรียนราคาแพง! เมื่อความสวยงามแฝงพิษร้าย หญิงชราญี่ปุ่นวัย 90 เก็บ "ดอกนาร์ซิสซัส" จากสวนหลังบ้านเพราะเข้าใจผิดว่าเป็น "กุยช่าย" นำมาผัดหมูใส่ไข่กินทั้งครอบครัว จนต้องหามส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน สำนักงานสาธารณสุขนีงาตะเตือน สารพิษทนความร้อน ปรุงสุกก็ไม่ช่วย!
เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้เกิดขึ้นที่เมืองนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อความสวยงามของพืชประดับแฝงไปด้วยอันตรายที่ร้ายแรงถึงชีวิต เพียงเพราะรูปลักษณ์ที่คล้ายคลึงกับผักสวนครัวยอดนิยม ทำให้สมาชิกในครอบครัวต้องหามส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วนจากการรับประทานสารพิษเข้าไปโดยไม่รู้ตัว
ลำดับเหตุการณ์พิษจากดอกไม้ประดับ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 โดยหญิงวัย 90 กว่าปี ได้เก็บพืชจากสวนในบ้านที่เข้าใจว่าเป็นกุยช่ายมาวางไว้ในครัว ต่อมาในช่วงเย็น หญิงวัย 60 กว่าปีได้นำพืชดังกล่าวมาปรุงเป็นเมนูผัดหมูใส่ไข่ตามปกติ
หลังจากคนในครอบครัวรวม 3 คนรับประทานอาหารมื้อนั้นเข้าไปเพียง 30-60 นาที ทุกคนเริ่มมีอาการอาเจียนและท้องเสียอย่างรุนแรง จนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลในเมืองนีงาตะทันที ซึ่งภายหลังผลการสอบสวนของสำนักงานสาธารณสุขพบว่า พืชชนิดนั้นคือ "ต้นนาร์ซิสซัส" หรือ "ดอกแดฟโฟดิล" ที่ตรวจพบสารพิษกาลันทามีน ซึ่งเป็นอันตรายต่อร่างกายมนุษย์
ความแตกต่างระหว่าง "กุยช่าย" และ "นาร์ซิสซัส"
กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น ได้ให้ข้อมูลเพื่อช่วยในการแยกแยะพืชทั้งสองชนิดที่มักเกิดการเข้าใจผิด ดังนี้:
-
กลิ่น: กุยช่ายจะมีกลิ่นฉุนเฉพาะตัวคล้ายกระเทียมเมื่อนำมาขยี้หรือหั่นใบ ในขณะที่นาร์ซิสซัสจะมีกลิ่นอ่อนกว่าและออกไปในทางกลิ่นเขียวของพืช
-
ลักษณะใบ: ใบของนาร์ซิสซัสมักจะมีความหนามากกว่าใบกุยช่าย
-
จุดสังเกตอื่นๆ: หัวใต้ดินของนาร์ซิสซัสอาจดูคล้ายกับหัวหอมหรือพืชกินได้ชนิดอื่น และในช่วงที่ยังไม่ออกดอกจะสังเกตความแตกต่างได้ยากมาก
ข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยในการบริโภค
สำนักงานสาธารณสุขเน้นย้ำว่า สารพิษในนาร์ซิสซัส เช่น ไลโคริน และทาเซททีน มีความทนทานต่อความร้อน แม้จะปรุงสุกแล้วพิษก็ยังคงอยู่ ดังนั้นจึงควรปฏิบัติดังนี้เพื่อป้องกันเหตุร้าย:
-
แยกพื้นที่ปลูกให้ชัดเจน: ไม่ควรปลูกผักกินได้ไว้ติดกับพืชประดับที่มีพิษ และควรมีการติดป้ายชื่อพืชกำกับไว้เสมอ
-
ตรวจสอบก่อนปรุง: ทุกครั้งที่นำพืชจากสวนมาทำอาหาร ต้องตรวจสอบกลิ่น ลักษณะใบ และแหล่งที่มาอย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง
-
ยึดหลักความไม่ประมาท: อย่าเก็บหรือรับประทานพืชที่ไม่แน่ใจว่าเป็นพืชอาหารอย่างเด็ดขาด
-
การปฐมพยาบาล: หากรับประทานเข้าไปแล้วมีอาการผิดปกติ ให้รีบไปพบแพทย์ทันที พร้อมนำตัวอย่างพืชหรืออาหารที่เหลือไปด้วยเพื่อช่วยในการวินิจฉัย
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญว่า พืชในรั้วบ้านที่เราเห็นเป็นประจำอาจแฝงไปด้วยพิษร้ายหากระบุชนิดผิดพลาด การแยกพื้นที่ปลูกผักกินได้ออกจากไม้ประดับอย่างเด็ดขาด และการฝึกสังเกตลักษณะเฉพาะของพืชก่อนนำมาประกอบอาหาร จึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุดที่จะช่วยรักษาชีวิตของคนในครอบครัวให้ปลอดภัยจากเหตุอาหารเป็นพิษในลักษณะนี้
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
6 ประเทศที่ไม่มีกลางวัน
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
จังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?
เปิดโผ มหาวิทยาลัยที่เด็กต่างชาตินิยมเรียนที่สุด ในไทยปี 2569
คณะที่เรียนจบยากที่สุดในประเทศไทย
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/5/69
3 จังหวัดปลาร้าขึ้นชื่อในอีสาน รสนัวต่างกันอย่างไร
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
ก่อนเปลี่ยนรถ ลองดูค่าใช้จ่าย 3 ปี EV ไฮบริด น้ำมัน แบบไหนคุ้มกว่า
ชื่นชม 2 พี่น้องเยาวชน ช่วยแม่กวาดถนนทุกวันเช้ามืด ไม่สนเพื่อนล้อลูกคนกวาดขยะ
เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย
จังหวัดที่เหมาะเกษียณที่สุดในไทย
5 นิสัยตอนเช้าที่ควรเลิก! เพื่อถนอมสุขภาพสมองและลดภาวะ Brain Fog (ผลวิจัยประสาทวิทยา)
ทำไม ‘ขอโทษ’ ที่ดีถึงหายากมาก — และวิธีขอโทษที่รักษาความสัมพันธ์ได้จริงตามวิทยาศาสตร์”
😁 ชวนลองมาดูเมื่อธรรมชาติเตรียมเซอร์ไพรส์ที่จะทำให้เราตะลึงจนพูดไม่ออก 😆
นมแมลงสาบ: ขุมพลังสารอาหารยุคใหม่ที่ให้พลังงานสูงกว่านมวัวถึง 3 เท่า
ข้าวแห้งและข้าวต้มแห้ง: ตรรกะความอร่อยที่ย้อนแย้งบนร่องรอยประวัติศาสตร์จีนโพ้นทะเล
"น้ำผึ้ง" อายุเก่าแก่กว่า 3,000 ปี ในสุสานอียิปต์ที่ยังคงสภาพดีไม่บูดเน่า
เฉลยที่มา "Buffalo Wings" ไก่ทอดที่ไม่เกี่ยวอะไรกับควาย แต่เป็นความบังเอิญจาก New York 1964



