หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รู้หรือไม่ ?...ในบรรดาดาวเคราะห์ทั้งหมด มีแค่ "โลก" ดวงเดียวที่ไม่ได้ตั้งชื่อตามเทพเจ้า!

เขียนโดย dukedick

ทุกครั้งที่มนุษย์เงยหน้ามองท้องฟ้า เรามักเผลอคิดว่าดาวเคราะห์ทุกดวงในระบบสุริยะต้องมีที่มาที่ยิ่งใหญ่ มีตำนาน มีเทพเจ้า หรือมีเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกันไปหมด เพราะชื่ออย่าง Mars หรือ Jupiter หรือแม้แต่ Venus ล้วนสะท้อนภาพเทพในตำนานโรมันและกรีกอย่างชัดเจน ราวกับว่ามนุษย์พยายามยกท้องฟ้าให้กลายเป็นเวทีของเทพเจ้า

แต่เมื่อสายตาเลื่อนกลับมาที่ “บ้านของเรา” สิ่งที่แปลกอย่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นทันที โลกของเราไม่ได้มีชื่อที่ดูสูงส่งแบบนั้นเลย

มันถูกเรียกอย่างเรียบง่ายว่า Earth

คำสั้นๆ คำเดียว ที่ไม่ได้มาจากเทพเจ้า ไม่ได้มาจากนักปราชญ์ผู้ตั้งชื่อดวงดาว และไม่ได้ถูกบัญญัติขึ้นในหอดูดาวของยุคสมัยใหม่ แต่กลับค่อยๆ เติบโตขึ้นมาจากภาษาของผู้คนธรรมดา ที่ใช้ชีวิตอยู่กับ “พื้นดิน” ใต้เท้าของตัวเองทุกวัน

หากย้อนกลับไปในอดีตอันไกลโพ้น ก่อนที่มนุษย์จะเข้าใจจักรวาลแบบที่เราเข้าใจในปัจจุบัน โลกไม่ได้ถูกมองว่าเป็นดาวเคราะห์ แต่เป็นเพียง “สิ่งที่เราเหยียบอยู่” เป็นพื้นดินที่ให้ชีวิต เป็นที่ปลูกพืช เป็นที่สร้างบ้าน และเป็นทุกอย่างที่มนุษย์ต้องพึ่งพา คำว่า Earth ในช่วงแรกจึงไม่ได้หมายถึงทั้งโลก แต่หมายถึง “ดิน” โดยตรง

จากภาษาอังกฤษสมัยกลางคำว่า “erthe” ค่อยๆ พัฒนาไปสู่ภาษาอังกฤษโบราณ “eorthe” และย้อนกลับไปไกลกว่านั้นยังพบรากคำในภาษาเยอรมันโบราณ “erda” ที่มีความหมายเดียวกันอย่างตรงไปตรงมา คือพื้นดิน หรือผืนแผ่นดิน ในขณะเดียวกัน ภาษาสันสกฤตก็มีคำที่สอดคล้องกันในความหมายเดียวกัน แสดงให้เห็นว่ามนุษย์ในหลายวัฒนธรรมต่างก็ “รับรู้โลกผ่านเท้าของตัวเอง” ก่อนจะรับรู้มันผ่านท้องฟ้า

ในช่วงเวลานั้น โลกยังไม่ใช่วัตถุทรงกลมลอยอยู่ในอวกาศอย่างที่เรารู้จัก แต่เป็นเหมือนฉากหลังของชีวิต เป็นพื้นที่ระหว่าง “น้ำ” กับ “ท้องฟ้า” เป็นขอบเขตของโลกมนุษย์ที่แยกออกจากสิ่งเหนือธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นสวรรค์หรือนรก ทุกอย่างล้วนถูกจัดระเบียบผ่านคำง่ายๆ เพียงคำเดียว คือ “ดิน”

เมื่อเวลาผ่านไป ความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับจักรวาลเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้าๆ เราค่อยๆ ตระหนักว่าดาวบนท้องฟ้าไม่ได้เป็นเพียงแสงระยิบระยับ แต่เป็นวัตถุขนาดมหึมาที่ลอยอยู่ในอวกาศ และในที่สุดก็เกิดความเข้าใจว่า โลกเองก็ไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล หากแต่เป็นดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในระบบสุริยะเดียวกันกับดวงอื่น

ในช่วงเวลานั้นเอง คำว่า Earth ที่เคยหมายถึงเพียง “พื้นดิน” จึงถูกยกขึ้นมาใช้ในความหมายใหม่ ใช้เรียกทั้งดาวเคราะห์ทั้งดวงอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน ราวกับว่ามนุษย์ไม่ได้ตั้งชื่อใหม่ให้โลก แต่เพียงแค่ “ขยายความหมายของคำเดิม” ให้ใหญ่ขึ้นจนครอบจักรวาล

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าใครเป็นผู้ตั้งชื่อโลกนี้เป็นคนแรก เพราะมันไม่ใช่ชื่อที่เกิดจากคำสั่งของใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของการใช้ภาษาที่สืบต่อกันมานับพันปี เป็นชื่อที่ค่อยๆ เติบโตขึ้นพร้อมกับมนุษยชาติเอง มากกว่าจะถูกสร้างขึ้นในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง

ขณะเดียวกัน ในวัฒนธรรมอื่นๆ ก็มีแนวคิดการตั้งชื่อโลกที่สะท้อนความหมายคล้ายกัน ภาษาละตินใช้คำว่า “Terra” ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นรากศัพท์สำคัญในวิทยาศาสตร์ เช่นคำว่า terrestrial ที่หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับโลก ในขณะที่ภาษากรีกใช้คำว่า “Gaia” ซึ่งไม่เพียงหมายถึงโลก แต่ยังกลายเป็นชื่อของเทพีมารดาแห่งผืนพิภพในตำนาน แสดงให้เห็นว่ามนุษย์แทบทุกวัฒนธรรมต่างก็พยายามให้ความหมายกับ “โลก” ผ่านสิ่งที่พวกเขาให้คุณค่าที่สุดในยุคของตนเอง

เมื่อมองภาพรวมของระบบสุริยะทั้งหมด จึงเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นอย่างเงียบๆ ว่า ดาวเคราะห์ดวงอื่นนั้นถูกยกให้สูงส่งผ่านชื่อของเทพเจ้า แต่โลกกลับถูกเรียกด้วยคำที่ใกล้ชิดที่สุดกับชีวิตมนุษย์ที่สุด

เพราะสุดท้ายแล้ว โลกไม่ได้เป็นเพียงวัตถุในอวกาศ

มันคือ “พื้นดินที่เราเคยล้มลง และลุกขึ้นใหม่บนมันเสมอ”

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 35 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เองมหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทยโรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้วแนวทางเลข เเม่น้ำหนึ่ง 16/5/69วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทยใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ก่อนมีธนบัตร คนโบราณพกชาไว้ซื้อของ เรื่องจริงของสกุลเงินสุดแปลกที่เคยใช้บนโลกสวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งแรกของประเทศไทยรวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้ 14/05/69 วันที่ฝนฟ้าดูครึ้มๆเหมือนกันนะเนี่ยกตัญญูอย่างไรให้ชีวิตพุ่ง? เปิด 4 "ต้นทุนทางสังคม" ที่เงินซื้อไม่ได้ แต่ได้มาเพราะใจ5 กลโกงออนไลน์ที่คนไทยโดนมากสุด เสียหายเท่าไร และถ้าเผลอโอนแล้วต้องทำอะไรใน 1 ชั่วโมงแรกจังหวัดที่คนย้ายไปแล้วไม่อยากกลับกรุงเทพ”
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
คลองที่มีปัญหาน้ำเน่าเสียรุนแรงที่สุดอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทยก่อนมีธนบัตร คนโบราณพกชาไว้ซื้อของ เรื่องจริงของสกุลเงินสุดแปลกที่เคยใช้บนโลกสวนสาธารณะลอยฟ้าแห่งแรกของประเทศไทยกตัญญูอย่างไรให้ชีวิตพุ่ง? เปิด 4 "ต้นทุนทางสังคม" ที่เงินซื้อไม่ได้ แต่ได้มาเพราะใจ
ตั้งกระทู้ใหม่