หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมนักศึกษาเมียนมานิยมมาเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนไทย


เขียนโดย Mind Matter

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราจะเห็นนักศึกษาจากเมียนมาเดินทางมาเรียนต่อที่ไทยเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากข้อมูลการวิจัยพบว่า ก่อนปี 2024 มีนักศึกษาเมียนมาในไทยแค่ประมาณสองพันกว่าคน แต่พอถึงปี 2025 ตัวเลขกลับพุ่งสูงขึ้นไปถึงประมาณหนึ่งหมื่นเจ็ดพันคน โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยเอกชน ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้เกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ และแน่นอนว่ามีมหาวิทยาลัยเอกชนของไทยอยู่ 5 แห่งที่เป็นเป้าหมายยอดนิยมของพวกเขา

 

 

เมื่อพูดถึงมหาวิทยาลัยที่นักศึกษาเมียนมานิยมเข้ามากที่สุด แห่งแรกที่ต้องเอ่ยถึงคือมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ที่ดึงดูดนักศึกษาด้วยคณะบริหารธุรกิจและสาขาการตลาดดิจิทัล ตามมาด้วยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่มีชื่อเสียงด้านนิเทศศาสตร์และการสร้างคอนเทนต์ ซึ่งตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่อยากทำงานสายสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยรังสิตก็มาแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและวิศวกรรมศาสตร์ ขณะที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือเอแบค ที่มีหลักสูตรนานาชาติ ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญ ในขณะที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมก็เป็นที่หมายตาของเด็กเมียนมาเช่นกัน เนื่องจากมีหลักสูตรที่เน้นปฏิบัติจริงและเชื่อมโยงกับตลาดแรงงานในไทย

 

 

ส่วนคณะที่ได้รับความสนใจจากนักศึกษาชาวเมียนมาเป็นพิเศษนั้น ดูเหมือนจะหนีไม่พ้นคณะบริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์ เพราะการเรียนทางด้านนี้เปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถไปทำงานในบริษัทข้ามชาติได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน รองลงมาคือคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มีแนวโน้มการจ้างงานสูงและสามารถทำงานระยะไกลให้กับบริษัทต่างประเทศได้

คณะวิศวกรรมศาสตร์ก็เป็นอีกสาขาที่เด็กเมียนมาให้ความสนใจ โดยเฉพาะสายโยธาและเครื่องกล ซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานทั้งในไทยและเมียนมา นอกจากนี้ คณะศิลปศาสตร์ก็ไม่เคยตกเทรนด์ โดยเฉพาะสาขาวิชาภาษาอังกฤษและการจัดการการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทยในเวทีโลก

 

แล้วทำไมนักศึกษาเมียนมาถึงเลือกไทยมากกว่าประเทศอื่น? เหตุผลแรกคือความใกล้ชิดทางวัฒนธรรมและภูมิศาสตร์ การเดินทางมาไทยสะดวกและรวดเร็ว ค่าใช้จ่ายในการเรียนและค่าครองชีพก็สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับสิงคโปร์หรือออสเตรเลีย  นอกจากนี้ สถานการณ์ภายในประเทศเมียนมาหลังปี 2021 ทำให้ระบบการศึกษาในประเทศแทบจะหยุดชะงัก นักศึกษาจำนวนมากจึงต้องเลือกหนีออกมาเพื่อหาความหวังใหม่ 

 

โดยเฉพาะเมื่อมีการประกาศเกณฑ์ทหารเมื่อต้นปี 2024 ซึ่งยิ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญให้ครอบครัวต่างๆ เร่งส่งลูกหลานออกนอกประเทศ  ขณะที่ไทยเองก็มีมหาวิทยาลัยเอกชนที่เปิดรับนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก และขั้นตอนการขอวีซ่าก็ค่อนข้างไม่ยุ่งยากเมื่อเทียบกับประเทศตะวันตก รวมถึงยังมีทุนการศึกษามอบให้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น ทุน CMB-Mahidol ที่เปิดรับนักวิชาการชาวเมียนมาโดยเฉพาะในสายสาธารณสุข

 

สำหรับเชื้อชาติของนักศึกษาที่เข้ามาเรียนนั้น ข้อมูลจากชุมชนและการศึกษาตามแนวชายแดนชี้ให้เห็นว่าอันดับหนึ่งคือชาวเมียนมา ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรหลักของประเทศ รองลงมาคือชาวไทใหญ่หรือชานหรือฉาน ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีจำนวนมากในรัฐชาน และมักมีการเคลื่อนย้ายข้ามชายแดนมายังภาคเหนือของไทยอยู่เป็นประจำ และอันดับสามคือชาวกะเหรี่ยง ซึ่งมีชุมชนขนาดใหญ่อยู่ตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา นอกจากนี้ก็ยังมีชาวมอญอีกด้วย

 

เรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียนนั้นส่วนใหญ่แล้ว นักศึกษาชาวเมียนมาจะออกค่าใช้จ่ายด้วยตัวเองหรือเงินจากครอบครัว เนื่องจากครอบครัวที่ส่งลูกมาเรียนส่วนใหญ่เป็นครอบครัวที่มีฐานะปานกลางถึงดีในเมียนมา และมองว่าการศึกษาคือการลงทุนระยะยาว  อย่างไรก็ตาม ก็มีจำนวนไม่น้อยที่ได้รับทุนการศึกษาโดยเฉพาะทุนจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ทุนของมูลนิธิ CMB ที่เปิดรับสมัครนักศึกษาชาวเมียนมาเรียนต่อโทที่มหาวิทยาลัยมหิดล หรือทุนจากศูนย์การเรียนรู้ตามแนวชายแดนที่ช่วยเหลือเด็กกลุ่มชาติพันธุ์ให้ได้มีโอกาสทางการศึกษาขั้นสูง

 

หลังจากเรียนจบแล้ว ผลสำรวจพบว่านักศึกษาเมียนมามีแผนการหลังเรียนจบที่หลากหลาย เกือบครึ่งต้องการทำงานอยู่ในไทยต่อ เพราะมองว่าค่าตอบแทนและโอกาสในการเติบโตในสายอาชีพยังดีกว่า  แต่ก็ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนจากสถานะนักศึกษาไปเป็นคนทำงานในไทยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ปัญหาด้านอุปสรรคทางภาษา วีซ่าและการขออนุญาตทำงาน รวมถึงการแข่งขันกับแรงงานท้องถิ่น ทำให้หลายคนต้องใช้ความพยายามเป็นพิเศษ 

ส่วนที่เหลือนั้นวางแผนที่จะใช้ไทยเป็นเพียงสะพานเชื่อม เพื่อเดินทางไปทำงานหรือศึกษาต่อในประเทศที่สาม เช่น สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย หรือญี่ปุ่น มีเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้นที่จะกลับเมียนมาทันทีหลังจากเรียนจบ

เนื้อหาโดย: Mind Matter
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mind Matter's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 83 ครั้ง
เขียนโดย Mind Matter
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ซองกันชื้น ในซองขนม เอาไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายโรงเรียนที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในประเทศไทยรายได้คนขับรถไฟข้าราชการที่กู้ยืมเงินมากที่สุดในไทย5 มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อว่า “เดินเหนื่อยที่สุดในไทย”เมืองที่เงินเดือนน้อยแต่อยู่สบายที่สุดในประเทศไทย5 ประเทศจิ๋ว สุดน่าอยู่ ที่หลายคนไม่เคยรู้ว่ามีอยู่บนโลกทะเลที่น้ำใสที่สุดในประเทศไทย (ขึ้นชื่อระดับโลก)จังหวัดที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศเปิดสายรถเมล์ ที่ยาวที่สุดในกรุงเทพฯ ผ่านเป็นร้อยป้าย ก็ยังไม่ถึงสักทีประเทศที่มีคาสิโนมากที่สุดในโลกจังหวัดที่คนทำงานเริ่มย้ายออก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ลูกคนโตกับภาระในบ้าน ทำไมโตมาแล้วถึงรู้สึกต้องเก่งตลอดเวลาเกาะของไทยขนาดใหญ่ที่สุด ที่ไม่มีประชากรอาศัยอยู่แบบถาวร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
มือใหม่ขับขึ้นภูทับเบิก ควรเลือกทางไหน ไปช่วงไหนถึงปลอดภัยสถานีกรุงเทพฯหรือหัวลำโพง ทำให้ไทยรอดพ้น ประเทศล่าอาณานิคมกำเนิดราชาเพลงเพื่อชีวิตของเมืองไทย อัลบั้มแรกของวงคาราบาว ขี้เมาห้างพันธุ์ทิพย์ประตูน้ำยังอยู่มั้ย
ตั้งกระทู้ใหม่