รู้หรือไม่ ว่าทำไม "เมฆฝนฟ้าคะนอง" ถึงต้องเป็นสีดำ
ไม่มีอะไรเปลี่ยนอารมณ์ของท้องฟ้าได้รวดเร็วเท่ากับ “เมฆฝนฟ้าคะนอง” เพียงไม่กี่นาทีจากฟ้าสีสดใส อาจกลายเป็นผืนสีเทาดำที่ปกคลุมไปทั่ว พร้อมลมเย็นและกลิ่นฝนที่ลอยมาแต่ไกล หลายคนอาจเคยสงสัยว่า เหตุใดเมฆเหล่านี้จึงดูมืดหม่นราวกับมีสีดำอยู่ในตัว ทั้งที่เมฆทั่วไปกลับขาวฟูและสว่างราวสำลี
ความจริงแล้ว เมฆฝนไม่ได้มี “สีดำ” อยู่จริง แต่สิ่งที่เราเห็นนั้นเป็นผลลัพธ์จากธรรมชาติของแสง น้ำ และความหนาแน่นอันมหาศาลของตัวเมฆเอง
เมฆฝนฟ้าคะนอง หรือ Cumulonimbus เป็นเมฆที่มีขนาดใหญ่โตมหาศาล ก่อตัวในแนวตั้งสูงได้ถึง 10,000–15,000 เมตร ราวกับภูเขาลอยฟ้าขนาดยักษ์ เมื่อเมฆมีความหนามาก แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาจากด้านบนจึงไม่สามารถทะลุผ่านลงมาถึงฐานเมฆได้ทั้งหมด แสงจำนวนมากถูกสะท้อนกลับออกไป บางส่วนถูกดูดกลืนไว้ภายใน ทำให้บริเวณด้านล่างของเมฆได้รับแสงน้อยลงอย่างมาก จนสายตาของเรารับรู้เป็นสีเทาเข้มหรือดำครึ้ม
ยิ่งภายในเมฆมีหยดน้ำและละอองน้ำจำนวนมากเท่าไร ความมืดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น เมฆฝนต่างจากเมฆสีขาวทั่วไป เพราะภายในเต็มไปด้วยหยดน้ำขนาดใหญ่และหนาแน่น หยดน้ำเหล่านี้สามารถทำให้เกิดปรากฏการณ์ “การกระเจิงแสง” หรือ Scattering ได้อย่างมีประสิทธิภาพ แสงสว่างจึงถูกกระจายและดูดซับไปในทุกทิศทาง เหลือเพียงแสงเล็กน้อยที่สามารถลอดผ่านลงมาถึงพื้นโลก
ในอีกมุมหนึ่ง สีดำของเมฆฝนก็คือ “เงาของตัวมันเอง” นั่นเอง หากเรายืนอยู่ใต้ฐานเมฆ เราจะเห็นด้านล่างมืดครึ้มเหมือนกำแพงสีดำ แต่หากมองจากเครื่องบินที่บินอยู่เหนือเมฆก้อนเดียวกัน ผู้โดยสารจะเห็นยอดเมฆสีขาวสว่างจ้า เพราะด้านบนยังคงได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่ ความแตกต่างนี้ทำให้เมฆฝนกลายเป็นภาพลวงตาทางธรรมชาติที่น่าทึ่งอย่างยิ่ง
บางครั้ง ท้องฟ้ายังเผยสีสันแปลกตาที่บอกเล่าสภาพอากาศได้อีกด้วย หากเมฆเริ่มมีสีเขียวคล้ำ นั่นมักเป็นสัญญาณของพายุรุนแรงหรือลูกเห็บ เนื่องจากหยดน้ำและก้อนน้ำแข็งจำนวนมหาศาลภายในเมฆ สะท้อนแสงสีแดงออกไป และปล่อยให้แสงในช่วงสีฟ้าเขียวลอดผ่านลงมาได้มากกว่าปกติ จึงเกิดเป็นโทนสีเขียวหม่นที่ชวนให้รู้สึกไม่สบายใจทุกครั้งที่มองเห็น
ขณะที่เมฆสีแดง ส้ม หรือทอง มักปรากฏในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน เมื่อแสงอาทิตย์ต้องเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศที่หนากว่าปกติ แสงโทนฟ้าและม่วงจะถูกกระเจิงออกไปก่อน เหลือเพียงเฉดสีอุ่นที่ตกกระทบฐานเมฆ จนเกิดเป็นภาพท้องฟ้ายามเย็นที่งดงามราวภาพวาด
เมฆจึงไม่ใช่เพียงก้อนน้ำบนท้องฟ้า หากแต่เป็นเวทีขนาดใหญ่ของฟิสิกส์ แสง และธรรมชาติ ที่ร่วมกันสร้างสีสันและอารมณ์ให้กับท้องฟ้าในทุกวัน และบางครั้ง ความมืดดำของเมฆฝนที่เรามองเห็น ก็อาจเป็นเพียงเงาชั่วคราว ก่อนสายฝนจะโปรยลงมาชำระโลกให้สดชื่นอีกครั้ง
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
จีนเตรียมสร้างแผงโซลาร์ยักษ์ ขนาด 1 กิโลเมตรบนอวกาศ
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
10 เลขขายดี "จำเนียรอ่อนนุช" งวดวันที่ 16 พฤษภาคม 69..ส่องด่วน เลขไหนมาแรง!!
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!
รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว





