หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ขนมกะหรี่ปั๊บ (Curry Puff) และเรื่องราวต้นกำเนิดข้ามทวีป

เขียนโดย Man

 

วันนี้จะมานำเสนอ บทความเรื่อง กะหรี่ปั๊บ

นำ เสนอถึง ที่ มา ที่ ไป และ ความประวัติควา ม เป็นมา ของ ขนม ชนิด นี้ เพราะ ว่า มัน มี ต้นกำเนิด มา จาก ไหน บทความ นี้ เรา ได้ เรียบเรียง มา จาก หลาย ๆ ที่ หวังว่า เพื่อน ๆ คง จะ ได้ ประโยชน์ สาระจาก บทความพอ สมควร

🥟 กะหรี่ปั๊บ (Curry Puff) และเรื่องราวต้นกำเนิดข้ามทวีปกะหรี่ปั๊บ (ที่มักเขียนสะกดผิดเป็น ...ปั๊บ) เป็นอาหารว่างที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งในไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย ลักษณะเป็นแป้งพายพับครึ่งวงกลม จับจีบที่ขอบ ภายในสอดไส้เนื้อสัตว์ มันฝรั่ง และผงกะหรี่ นำไปทอดจนเหลืองกรอบแต่รู้หรือไม่ว่า ขนมชิ้นเล็กๆ นี้ เป็นตัวแทนของการบรรจบกันของวัฒนธรรมระดับโลก!

 

🌍 จุดกำเนิด: ผลผลิตจากการผสมผสานทางวัฒนธรรม (Cultural Fusion)ต้นกำเนิดที่แท้จริงของกะหรี่ปั๊บนั้นไม่มีการบันทึกชี้ชัดว่าใครเป็นผู้คิดค้นคนแรก แต่ในทางประวัติศาสตร์อาหารยอมรับร่วมกันว่า กะหรี่ปั๊บถือกำเนิดขึ้นในแถบ คาบสมุทรมลายู (Maritime Southeast Asia) ในยุคอาณานิคม

โดยเป็นการผสมผสานอิทธิพลทางอาหารจาก 3 วัฒนธรรมหลัก ได้แก่:อิทธิพลโปรตุเกส (Empanada): ชาวโปรตุเกสที่เดินเรือเข้ามาค้าขายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (เช่น ที่มะละกา) ได้นำขนม "เอมปานาดา" (Empanada)

ซึ่งเป็นแป้งห่อไส้รูปครึ่งวงกลมเข้ามา นี่คือต้นแบบ "รูปทรง" ของกะหรี่ปั๊บอิทธิพลอังกฤษ (Cornish Pasty): ในยุคที่อังกฤษเข้ามาปกครองแหลมมลายู ชาวอังกฤษได้นำ "คอร์นิชพาสตี" (Cornish Pasty) พายอบสอดไส้เนื้อและมันฝรั่งติดมาด้วย

ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับ "ไส้เนื้อและมันฝรั่ง" รวมถึงเทคนิคการทำแป้งพายกรอบ (Puff Pastry)อิทธิพลอินเดีย (Samosa): ซาโมซา ของว่างยอดฮิตของอินเดียที่มีไส้เป็นมันฝรั่งผัดกับเครื่องเทศและผงกะหรี่ นำไปทอดจนกรอบ เป็นตัวกำหนด "รสชาติ" และ "วิธีการทอด" ของกะหรี่ปั๊บ

เมื่อชาวมลายู ชาวจีน และชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ร่วมกันในบริเวณนี้ นำเทคนิคทั้ง 3 มารวมกัน จึงเกิดเป็นขนมชนิดใหม่ที่เรียกว่า "Curry Puff" หรือ "กะหรี่ปั๊บ" นั่นเอง🇲🇾🇸🇬

การวิวัฒนาการในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก่อนจะมาเป็นกะหรี่ปั๊บไส้ไก่อย่างทุกวันนี้ ในวัฒนธรรมมุสลิมมลายูมีขนมที่เรียกว่า "เอปก-เอปก" (Epok-epok)

ซึ่งมีลักษณะคล้ายกัน แต่มักจะสอดไส้ปลากระป๋อง (ซาร์ดีน) หรือมันฝรั่งผัดพริกแกง รสชาติออกเผ็ดหวานต่อมา ชาวจีนที่อพยพมาตั้งรกรากในสิงคโปร์และมาเลเซีย ได้นำเอปก-เอปกมาดัดแปลงให้ถูกปากมากขึ้น

โดยเปลี่ยนแป้งให้ร่วนกรอบคล้ายพายตะวันตก สอดไส้ด้วยแกงกะหรี่ไก่ มันฝรั่ง และใส่ "ไข่ต้ม" ฝานลงไปเป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นรูปแบบมาตรฐานของ Curry Puff ที่โด่งดังไปทั่วโลก (เช่น แบรนด์ Old Chang Kee ของสิงคโปร์ที่ขายมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1956)

🇹🇭 กะหรี่ปั๊บในประเทศไทยคำว่า "กะหรี่ปั๊บ" ในภาษาไทย เป็นการออกเสียงเพี้ยนมาจากคำว่า "Curry Puff" (เคอร์รีพัฟฟ์) ในภาษาอังกฤษนั่นเอง

ความเชื่อเรื่องท้าวทองกีบม้า: มีบางแหล่งข้อมูลในไทยสันนิษฐานว่า กะหรี่ปั๊บอาจถูกคิดค้นโดย ท้าวทองกีบม้า (มารี กีมาร์) ในสมัยอยุธยา เนื่องจากท่านเป็นผู้นำขนมโปรตุเกสหลายชนิดเข้ามาเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม นักประวัติศาสตร์อาหารส่วนใหญ่มองว่า ท้าวทองกีบม้าอาจจะนำเทคนิคการทำ "แป้งพาย" แบบตะวันตกเข้ามาจริง แต่ตัว "ไส้...ไก่และมันฝรั่ง" นั้นเพิ่งถูกนำมารวมกันและฮิตในยุคหลัง (เนื่องจากมันฝรั่งเพิ่งแพร่หลายในเอเชียยุคหลังศตวรรษที่ 16-17)

ดังนั้น กะหรี่ปั๊บแบบที่เรากินกันในปัจจุบัน จึงน่าจะได้รับอิทธิพลส่งผ่านมาจากทางตอนใต้ของไทย (พรมแดนติดมาเลเซีย) หรือผ่านชาวมุสลิมและฝรั่งในยุคกรุงรัตนโกสินทร์มากกว่าของดีเมืองสระบุรี:ในประเทศไทย เมื่อพูดถึงกะหรี่ปั๊บ คนส่วนใหญ่จะนึกถึง "อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี"

ซึ่งกะหรี่ปั๊บได้กลายมาเป็นสินค้า OTOP และของฝากชื่อดังระดับประเทศ จนมีคำขวัญว่า "เนื้อนุ่ม นมดี ...ดัง" กะหรี่ปั๊บสูตรสระบุรีมีเอกลักษณ์คือการทำ "แป้งพายชั้น" ที่บางกรอบและร่วนซุยเป็นลายก้นหอยสวยงาม (ต่างจากแป้งพายร่วนแบบสิงคโปร์)

นอกจากไส้ไก่แล้ว คนไทยยังประยุกต์ไส้หวานเพิ่มเติมอีกมากมาย เช่น ไส้เผือก ไส้ถั่ว ไส้สับปะรด และไส้งาดำ เป็นต้น

📝 สรุปกะหรี่ปั๊บไม่ได้เป็นแค่ของว่างแสนอร่อย แต่ยังเป็นเสมือน "จดหมายเหตุทางอาหาร" ที่บันทึกเรื่องราวการเดินทางของชาวยุโรป (โปรตุเกส, อังกฤษ) ที่นำรูปทรงและแป้งพายมาพบกับเครื่องเทศและวิธีการทอดของชาวเอเชีย (อินเดีย, มลายู, จีน) จนกลายมาเป็นวัฒนธรรมอาหารร่วมของชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในที่สุด

ก่อนจะจบบทความนี้ หวังว่า เพื่อนๆ คงจะได้กินหรือรัปประทานขนมชนิดนี้บ้างแล้ว และมีความรู้สึกอย่างไร เราก็แลกไป ความคิดเห็นก็ได้นะครับ

เนื้อหาโดย: Man
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Man's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 154 ครั้ง
เขียนโดย Man
Man บอร์ดรวมสาระความรู้แบ่งปันกัน สาระที่นำเสนอมาเพื่อแบ่งปันความรู้ และเป็น ข้อมูล เพื่อ เป็นสาธารณประโยชน์ หวังว่า สาระความรู้ ต่างๆ คงจะมี ประโยชน์พอสมควร.. นะครับ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้ห้องเช่าฮ่องกงแพงลิ่ว ทำไมบางคนต้องอยู่ใน “กรงหนู”ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลยค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้างจังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยเลขเด็ด "ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 วิ่งมาให้โชคแล้ว..ส่องด่วน!ถ้าไม่อาบน้ำ 1 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นกับผิว กลิ่นตัว และหนังศีรษะ?ทำไมหลายคนเตือนว่า เที่ยวอินเดียไม่ควรให้เงินขอทานโดยตรง3 จังหวัด ที่เคยมีเมืองในตำนานจมใต้บาดาลมาก่อนขนมพริกไทย คุกกี้โบราณภูเก็ต หวานกรอบ หอมพริกไทยดำ5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เลขเด็ด "ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 69 วิ่งมาให้โชคแล้ว..ส่องด่วน!ห้องเช่าฮ่องกงแพงลิ่ว ทำไมบางคนต้องอยู่ใน “กรงหนู”ขนมพริกไทย คุกกี้โบราณภูเก็ต หวานกรอบ หอมพริกไทยดำเปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้ปลั๊ก 3 ขาไม่ได้มีไว้แค่เสียบแน่น แต่ช่วยลดเสี่ยงไฟดูดเมื่อไฟรั่วทำไมเรียกว่า “สำลี” ทั้งที่ทำจากฝ้าย? เข้าใจตั้งแต่ต้นทางถึงการผลิต
กระทู้อื่นๆในบอร์ด รวมสาระบทความแบ่งปั่นกัน
ยุโรปอากาศร้อนผิดปกติ ถ้าวันหนึ่งกลายเป็นเขตร้อนจะเกิดอะไรขึ้นรู้ไว้ใช่ว่า...แผนหลอกของกลุ่มมิจฉาชีพ "จีนเทา" ในวงการขายของออนไลน์ไข่เกิดก่อนไก่ หรือว่า ไก่เกิดก่อนไข่..วิทยาศาสตร์มีคำตอบเงินเหรียญและธนบัตรแรกของโลก เริ่มจากลิเดียถึงจีนได้อย่างไร
ตั้งกระทู้ใหม่