เสียใจกับชีวิตไม่ใช่เรื่องแย่ ถ้าใช้ Regret ให้ถูกทาง
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
Regret หรือความเสียใจ ไม่ได้มีไว้ให้เราจมกับอดีตอย่างเดียว งานสำรวจของ Daniel Pink ในปี 2022 กับผู้คนกว่า 15,000 คนจาก 105 ประเทศ ชี้ให้เห็นว่า ความเสียใจอาจเป็นข้อมูลสำคัญที่บอกว่าเรากำลังให้คุณค่ากับอะไรในชีวิต
คำพูดแบบ “ไม่ต้องเสียใจกับอะไรทั้งนั้น” ฟังดูปลอบใจดี แต่ในทางจิตวิทยา มันอาจทำให้เราปิดหูปิดตาตัวเองเร็วเกินไป เพราะความเสียใจไม่ใช่ศัตรูเสมอไป บางครั้งมันคือสัญญาณเตือนที่ซื่อสัตย์กว่าคำปลอบใจสวย ๆ
Daniel Pink พบว่า ความเสียใจของคนจำนวนมากมักวนอยู่กับ 4 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ ความเสียใจกับการไม่วางรากฐานชีวิต ความเสียใจกับการไม่กล้าลงมือ ความเสียใจกับสิ่งที่ทำผิดทางศีลธรรม และความเสียใจกับความสัมพันธ์ที่ปล่อยให้ห่างไป
กลุ่มที่สะดุดที่สุดคือ Boldness Regret หรือความเสียใจที่ไม่กล้าทำอะไรบางอย่าง คนจำนวนมากไม่ได้เสียใจที่สุดกับสิ่งที่เคยพลาด แต่เสียใจกับสิ่งที่ไม่เคยกล้าลองตั้งแต่แรก ประโยคนี้อาจแทงใจคนที่เคยปล่อยโอกาสผ่านไปเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไรเลย
ความเสียใจบอกว่าเราให้ค่ากับอะไร
Foundation Regret มักมาในรูปของประโยคที่ฟังเรียบง่าย เช่น ถ้าตอนนั้นออมเงินมากกว่านี้ ถ้าดูแลสุขภาพเร็วกว่านี้ หรือถ้าวางแผนชีวิตให้จริงจังกว่านี้ มันเป็นความเสียใจที่ไม่ได้เกิดจากเหตุการณ์ใหญ่วันเดียว แต่สะสมจากสิ่งเล็ก ๆ ที่เราเลื่อนไปเรื่อย ๆ
ส่วน Connection Regret มักเงียบกว่า คนหนึ่งอาจไม่ได้ทะเลาะกับเพื่อน ไม่ได้ตัดขาดกับญาติ และไม่ได้มีเหตุการณ์รุนแรงอะไร แต่วันหนึ่งกลับพบว่าความสัมพันธ์นั้นจางไปแล้ว เพราะไม่มีใครเป็นฝ่ายส่งข้อความก่อน ไม่มีใครนัดเจอ และไม่มีใครพูดคำที่ควรพูด
สำหรับคนไทย เรื่องนี้เห็นได้ง่ายในชีวิตประจำวัน บางคนทำงานหนักในกรุงเทพฯ จนไม่มีเวลาคุยกับพ่อแม่ที่ต่างจังหวัด บางคนอยากเริ่มธุรกิจเล็ก ๆ แต่รอจนความกล้าหายไปก่อน ความเสียใจจึงไม่ใช่แค่เรื่องในใจ แต่มักผูกกับเงิน สุขภาพ งาน และคนใกล้ตัว
ใช้ Regret อย่างไรไม่ให้กลายเป็นการโทษตัวเอง
เทคนิคหนึ่งที่นักจิตวิทยาแนะนำคือ Self-Distancing หรือการถอยออกมามองความเสียใจของตัวเองเหมือนมองเรื่องของคนอื่น คำถามง่าย ๆ คือ ถ้าเพื่อนสนิทเล่าเรื่องเดียวกันนี้ให้ฟัง เราจะพูดกับเขาว่าอะไร
คำถามนี้ช่วยลดน้ำหนักของการด่าตัวเองลง เพราะคนส่วนใหญ่มักใจดีกับเพื่อนมากกว่ากับตัวเอง เราอาจไม่พูดกับเพื่อนว่า “เธอพังแล้ว” แต่จะถามว่า “ตอนนี้ยังแก้อะไรได้บ้าง” มุมมองแบบนั้นทำให้ความเสียใจกลายเป็นข้อมูล ไม่ใช่คำพิพากษา
อีกวิธีคือ At Least Reframing การมองหาสิ่งที่อย่างน้อยเราได้เรียนรู้จากเหตุการณ์นั้น จุดสำคัญคือมันไม่ใช่การบอกตัวเองว่าทุกอย่างดีไปหมด และไม่ใช่การยัดเยียดความคิดบวกจนกลบความเจ็บปวด แต่เป็นการยอมรับก่อนว่าเรื่องนั้นเจ็บจริง แล้วค่อยถามต่อว่า เราได้เห็นอะไรชัดขึ้นจากมัน
ความต่างอยู่ตรงนี้ ถ้าพูดว่า “ไม่เป็นไร ทุกอย่างดีเสมอ” นั่นอาจเป็นการหนีความจริง แต่ถ้าพูดว่า “เรื่องนี้เจ็บ แต่ทำให้รู้ว่าครั้งหน้าต้องกล้ากว่านี้” ความเสียใจก็เริ่มเปลี่ยนบทบาท จากของหนักในใจ เป็นเข็มทิศสำหรับการตัดสินใจครั้งต่อไป
คำถามที่ควรถามตัวเองปีละครั้งอาจไม่ใช่ “ปีนี้สำเร็จแค่ไหน” แต่เป็น “ถ้าอีก 10 ปีมองย้อนกลับมา เราจะเสียใจเรื่องอะไรที่สุด” บางคำตอบอาจไม่สบายใจนัก แต่มันมักตรงกับชีวิตจริงมากกว่าคำตอบที่ดูดีบนกระดาษ
สุดท้าย ความเสียใจไม่ได้ขอให้เราย้อนเวลากลับไปแก้ทุกอย่าง มันแค่ถามเงียบ ๆ ว่า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เรายังจะใช้ชีวิตแบบเดิมอีกหรือไม่
เขียนโดย แสงแห่งโชคชะตา
วิเคราะห์เลขเด่น แม่น้ำหนึ่ง 16/5/69
โรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เอง
ใช้คอมมาทั้งชีวิตเพิ่งรู้! ขีดนูนบนปุ่ม F และ J มีไว้ทำไม?
คณะไหนมีนักศึกษาลาออกกลางทาง มากที่สุด?
ประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ที่อยู่ในทวีปแอฟริกา
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/5/69
"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
อำเภอในประเทศไทยที่ยังไม่มีร้าน 7-Eleven เปิดให้บริการ
จังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุด
มหาวิทยาลัยที่ได้งบประมาณมากที่สุดในประเทศไทย
5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด
รู้หรือไม่!ประเทศไทยก็ปลูกแอปเปิ้ล ได้นะ
เปิดประวัติเครื่องหมาย # จากปุ่มโทรศัพท์ สู่สัญลักษณ์เปลี่ยนโลก!
รีวิวหนัง HONEST THIEF ทรชนปล้นชั่ว

