หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

"ซักผ้ามาตั้งนาน เพิ่งรู้ว่าเรากำลังซักผ้าด้วย 'น้ำเน่า' จากเครื่องซักผ้าตัวเอง!"

เขียนโดย Idea DD

สิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในเครื่องซักผ้าที่คุณมักมองไม่เห็นนั้นเกิดจากหลายปัจจัยรวมกัน ซึ่งเป็นสาเหตุของกลิ่นอับและทำให้เสื้อผ้าไม่สะอาดเท่าที่ควร โดยแบ่งออกได้เป็นประเภทหลักๆ ดังนี้


1. คราบผงซักฟอกและน้ำยาปรับผ้านุ่มตกค้าง
นี่คือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เมื่อใช้ปริมาณน้ำยามากเกินไป หรือใช้ในน้ำที่มีอุณหภูมิไม่เหมาะสม สารเคมีเหล่านี้จะละลายไม่หมดและจับตัวกันเป็นคราบเหนียวเกาะอยู่ตามผนังถังซักด้านนอกและท่อน้ำทิ้ง


 2. เชื้อราและแบคทีเรีย
เครื่องซักผ้าเป็นสภาพแวดล้อมที่ "ชื้น มืด และอบอุ่น" ซึ่งเหมาะแก่การเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย โดยมักจะสะสมอยู่ตาม
ขอบยางฝาหน้า:บริเวณนี้จะมีน้ำขังและเศษสิ่งสกปรกติดอยู่ได้ง่ายที่สุด
ถังซักด้านนอก: เนื่องจากเรามองไม่เห็นด้านหลังถังซัก จึงมักมีคราบตะไคร่น้ำและเชื้อราสะสมเป็นชั้นหนา


 3. เศษฝุ่น ผงผ้า และสิ่งสกปรกจากเสื้อผ้า
คราบไคลจากร่างกาย, เหงื่อ, เซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว, ฝุ่นละอองจากภายนอก, รวมถึงเศษทรายหรือเศษด้ายจากการซักผ้า จะหลุดออกจากเสื้อผ้าและเข้าไปสะสมอยู่ในเครื่อง หากระบบระบายน้ำหรือตัวกรอง (Filter) ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นแหล่งอาหารของเชื้อโรค


 4. ตะกรันน้ำ (Mineral Deposits)
ในพื้นที่ที่มี "น้ำกระด้าง" (น้ำที่มีแร่ธาตุสูง) แร่ธาตุเหล่านี้จะตกตะกอนเกาะตามชิ้นส่วนที่เป็นโลหะหรือตัวทำความร้อนภายในเครื่อง เมื่อเวลาผ่านไปจะกลายเป็นคราบแข็งที่ขัดออกยากและส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำความร้อน

วิธีดูแลรักษาและป้องกัน
เพื่อให้เครื่องซักผ้าสะอาดอยู่เสมอและยืดอายุการใช้งาน แนะนำให้ทำตามขั้นตอนเหล่านี้
ล้างเครื่องซักผ้าทุก 1-3 เดือน:ใช้โหมดล้างถังซัก (Tub Clean) ร่วมกับน้ำยาล้างเครื่องซักผ้าโดยเฉพาะ หรือจะใช้น้ำส้มสายชูและเบกกิ้งโซดาแทนก็ได้
*เปิดฝาเครื่องทิ้งไว้หลังซักเสร็จ: เพื่อระบายความชื้นไม่ให้กลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อรา
เช็ดขอบยางฝาหน้า:หมั่นเช็ดคราบน้ำและสิ่งสกปรกที่ติดอยู่ตามขอบยางหลังใช้งานทุกครั้ง
ทำความสะอาดตัวกรอง (Filter): นำออกมาล้างทำความสะอาดเศษฝุ่นที่ค้างอยู่เป็นประจำ
ใช้ปริมาณน้ำยาซักผ้าให้เหมาะสม:ไม่จำเป็นต้องใส่มากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดคราบตกค้างสะสมได้มากขึ้นครับ

เนื้อหาโดย: Idea DD
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Idea DD's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 1,947 ครั้ง
เขียนโดย Idea DD
สาระความรู้ ประโยชน์สิ่งต่างๆในสังคมและสิ่งแวดล้อมรอบตัว และสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันทั้งในและต่างประเทศ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: puypuy, เท่, Idea DD
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วยเงินเดือนของพนักงานเก็บค่าผ่านทางทางด่วนจังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่จังหวัดไหนมีประชากรมากที่สุดในไทย ถ้าไม่นับกรุงเทพฯเจาะที่มา 5 สีกางเกงขาสั้นมัธยมชายไทยจังหวัดที่ปลูกขิงมากที่สุดในประเทศไทยอย่าเพิ่งทุบรังดินเล็ก ๆ รู้จัก “หมาร่า” แมลงนักล่าแมงมุมใกล้ตัวประเทศที่"ทั้งประเทศอยู่บนภูเขา"สว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรมพบงูเหลือมลายตาข่ายซ้ำในเกาสง ผู้เชี่ยวชาญกังวลอาจเริ่มตั้งประชากรในธรรมชาติ5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลกประเทศที่ “ไม่มีรถไฟเลย” แม้แต่สายเดียว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
6 มหาวิทยาลัยเอกชนที่ POP ที่สุดในประเทศไทยสัตว์ขั้วโลกอยู่รอดได้อย่างไร ในความหนาวประเทศในอาเซียนที่มีค่าเงินต่ำที่สุดหนุ่มจีนฉุน! พังข้าวของโรงแรมดังย่านสุขุมวิท หลังจองห้องผ่านเอเจนซี่ แต่ไม่มีข้อมูลการจองประเทศที่ขอสัญชาติได้ยากที่สุด มีเงื่อนไขที่ยากที่สุดในโลกจัดฟัน ทำไมต้องเกี่ยวยาง?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชาที่หายากที่สุดในไทย10 จังหวัดที่มีจำนวนเด็กเกิดน้อยที่สุด4 อันดับโรงเรียนดัง 2569 ครองแชมป์นักเรียนสอบเข้า ม. 4 มากที่สุดรถไฟฟ้าที่วิ่งได้เร็วที่สุด ที่มีให้บริการอยู่จริงในประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่