หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

บันได 80 องศา ของ "ป้อมหริหระ" ปราการลอยฟ้าแห่งอินเดีย


เขียนโดย dukedick

        เหนือแนวเขาในรัฐมหาราษฏระของอินเดีย มีป้อมหินแห่งหนึ่งตั้งตระหง่านอยู่ราวกับถูกตัดออกจากภูเขาทั้งลูก นั่นคือ ป้อมหริหระ (Harihar Fort) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Harshagad ป้อมโบราณในเขตนาชิก ซึ่งตั้งอยู่สูงราว 1,120 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล และมีชื่อเสียงไปทั่วโลกจากทางขึ้นที่ทั้งน่าหวาดเสียวและน่าทึ่งในเวลาเดียวกัน นั่นคือบันไดหินแกะสลักลงไปบนหน้าผาชันเกือบตั้งฉาก จนกลายเป็นภาพจำของสถานที่แห่งนี้ทันทีที่ใครได้เห็น

        ความมหัศจรรย์ของป้อมหริหระไม่ได้อยู่ที่ขนาดของกำแพงหรือความหรูหราของสิ่งก่อสร้าง แต่อยู่ที่วิธีคิดของผู้สร้างในยุคกลางที่สามารถเปลี่ยนหน้าผาแข็งทื่อให้กลายเป็นทางขึ้นสู่ยอดป้อมได้อย่างเหลือเชื่อ บันไดหินอันเลื่องชื่อของที่นี่มีความชันราว 80 องศา และมักถูกอธิบายว่ามีประมาณ 117 ขั้น ผู้ที่ก้าวขึ้นไปจึงไม่ได้แค่เดินขึ้นเขา แต่เหมือนกำลังไต่ผ่านประตูป้องกันเมืองที่ออกแบบมาให้ผู้บุกรุกเสียเปรียบตั้งแต่ก้าวแรก

        เชื่อกันว่าป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นในสมัย ราชวงศ์ Seuna หรือ Yadava เพื่อใช้เฝ้าระวังเส้นทางการค้าที่ผ่าน Gonda Ghat อันเป็นเส้นทางสำคัญในภูมิภาค ความโดดเด่นของทำเลจึงไม่ใช่เพียงความสูง แต่คือความสามารถในการมองเห็นความเคลื่อนไหวของผู้คนและกองกำลังจากระยะไกล ป้อมหริหระจึงเป็นเหมือนทั้งหอคอยสังเกตการณ์และป้อมปราการในคราวเดียวกัน ก่อนจะผ่านมือผู้ปกครองหลายยุคหลายสมัย ถูกยกให้แก่ฝ่ายโมกุลในปี ค.ศ. 1636 และท้ายที่สุดตกอยู่ภายใต้อังกฤษในปี ค.ศ. 1818

        เมื่อมองจากหมู่บ้านเบื้องล่าง ป้อมหริหระดูคล้ายแท่งหินขนาดมหึมาที่ตั้งขึ้นตรง ๆ กลางภูเขา แต่แท้จริงแล้วตัวป้อมตั้งอยู่บนมวลหินทรงคล้ายปริซึมสามเหลี่ยม มีผาชันเกือบตั้งฉากในหลายด้าน จึงทำให้ภาพของมันดูทั้งโดดเดี่ยว แข็งแกร่ง และเข้าถึงยากอย่างยิ่ง ความรู้สึกราวกับว่าธรรมชาติและมนุษย์ได้ร่วมกันสร้างงานชิ้นนี้ขึ้นมา ทำให้ป้อมแห่งนี้ไม่เหมือนป้อมใด ๆ ที่สร้างบนสันเขาทั่วไป เพราะที่นี่ไม่ได้เพียง “ตั้งอยู่บนเขา” แต่ดูเหมือน “งอกจากภูเขา” โดยตรง

        เสน่ห์ของการเดินทางมาที่นี่อยู่ตรงช่วงเวลาที่นักเดินป่าค่อย ๆ เข้าใกล้หน้าผา และบันไดหินเริ่มเผยตัวจากระยะไกล จากทางเดินป่าธรรมดา ความรู้สึกจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความตื่นเต้นปนเกรงขาม เพราะเมื่อยืนอยู่ต่อหน้าบันไดจริง ๆ ผู้มาเยือนแทบทุกคนต้องยอมรับว่า นี่ไม่ใช่ทางขึ้นที่ใช้เพียงแรงขา แต่ต้องใช้ทั้งสมาธิ การทรงตัว และความกล้าพร้อมกัน ทุกก้าวต้องวางอย่างระมัดระวัง มือหนึ่งเกาะร่องหิน อีกมือช่วยพยุงตัว ขณะที่เบื้องล่างคือความสูงชันที่ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้นเองโดยไม่รู้ตัว

        เมื่อผ่านบันไดสุดโหดและช่องทางเข้าหินแคบ ๆ ไปได้ 8387rcPNz8SRX6pYXgdxCZg3VMLFwtdJB3Z9LeX8Ge2n บนยอดป้อมมีองค์ประกอบสำคัญหลายอย่าง ทั้ง เทวาลัยขนาดเล็ก และรูปเคารพที่เกี่ยวข้องกับ พระหนุมาน พระศิวะ และนันทิ (Nandi) รวมถึงจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นแนวเทือกเขา Sahyadri และป้อมใกล้เคียงอย่าง Bhaskargad กับ Brahmagiri ได้อย่างกว้างไกล ความเหนื่อยจากทางขึ้นจึงค่อย ๆ ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกว่าตนเองได้ขึ้นมายืนอยู่บนระเบียงแห่งประวัติศาสตร์ ท่ามกลางภูเขาที่ทอดตัวไม่สิ้นสุด

        แม้ป้อมหริหระจะเป็นจุดหมายในฝันของสายเดินป่าและผู้รักประวัติศาสตร์ แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่ที่ควรมองข้ามเรื่องความปลอดภัย ความยากของเส้นทางมักถูกจัดอยู่ในระดับ ปานกลางถึงยาก โดยเฉพาะบริเวณบันไดหินซึ่งเป็นช่วงที่ต้องระวังที่สุด และในฤดูมรสุมระหว่าง มิถุนายนถึงกันยายน ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กระแสจากโซเชียลมีเดียทำให้มีนักท่องเที่ยวหลั่งไหลเข้ามามากขึ้น หน่วยงานท้องถิ่นจึงเริ่มจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวต่อวันในบางช่วงเพื่อควบคุมความปลอดภัยและลดผลกระทบต่อพื้นที่

นักเดินป่าส่วนใหญ่มักเริ่มต้นจากสองหมู่บ้านหลักคือ Nirgudpada และ Harshewadi โดยเส้นทางจาก Harshewadi มักถูกมองว่าง่ายกว่าเล็กน้อย แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกเริ่มจากทางไหน ป้อมหริหระก็ยังคงเป็นจุดหมายที่ต้องใช้ทั้งแรงกายและแรงใจในการไปให้ถึง และนั่นเองคือเหตุผลที่มันไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมดา หากเป็นประสบการณ์ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสพร้อมกันทั้งความเกรียงไกรของภูมิประเทศ สติปัญญาทางการทหารของคนโบราณ และความงามดิบของการผจญภัยบนภูเขา

ป้อมหริหระจึงไม่ใช่แค่ป้อมเก่าในอินเดีย แต่คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่บอกเราว่า มนุษย์ในยุคกลางเคยคิดและสร้างสิ่งที่กล้าหาญเพียงใดไม่ได้เป็นเพียงงานวิศวกรรมที่น่าตะลึง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเอาชนะข้อจำกัดของธรรมชาติด้วยความช่างสังเกต ความอดทน และจินตนาการอันเฉียบคม และบางที นั่นอาจเป็นเหตุผลแท้จริงที่ทำให้ใครต่อใครยังคงพูดถึง Harihar Fort ไม่รู้จบแม้เวลาจะผ่านไปหลายร้อยปีแล้ว

ส่วนตัวป้อม จะอยู่บนภูเขาส่วนหนึ่ง ตามนี้เด้อครับเด้อ 

เนื้อหาโดย: dukedick
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 28 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
8 อาหารไทยรสจัด ที่“คนรุ่นใหม่บางกลุ่มเริ่มกินน้อยลง”สวนสาธารณะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย5 อันดับอาหารไทยเริ่มหายไป แต่คนไทยยังคิดถึงที่สุด9 โรงเรียนที่เด็กสมัครล้นที่สุด รับน้อยแต่คนแย่งเพียบ5 อันดับโรงเรียนรัฐบาลคุณภาพสูง เรียนดีได้ ไม่ต้องจ่ายแพงคลองที่ใช้คนขุดที่ยาวที่สุดในประเทศไทย10 ถนนที่รถติดหนักที่สุดในประเทศไทย ใครใช้เส้นนี้ต้องทำใจ!10 อันดับโรงเรียนอินเตอร์ในไทย หลักสูตรระดับโลก เรียนจบไปไกลระดับสากล10 อันดับโรงเรียนที่สอบเข้ายากที่สุดในไทย เด็กเก่งเท่านั้นที่รอดเปิดค่าก่อสร้างเสาไฟกินรีดอกไม้หายากที่พบได้แค่ในไทย เพียงประเทศเดียวเท่านั้นในโลกเปิดข้อมูลแม่น้ำยาวที่สุดในไทย หลายคนเดาผิด
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดสำคัญของไทย ที่มีประชากรอาศัยอยู่เบาบางมากที่สุดหญิง 20 ตาบอด หลังสวมคอนแทคเลนส์ตอนอาบน้ำ7 วิธีเลือกอาชีพให้ตอบโจทย์กับตนเองก้อนขนปริศนาบนบันได สู่การถูกรับเลี้ยงโดยแม่ฮูกป่าเจาะลึก "น้ำใส" ของผู้ชาย แค่จับมือก็เปียก ปกติไหม? เสี่ยงท้องหรือเปล่า?ทายทักโชคชะตาฉบับทาสแมว! สีขนบอกอะไร? มามุงกันเลย (เป็นความเชื่อส่วนบุคคล)
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เรื่องจริงของสุนัขลากเลื่อน ผู้กุมชะตาชีวิตของมนุษย์ ผู้อาศัยอยู่ในดินแดนแห่งนั้น10 สายรถเมล์ “เก่าแก่กลุ่มแรก” ของกทม.และปริมณฑลสายเรียน“มีโอกาสตกงานต่ำ” (ในภาพรวมปัจจุบัน)ดอกจันทร์ใต้ผลมังคุด มีความหมาย
ตั้งกระทู้ใหม่