5 อาชีพที่คนลาออกเยอะสุด เหนื่อยเกินเงินหรือใจไม่ไหว
ภาพของคำว่า "งานมั่นคง" ทุกวันนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว หลายคนเริ่มตั้งคำถามกับชีวิตตัวเองมากขึ้นว่างานที่ทำอยู่มันคุ้มจริงไหม ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน แต่รวมถึงเวลา สุขภาพ และความรู้สึกในแต่ละวันด้วย ช่วงหลังปี พ.ศ. 2563 ที่เกิดโควิด-19 พฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนชัด คนกล้าลาออกมากขึ้น กระแส "Great Resignation" ที่เกิดในอเมริกาปี 2564 ก็เริ่มมาเห็นภาพเดียวกันในไทย
กลุ่มแรกที่หนีไม่พ้นคือ พนักงานบริการ ไม่ว่าจะร้านอาหาร โรงแรม หรือค้าปลีก งานแบบนี้ต้องใช้ทั้งแรงและอารมณ์พร้อมกัน เจอลูกค้าแปลก ๆ ทุกวัน แต่ค่าแรงเฉลี่ยในไทยยังอยู่ราว 11,000-16,000 บาทต่อเดือน ในหลายพื้นที่ พอเจอระบบกะที่ไม่แน่นอน วันหยุดไม่ตรงคนอื่น หัวหน้ากดดัน ลูกค้ายากลำบาก มันก็เริ่มไม่คุ้มในระยะยาว
ที่ต้องเสริมคืออุตสาหกรรมโรงแรมและร้านอาหารหลังโควิดบูมกลับมาช่วงปี 2566-2567 แต่คนที่เคยออกไปแล้วไม่กลับ ทำให้เกิดภาวะ "ขาดแคลนแรงงานสายบริการ" ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 20 ปี สมาคมโรงแรมไทย (THA) เคยออกมาระบุว่าต้องการพนักงานเพิ่มอีกกว่า 100,000 ตำแหน่ง แต่หาคนไม่ได้ เพราะคนรุ่นใหม่ไม่เอาแล้วกับการทำงาน 6 วัน หยุดตามร้านกำหนด
พนักงานออฟฟิศ เองก็ไม่ได้สบายอย่างที่หลายคนคิด ตัวเลขจาก JobThai ช่วงปี 2565-2566 บอกชัดว่าคนเปลี่ยนงานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ย 1 คนเปลี่ยนงานทุก 1.5-2 ปี โดยเฉพาะสายเอกชนที่ต้องรับแรงกดดันจาก KPI งานล้นมือ และการประชุมที่ไม่จำเป็น เอาจริง ๆ นะ หลายคนไม่ได้ลาออกเพราะเงินน้อย แต่เพราะ "หมดแรงจะทน" กับระบบงานที่ไม่มีขอบเขตชัดเจน งานตามมาถึงไลน์ตอน 3 ทุ่มก็ต้องตอบ
ฝั่ง ครูและบุคลากรทางการศึกษา ก็เป็นอีกกลุ่มที่หลายคนมองข้าม งานสอนไม่ใช่ปัญหาหลัก แต่ภาระงานเอกสาร งานประเมิน และโครงการจากต้นสังกัดต่างหากที่กินพลัง ข้อมูลจาก สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผลสำรวจของ กสศ. เคยสะท้อนว่าครูไทยจำนวนมากใช้เวลากับงานที่ไม่ใช่การสอนเกินครึ่งของเวลาทำงาน บางคนต้องทำเอกสารประเมินวิทยฐานะหนาเป็นร้อยหน้า ทำไปนาน ๆ มันเลยกลายเป็นความเหนื่อยสะสม
ที่น่าตกใจกว่าคือ ปี 2566 มีรายงานว่าครูบรรจุใหม่ลาออกภายใน 5 ปีแรกมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมว่าเรื่องนี้สะท้อนว่าระบบการศึกษาไทยไม่ได้แค่ขาดครูเก่ง แต่กำลังไล่ครูเก่ง ๆ ออกไปด้วยภาระนอกห้องเรียน
สายสุขภาพอย่าง พยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ ก็หนักไม่แพ้กัน งานที่ต้องรับผิดชอบชีวิตคนจริง ๆ มันกดดันมาก โดยเฉพาะช่วงโควิดปี 2564-2565 มีรายงานจาก สภาการพยาบาล ว่าพยาบาลลาออกจากระบบราชการเฉลี่ยปีละกว่า 7,000 คน บางส่วนย้ายไปอยู่คลินิกเสริมความงามหรือโรงพยาบาลเอกชนที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าและภาระงานเบากว่า
อัตราส่วนพยาบาลต่อประชากรของไทยตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 1 ต่อ 400 คน ซึ่งต่ำกว่ามาตรฐานที่ WHO แนะนำว่าควรอยู่ที่ 1 ต่อ 180 คน คือแบบว่าคนไข้ในวอร์ดหนึ่งมีพยาบาลดูแลไม่พอ เวรหนึ่งต้องรับผิดชอบคนไข้ 15-20 คนก็มี ผมว่าอาชีพนี้ไม่ได้ขาดความสำคัญเลย แต่สิ่งที่ขาดคือสมดุลชีวิตและค่าตอบแทนที่สมเหตุสมผลกับความเสี่ยงมากกว่า
พนักงานโรงงานหรือสายการผลิต ปัญหาหลักคือความซ้ำและเวลางานยาว บางแห่งทำโอทีต่อเนื่องวันละ 3-4 ชั่วโมงแทบทุกวัน รายได้รวมโอทีอาจดูโอเคในตัวเลข 18,000-25,000 บาท แต่ต้องแลกกับสุขภาพและเวลาชีวิต ข้อมูลจาก กระทรวงแรงงาน ระบุว่าหลังโควิด คนวัยทำงานจำนวนมากเลือกผันตัวไปเป็น ไรเดอร์ส่งอาหาร หรือ ฟรีแลนซ์ เพราะรู้สึกว่าควบคุมเวลาตัวเองได้มากกว่า แม้รายได้จะไม่แน่นอนก็ตาม
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าคนออกเพราะขี้เกียจ แต่จริง ๆ หลายคนแค่ไม่อยากใช้ชีวิตแบบเดิมไปอีก 10-20 ปี พวกเขาได้ลองคำนวณแล้วว่าถ้าทำแบบนี้ต่อไป จะไม่มีทางซื้อบ้าน ไม่มีเวลาดูแลพ่อแม่ ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง และไม่มีอะไรเหลือเลยตอนอายุ 50
สิ่งที่เห็นชัดคือ คนยุคนี้ไม่ได้ยึดติดกับคำว่า "อดทนไว้ก่อน" เหมือนเมื่อก่อนแล้ว พวกเขากล้าถามตัวเองมากขึ้นว่าสิ่งที่ทำอยู่มันแลกอะไรไปบ้าง ผลสำรวจของ Deloitte Global Gen Z and Millennial Survey 2024 ระบุว่าคนรุ่นใหม่ไทยกว่า 40% พร้อมลาออกภายใน 2 ปีถ้าไม่พบความหมายในงาน ตัวเลขนี้สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกพอสมควร
ถ้าคำตอบมันหนักเกินไป การเดินออกมาก็กลายเป็นทางเลือกที่ไม่แปลก ต่างจากยุคพ่อแม่เราที่อยู่บริษัทเดียวจนเกษียณโดยไม่ถามตัวเองเลยว่ามีความสุขไหม คือแบบว่าคำถามในใจของคนยุคนี้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ "ฉันจะอยู่ที่นี่ได้อีกนานแค่ไหน" แต่เป็น "ฉันควรอยู่ที่นี่ต่อไหม"
สำหรับคุณล่ะ งานที่ทำอยู่ตอนนี้ยัง "คุ้ม" กับชีวิตอยู่ไหม หรือเริ่มมีบางอย่างที่มันไม่สมดุลแล้วแบบที่ใจรู้แต่ยังไม่ได้ยอมรับ แล้วถ้าวันหนึ่งคุณตัดสินใจเดินออกมา คุณจะบอกตัวเองในอีก 5 ปีข้างหน้าว่า "ดีใจที่ออกมาตอนนั้น" หรือ "เสียดายที่ไม่ออกเร็วกว่านี้" กันแน่?

อ้างอิง: https://www.jobthai.com
, https://www.obec.go.th
, https://www.moph.go.th
เปิด 5 จังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยและนักศึกษาจำนวนมาก จนกลายเป็น “เมืองมหาวิทยาลัย” ของไทย
GPT ลองวิเคราะห์เลขงวด 16 ต.ค. 69 คัด 3 ตัวหน้า–3 ตัวท้าย จากตัวเลขที่น่าจับตา
เปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม
ทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว
4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปี
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจน
ส่องด่วนก่อนเกลี้ยงแผง! รวมเลขเด็ดปฏิทินจีน งวด 16 ตุลาคม 2569 ตรงกับช่วงกินเจพอดี บุญหล่นทับรับโชคใหญ่
รู้หรือไม่? เมืองไทยมีถนนสวยราวกับภาพวาด 10 เส้นทางนี้ต้องไปให้ได้สักครั้ง
ส่องเลขธูป เจ๊ฟองเบียร์ งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569
หวยซองห้าหมื่น งวด 16 ตุลาคม 2569
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุด
เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
ข้าวเหนียวไทยไปไกลแค่ไหน? เปิดตลาดต่างประเทศที่นิยมข้าวเหนียวจากประเทศไทย
