หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 จังหวัดในไทยที่คนหนีออกมากที่สุด อยู่ต่อไม่ไหวจริงไหม?


เขียนโดย kitasan

ช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา ภาพของการ "ย้ายถิ่น" ในไทยเริ่มชัดขึ้นแบบรู้สึกได้จริง ไม่ใช่แค่ความรู้สึกส่วนตัว แต่มีข้อมูลจาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่สะท้อนตรงกันว่า คนวัยทำงานจำนวนมากกำลังเคลื่อนจากบางจังหวัดไปยังพื้นที่ที่มีโอกาสมากกว่า โดยเฉพาะช่วงหลังปี พ.ศ. 2563 ที่โครงสร้างงานเปลี่ยนเร็วขึ้นจากโควิดและเศรษฐกิจดิจิทัล

เอาจริง ๆ นะ หลายคนยังติดภาพว่า "ต้องอยู่บ้านเกิด" แต่ความจริงมันเปลี่ยนไปแล้ว คนเลือก "ที่อยู่แล้วโต" มากกว่า "ที่ผูกพัน" และนี่แหละคือจุดเริ่มของคำถามว่า จังหวัดไหนกันแน่ที่คนเริ่มย้ายออกเยอะผิดสังเกตในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ภาพแรกที่เซอร์ไพรส์คนพอสมควรคือ กรุงเทพมหานคร ที่หลายคนมองว่าเป็นปลายทางของชีวิต แต่กลับกลายเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีคน "ย้ายออกสุทธิ" ในบางช่วง โดยเฉพาะหลังปี 2564 ประชากรตามทะเบียนราษฎรของ กทม. ลดลงต่อเนื่องจาก 5.68 ล้านคนในปี 2561 เหลือประมาณ 5.48 ล้านคนในปี 2567 เพราะค่าครองชีพที่สูงขึ้น ค่าเช่าคอนโดเมืองชั้นในแตะหลัก 8,000-25,000 บาทต่อเดือน ขณะที่เงินเดือนบางสายงานแทบไม่ขยับตาม

คนกรุงเทพฯ จำนวนหนึ่งเลยถอยออกไปหาจังหวัดรอบนอกอย่าง นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ที่ค่าครองชีพต่ำกว่าและมีรถไฟฟ้าเชื่อมถึง คือแบบว่าไม่ได้หนีออกจากเมือง แต่หนีออกจาก "ใจกลางเมือง" มากกว่า

ฝั่งอุตสาหกรรมอย่าง ชลบุรี และ ระยอง ก็มีลักษณะเฉพาะตัว แม้จะอยู่ในโครงการ Eastern Economic Corridor (EEC) ที่มีการลงทุนหลายแสนล้านบาท แต่รูปแบบงานที่เน้นโรงงานและกะการทำงาน ทำให้แรงงานหมุนเวียนสูงมาก คนเข้าเยอะก็จริง แต่คนออกก็เยอะไม่แพ้กัน โดยเฉพาะคนที่รับแรงกดดันและค่าใช้จ่ายที่พุ่งตามการขยายตัวของเมืองไม่ไหว

เมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ต และ เชียงใหม่ ก็ไม่รอดจากภาพนี้เหมือนกัน หลังโควิดปี 2563 รายได้ท่องเที่ยวหายไปเกือบทั้งระบบ คนภูเก็ตหลายหมื่นคนต้องกลับต่างจังหวัด พอกลับมาบูมอีกทีปี 2566-2567 ค่าครองชีพก็พุ่งตาม ค่าเช่าบ้านในภูเก็ตบางโซนอย่างราไวย์ กะรน กะตะ เพิ่มขึ้น 30-80% ในเวลาไม่กี่ปี จากอิทธิพลนักท่องเที่ยวรัสเซียและดิจิทัลโนแมด คนทำงานรายได้กลาง ๆ เริ่มอยู่ยากขึ้นแบบรู้สึกได้

เชียงใหม่เองก็เจอประเด็น PM2.5 ที่พุ่งทะลุ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรทุกต้นปี จนคนวัยทำงานและครอบครัวที่มีลูกเล็กเริ่มตัดใจย้ายออกช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน บางคนย้ายถาวรไปอยู่ภาคกลางหรือภาคใต้แทนเลย

ถ้ามองหัวเมืองภูมิภาคอย่าง ขอนแก่น นครราชสีมา อุบลราชธานี และ บุรีรัมย์ จะเห็นอีกมุมหนึ่ง คือไม่ได้ "อยู่ไม่ได้" แต่เป็น "โตต่อยาก" มากกว่า โอกาสงานระดับรายได้สูงยังกระจุกแค่ไม่กี่บริษัท ทำให้คนรุ่นใหม่จบจาก ม.ขอนแก่น ม.มหาสารคาม ม.อุบลฯ จำนวนไม่น้อยเลือกเข้ากรุงเทพฯ หรือออกไปทำงานเกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ข้อมูลจาก กรมการจัดหางาน ปี 2566 ระบุว่าคนอีสานเป็นกลุ่มที่ไปทำงานต่างประเทศมากที่สุด คิดเป็น 60-65% ของแรงงานส่งออก

ส่วน สงขลา แม้จะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ มีทั้งหาดใหญ่และธุรกิจการค้าชายแดน แต่แรงงานสายเทคหรือสายเฉพาะทางยังต้องย้ายออกเพื่อหาค่าตอบแทนที่สูงขึ้น และสถานการณ์ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนอย่าง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ก็ยังเป็นเหตุผลที่คนในพื้นที่จำนวนมากตัดสินใจย้ายออกไปตั้งแต่ช่วงปี 2547 เป็นต้นมา

ที่หลายคนเข้าใจผิดคือ คำว่า "คนหนีออก" ฟังดูเหมือนแย่ แต่จริง ๆ แล้วมันคือ "การเคลื่อนตัวของโอกาส" มากกว่า ผมว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สัญญาณว่าจังหวัดนั้นล้มเหลว แต่เป็นสัญญาณว่าคนเริ่มคิดเป็น เลือกเป็น และกล้าตัดสินใจมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน ๆ ที่ต้องอยู่ที่เดิมทั้งชีวิตเพราะความคาดหวังของครอบครัว

อีกมุมหนึ่งที่ผมว่าน่าเป็นห่วงคือ จังหวัดที่คนย้ายออกเยอะส่วนใหญ่เหลือแต่ "ผู้สูงอายุ" ทำให้เข้าสู่ภาวะ สังคมสูงวัยสมบูรณ์ เร็วกว่าที่ควร ข้อมูลจากกรมกิจการผู้สูงอายุระบุว่าภาคเหนือและภาคอีสานมีสัดส่วนผู้สูงอายุเกิน 20% ของประชากรแล้ว ซึ่งกระทบทั้งเศรษฐกิจท้องถิ่นและระบบดูแลผู้สูงอายุในระยะยาว

คำถามสุดท้ายอาจไม่ใช่ว่า "จังหวัดไหนคนหนีออกเยอะที่สุด" แต่กลายเป็นว่า แต่ละพื้นที่จะทำยังไงให้คนรู้สึกว่า "อยู่แล้วมีอนาคต" มากพอจนไม่ต้องย้าย แล้วถ้าเป็นคุณตอนนี้ คุณจะเลือกอยู่บ้านเกิดรอโอกาส ย้ายเข้ากรุงเทพฯ ตามฝัน หรือบินออกไปหาชีวิตที่ดีกว่าในต่างประเทศเลยกันแน่?

แหล่งที่มา: สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (NESDC), สำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO)
อ้างอิง: https://www.nesdc.go.th
, https://www.nso.go.th
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kitasan's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 241 ครั้ง
เขียนโดย kitasan
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ถุงพลาสติกไม่ได้เริ่มจากขยะ เรื่องจริงของของใช้ใกล้ตัวที่ควรใช้ให้คุ้มつづく แปลว่าอะไร คำท้ายการ์ตูนญี่ปุ่นที่หลายคนเห็นมาตั้งแต่เด็กจ้างหมอลำหนึ่งงานต้องเตรียมงบเท่าไร เช็กก่อนตกลงคิว30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟนแม่น้ำที่ใสสะอาดและมีคุณภาพน้ำดีที่สุด ที่ไหลผ่านเขตแดนของประเทศไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยเผยความลับสติกเกอร์สีทองบนสบู่ Imperial Leather ภูมิปัญญาการดีไซน์ที่ใช้งานได้จริงของไม่เกิน 50 บาทในร้านสะดวกซื้อ เลือกแบบไหนถึงคุ้มจริงทำไมลิฟต์มักมีกระจก เหตุผลจริงไม่ได้มีไว้แค่ส่องหน้ามารู้จัก "หัวท้าวยายม่อม" พืชพื้นบ้านที่ซ่อนแหล่งแป้งชั้นดีของขนมไทย"เมฆยักษ์" ปกคลุมท้องฟ้านครนายก สวยแปลกตาจนคนแห่แชร์ ที่แท้คือ "เมฆอาร์คคัส"เปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ท่าเรือที่ทันสมัยที่สุด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ส่องสถานการณ์โลกปี 2026 “สงครามโลกครั้งที่ 3” จะเกิดขึ้นจริงๆ หรือเป็นแค่ความกลัวที่เกินจริง?ทําไม คน เกาหลี ถึง รัก สวย รัก งาม ทําไมคนเกาหลีถึงชอบศัลยกรรมให้หน้าตาดีกันเปิดเหตุผล ทำไมเรา "ไหว้ครู" ในเดือนมิถุนายนปลาทะเลที่หาได้ยากที่สุด ที่พบในทะเลไทย
ตั้งกระทู้ใหม่