ธงชาติเบลเยียมและเยอรมนีทำไมถึงคล้ายกัน?

เคยไหม ดูบอลโลกอยู่ดี ๆ แล้วเผลอเชียร์ผิดทีม เพราะเห็นธงแล้วคิดว่าเป็นชาติเดียวกัน
เอาจริง ๆ นะ เรื่องนี้ไม่ได้งงกันแค่เรา คนยุโรปเองก็ยังสับสน เพราะสองประเทศนี้ใช้สีเดียวกันแทบเป๊ะ ดำ แดง เหลือง หรือที่หลายคนเรียกว่าทอง
แต่พอลองดูให้ดี มันไม่ได้เหมือนกันเลย
ต่างกันตั้งแต่สิ่งพื้นฐานที่สุด คือ “ทิศทางของธง”

ธงเยอรมนีเป็นแถบแนวนอน เรียงจากบนลงล่าง ดำ แดง ทอง ส่วนเบลเยียมเป็นแถบแนวตั้ง เรียงจากซ้ายไปขวา ดำ เหลือง แดง และที่สำคัญ เบลเยียมไม่ได้แค่หมุนธงเยอรมนี 90 องศาเฉย ๆ แต่มีการสลับตำแหน่งสีแดงกับเหลืองด้วย

ที่หลายคนไม่เคยสังเกตคือ “สัดส่วนธง” ก็ไม่เหมือนกัน
เบลเยียมใช้สัดส่วน 13:15 ซึ่งเกือบเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส ถือว่าแปลกในโลกของธงชาติ ขณะที่เยอรมนีใช้สัดส่วนมาตรฐาน 3:5 แบบที่หลายประเทศใช้กัน
ผมว่าเหตุผลที่คนสับสน มันไม่ใช่เพราะดูไม่ออก
แต่เป็นเพราะสมองเราจำ “โทนสี” มากกว่ารายละเอียด พอเห็นดำ แดง เหลืองปุ๊บ ก็เหมารวมทันทีว่าใช่ ทั้งที่จริงมันคนละประเทศ คนละเรื่องเลย

พอไปดูที่มาของสี จะยิ่งเห็นว่ามันไม่เกี่ยวกันเลย
ฝั่งเยอรมนี สีดำ แดง ทอง มาจากกองทหารอาสา Lützow Free Corps ในช่วงปี 1813 ตอนสงครามต่อต้านนโปเลียน เครื่องแบบของพวกเขาคือเสื้อสีดำ ขลิบแดง และกระดุมสีทอง ซึ่งต่อมากลายเป็นสัญลักษณ์ของการรวมชาติ
แล้วในปี 1832 ที่งาน Hambach Festival กลุ่มเรียกร้องประชาธิปไตยก็หยิบสีนี้ขึ้นมาใช้เป็นสัญลักษณ์อย่างชัดเจน ก่อนจะถูกประกาศใช้เป็นธงชาติครั้งแรกในปี 1919 สมัยสาธารณรัฐไวมาร์ และกลับมาใช้อีกครั้งในปี 1949 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2
ผมว่าประวัติของธงเยอรมนีมันมีน้ำหนักตรงนี้แหละ
มันไม่ใช่แค่สีสวย แต่มันผ่านทั้งการถูกยกเลิก ถูกกดทับ แล้วก็กลับมาอีกครั้ง เหมือนเป็นตัวแทนของการยืนยันตัวตนของชาติ
ส่วนเบลเยียม คนละเส้นทางเลย
สีดำ เหลือง แดง มาจากตราอาร์มของ Duchy of Brabant ซึ่งเป็นสิงโตสีทองบนพื้นสีดำ มีลิ้นและเล็บสีแดง แล้วถูกนำมาใช้ในช่วงการปฏิวัติเบลเยียม ปี 1830 ตอนประกาศเอกราชจากเนเธอร์แลนด์

ช่วงแรกธงเบลเยียมก็เป็นแนวนอน คล้ายธงเนเธอร์แลนด์ด้วยซ้ำ แต่ต่อมาถูกเปลี่ยนเป็นแนวตั้ง เพื่อแสดงจุดยืนให้ชัดว่า “เราไม่ใช่ประเทศเดิมแล้ว” และยังได้รับอิทธิพลจากธงฝรั่งเศสที่เป็นต้นแบบของแนวตั้งในยุคนั้น
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าสองประเทศนี้ลอกกัน
แต่จริง ๆ แล้วเบลเยียมเริ่มใช้ธงนี้ตั้งแต่ปี 1831 ขณะที่เยอรมนีเพิ่งใช้แบบเป็นทางการในปี 1919 ห่างกันเกือบ 90 ปี
ถ้ามองแบบผิวเผิน สีมันเหมือนกันจริง
แต่ถ้ามองลึกลงไป มันคือเรื่องคนละบท คนละประวัติศาสตร์เลย
เอาจริง ๆ นะ เรื่องแบบนี้ไม่ได้เกิดแค่คู่นี้
ธงชาดกับโรมาเนียก็เหมือนกันจนต้องคุยกันในระดับ UN หรือโมนาโกกับอินโดนีเซียที่ใช้แดงขาวเหมือนกัน ต่างแค่สัดส่วน
มันเลยไม่แปลกเลยที่ธงเบลเยียมกับเยอรมนีจะถูกสลับในงานระดับโลกอยู่เรื่อย ๆ ทั้งโอลิมปิกหรือฟุตบอล
สุดท้ายแล้ว ธงชาติไม่ใช่แค่ผ้าสามสี
แต่มันคือเรื่องเล่าที่ถูกย่อไว้ในผืนเดียว
แล้วคุณล่ะ เคยมีประเทศไหนที่คุณเคยคิดว่า “ก็เหมือน ๆ กัน”
แต่พอรู้เบื้องหลังแล้ว กลับมองไม่เหมือนเดิมอีกเลยไหม?
อ้างอิง:
https://www.britannica.com/topic/flag-of-Germany
https://www.britannica.com/topic/flag-of-Belgium
https://www.bundesregierung.de
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
ตู้โทรศัพท์สาธารณะไทยเหลือกี่ตู้ เปิดข้อมูลล่าสุด กับตัวเลขที่ยังไม่มีคำตอบ
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
แมวเฮอร์มิเทจทำงานอะไรในพิพิธภัณฑ์ศิลปะรัสเซีย
ฮ่องเต้จีนทำไมต้องมี สายลูกปัดบังหน้า เหตุผลแท้จริงไม่ใช่แค่ความสวยงาม
ทำไมรัสเซียจึงมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
เหมืองมีร์นี หลุมเพชรยักษ์และตำนานลมดูด
Metro-2 ใต้กรุงมอสโกมีหลักฐานแค่ไหน
5 เมนูอาหารไทยโบราณที่หาทานยาก ชื่อคุ้นหู แต่คนรุ่นใหม่อาจไม่เคยชิม
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
เปิดคาเฟ่ กาแฟแก้วละหลักร้อย ทำไมแพงกว่ากาแฟแบรนด์ดัง?
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 1/10/69
ตู้โทรศัพท์สาธารณะไทยเหลือกี่ตู้ เปิดข้อมูลล่าสุด กับตัวเลขที่ยังไม่มีคำตอบ
Metro-2 ใต้กรุงมอสโกมีหลักฐานแค่ไหน
ทำไมฐานทัพสหรัฐฯ ถึงให้แพะ 471 ตัวช่วยรับมือไฟป่า
กระเป๋าเป้ไม่ได้เกิดมาเพื่อไปโรงเรียน — มันผ่านทั้งมนุษย์น้ำแข็ง ทหาร และนักปีนเขากว่าจะมาเป็นแบบที่เราใช้ทุกวัน
เปิดคาเฟ่ กาแฟแก้วละหลักร้อย ทำไมแพงกว่ากาแฟแบรนด์ดัง?


