หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ลอดช่องสิงคโปร์ ตำนานขนมหวานไทยใจกลางเยาวราช ที่ไม่ได้ข้ามทะเลมาจากสิงคโปร์


เขียนโดย davin

        อากาศร้อนระอุแบบเมืองไทย คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการได้ทานขนมหวานเย็นๆ ชื่นใจอย่าง "ลอดช่องสิงคโปร์" เส้นสีเขียวมรกตเหนียวหนึบในน้ำกะทิหอมหวาน แต่รู้หรือไม่ว่าหากคุณบินไปถึงประเทศสิงคโปร์เพื่อตามหาเมนูนี้ คุณอาจจะต้องพบกับความผิดหวัง เพราะคนสิงคโปร์ไม่รู้จักลอดช่องสิงคโปร์แบบที่เราทานกันเลยแม้แต่น้อย แท้จริงแล้วขนมชื่อดังนี้มีต้นกำเนิดอยู่ใจกลางกรุงเทพมหานครนี่เอง

เมื่อทำเลที่ตั้งกลายเป็นเครื่องหมายการค้า

        หลายคนเข้าใจผิดว่าลอดช่องสิงคโปร์เป็นขนมนำเข้า แต่ความจริงแล้วมันคือขนมไทยแท้ 100% ที่เกิดจากภูมิปัญญาของร้าน "สิงคโปร์โภชนา" ย่านเยาวราช เมื่อประมาณ 60-70 ปีก่อน ในยุคนั้นร้านตั้งอยู่บริเวณหน้า "โรงภาพยนตร์สิงคโปร์" (หรือโรงหนังเฉลิมบุรีในเวลาต่อมา) ซึ่งเป็นย่านความบันเทิงระดับแนวหน้า ผู้คนที่มาดูหนังมักจะนัดกันไปกินลอดช่องที่หน้าโรงหนังบ่อยๆ จนกลายเป็นคำพูดติดปากว่า "ไปกินลอดช่องสิงคโปร์" (หมายถึงลอดช่องที่หน้าโรงหนังชื่อสิงคโปร์) จนในที่สุดชื่อนี้ก็กลายเป็นชื่อเรียกสากลของลอดช่องชนิดนี้ไปโดยปริยาย

ความลับคือแป้งมันสำปะหลัง

        สิ่งที่ทำให้ลอดช่องสิงคโปร์แตกต่างจากลอดช่องไทยดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิงคือ "เส้น"

        ลอดช่องไทย ทำจากแป้งข้าวเจ้าผสมน้ำปูนใส เส้นจะมีลักษณะนิ่ม ละลายในปาก และไม่ยืดหยุ่น

        ลอดช่องสิงคโปร์ ใช้ แป้งมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบท้องถิ่นของไทยมาเป็นส่วนประกอบหลัก ทำให้เส้นมีความเหนียวหนึบ เคี้ยวสนุก มีลักษณะใสแวววาวเหมือนแก้ว และมีความยืดหยุ่นสูง นี่คือจุดเด่นที่ทำให้ขนมชนิดนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและกลายเป็นที่นิยมอย่างรวดเร็ว

แล้วที่สิงคโปร์มีลอดช่องไหม?

        ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซีย มีขนมหวานที่ดูคล้ายๆ กัน ชื่อว่า "เชนดอล" (Cendol) แต่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน คือ เชนดอลทำจากแป้งถั่วเขียวหรือแป้งข้าวเจ้า เส้นจะป้อม สั้น และมีสีเขียวขุ่น ไม่เหนียวหนึบเท่าของไทย ใช้น้ำราดเป็นน้ำตาลมะพร้าวเคี่ยวเข้มข้น (Gula Melaka) รสชาติจะออกหวานเข้มและมีกลิ่นคาราเมล โดยเชนดอลมักใส่ถั่วแดงเคี่ยวเป็นทอปปิ้ง ขณะที่ลอดช่องสิงคโปร์ของไทยมักใส่ขนุนสดเพื่อเพิ่มความหอมหวาน

 

นับได้ว่า "ลอดช่องสิงคโปร์" เป็นความลงตัวทางวัฒนธรรมและนวัตกรรมอาหารของคนไทยเชื้อสายจีนในย่านเยาวราช แม้ชื่อจะชวนให้เข้าใจผิดว่ามาจากต่างแดน แต่แท้จริงแล้วมันคือสิ่งที่บันทึกประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ในยุคทอง ที่สะท้อนถึงวิถีชีวิต ความบันเทิง และภูมิปัญญาการหยิบจับวัตถุดิบท้องถิ่นมาสร้างสรรค์เป็นเมนูระดับตำนานที่ยังคงครองใจคนไทยมาจนถึงทุกวันนี้

เนื้อหาโดย: davin
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
davin's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 101 ครั้ง
เขียนโดย davin
นักเขียนอิสระเน้นวิเคราะห์ความเชื่อ วัฒนธรรม คติชนวิทยา จิตวิทยา ประวัติศาสตร์ เกร็ดความรู้ และสิ่งที่สนใจส่วนตัว เน้นเข้าใจง่าย ทันต่อสถานการณ์
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: kyogisa, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, projor007, famai, goldfish13, Freya Rune, davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใช้ปลั๊กไฟมาทั้งชีวิต เพิ่งรู้ ว่ารูเล็กๆ บนขา มีไว้ทำแบบนี้นี่เองจังหวัดไหนมีเส้นทางธรรมชาติขับรถสวยที่สุดโรงเรียนเอกชนชื่อดังและเก่าแก่ที่ปิดกิจการไปแล้ว5 (ต่าง)จังหวัด ที่สอบติดหมอมากที่สุดในประเทศไทยเปิดรายชื่อโรงเรียนวัดชื่อดัง คุณภาพเด่นไม่แพ้เอกชนรวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/5/69มหาวิทยาลัยรัฐที่คนสมัครเยอะ ทำไมเด็กไทยยังเลือกกลุ่มนี้ก่อน5 มหาลัยเอกชนที่เด็กไทยนิยมเรียนที่สุด7 เส้นทางรถไฟวิวสวยระดับโลก ที่ควรนั่งสักครั้งในชีวิตเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่ยาวที่สุดในโลก” อยู่ที่ประเทศไทยเลขเด็ดเพชรกล้า เด็กชายนำโชค งวด 16 พฤษภาคม 2569 รวมเลขเด่นที่ถูกพูดถึง"Tupai King" ราชาของทุเรียนที่มีรสชาติเอร็ดอร่อย และหาทานได้ยากที่สุดชนิดหนึ่ง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ราชภัฏอีสานที่มีนักศึกษาเยอะ3อันดับชนเผ่าที่แทบไม่อาบน้ำ แต่ยังสะอาดในแบบของตัวเอง7 เส้นทางรถไฟวิวสวยระดับโลก ที่ควรนั่งสักครั้งในชีวิต
ทำไมต้องเรียก "ไก่ทอดว่า"ว่า.."บัฟฟาโลวิงส์" (Buffalo Wings)สุนทรียภาพแห่งการชงชา: ความแตกต่างที่งดงามระหว่าง "ซะโด" และ "กังฟูฉา"จากน้ำหวานสีแดงขวัญใจมหาชนสู่ "นมเย็น" เครื่องดื่มสีชมพูพาสเทลที่เติมความหวานให้คนไทยทุกยุคสมัย"เกยย้งก๊กเซียงบี๊" จากเมนูทรงโปรดในราชสำนักสู่ตำนานอาหารถิ่นเมืองระนองที่เกือบสาบสูญ
ตั้งกระทู้ใหม่