เพื่อนๆรู้หรือไม่ว่าคำว่า “ดวงไม่ถึงฆาต” ที่มาของสำนวนไทย มีที่มาจากวัฒนธรรมของอินเดีย
ในภาษาพูดของคนไทย มีอยู่หลายสำนวนที่เราใช้กันจนคุ้นปากโดยแทบไม่ทันคิดว่าแท้จริงแล้วถ้อยคำเหล่านั้นมีรากมาจากไหน หนึ่งในนั้นคือคำว่า “ดวงไม่ถึงฆาต” สำนวนที่มักใช้เมื่อใครสักคนรอดพ้นจากอุบัติเหตุร้ายแรงหรือเหตุการณ์เฉียดตายมาได้อย่างหวุดหวิด ฟังเผินๆ มันเหมือนเป็นเพียงคำปลอบใจสั้นๆ ว่าเคราะห์ยังไม่ถึงขั้น แต่หากลองแยกดูให้ลึกลงไป สำนวนนี้กลับเชื่อมโยงทั้งความเชื่อเรื่องดวงชะตาในสังคมไทย และภาพจำเกี่ยวกับความตายในวัฒนธรรมอินเดียไว้อย่างน่าสนใจ
คำสำคัญของสำนวนนี้อยู่ที่คำว่า “ฆาต” ซึ่งในภาษาไทยมีความหมายเกี่ยวข้องกับการฆ่า การทำลาย หรือการถึงคราวตาย และคำว่า “ถึงฆาต” ก็ใช้ในความหมายว่า ถึงที่ตาย หรือถึงคราวเสียชีวิตมาแต่เดิมอยู่แล้วในภาษาไทยเอง จึงไม่น่าแปลกที่เมื่อเติมคำว่า “ดวงไม่” เข้าไปข้างหน้า ความหมายทั้งหมดจะกลายเป็นการบอกว่า ชะตาชีวิตยังไม่ถึงจุดจบ ยังไม่ถึงคราวที่ต้องดับสูญลงในเหตุการณ์นั้น
อย่างไรก็ตาม อีกด้านหนึ่งของเรื่องเล่าที่ได้รับความนิยมมาก คือการโยงคำว่า “ฆาต” เข้ากับคำว่า ghat ของอินเดีย ซึ่งหมายถึงบันไดหรือท่าน้ำริมแม่น้ำ โดยเฉพาะริมแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์อย่างแม่น้ำคงคา ที่เมืองพาราณสีมี ghats อยู่จำนวนมาก ทั้งสำหรับอาบน้ำ ทำพิธีกรรม และในบางแห่งก็ใช้เป็นสถานที่เผาศพด้วย ภาพของขั้นบันไดที่ทอดลงสู่แม่น้ำและกลุ่มควันจากพิธีฌาปนกิจกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของเมืองนี้ในสายตาคนนอกวัฒนธรรมอินเดีย
เพราะเหตุนี้ จึงมีคำอธิบายเชิงวัฒนธรรมที่เล่าต่อกันว่า เมื่อคนไทยรับรู้ภาพของ “ghat” ในฐานะท่าเผาศพริมคงคา จึงนำมาเชื่อมกับคำว่า “ถึงฆาต” จนเกิดภาพเปรียบเปรยว่า หากใครยังรอดมาได้ ก็แปลว่า “ดวงยังไม่ถึงฆาต” หรือยังไม่ถึงสถานที่แห่งความตายนั่นเอง เรื่องเล่าแบบนี้ฟังแล้วเห็นภาพชัด และเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนจดจำสำนวนนี้ได้ง่าย แต่ในเชิงภาษาศาสตร์ตรงตัว ยังควรถือว่าเป็นคำอธิบายที่นิยมเล่าต่อกัน มากกว่าจะสรุปเป็นข้อยุติเด็ดขาด
ในอีกมุมหนึ่ง สำนวนนี้ยังสอดคล้องอย่างมากกับโลกของโหราศาสตร์ไทย ซึ่งมองชีวิตมนุษย์ผ่านจังหวะขึ้นลงของดวงชะตา คำว่า “ฆาต” ในบริบทนี้มักสื่อถึงเคราะห์แรง จุดอันตราย หรือช่วงเวลาที่ชะตาตกต่ำถึงขีดสุดจนเข้าใกล้ความสูญเสียครั้งใหญ่ ดังนั้นเมื่อคนโบราณพูดว่า “ถึงฆาต” ก็ย่อมหมายถึงการก้าวเข้าสู่จุดคับขันของชีวิต ส่วนคำว่า “ดวงไม่ถึงฆาต” จึงหมายถึงการที่ชะตายังไม่ขาด แม้จะผ่านเหตุหนักเพียงใดก็ตาม ความหมายในชั้นนี้ทำให้สำนวนดังกล่าวแนบแน่นอยู่กับวิธีคิดแบบไทยที่มองเหตุร้ายไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญ แต่เป็นเรื่องของเคราะห์กรรม จังหวะเวลา และบุญวาสนาที่ค้ำชูชีวิตเอาไว้
เสน่ห์ของสำนวนนี้จึงอยู่ตรงที่มันทำงานได้พร้อมกันสองระดับ ระดับแรกคือภาพที่จับต้องได้ เป็นภาพของสถานที่ปลายทางของชีวิต ไม่ว่าจะจินตนาการเป็นท่าเผาศพริมแม่น้ำคงคาตามคำอธิบายแบบอินเดีย หรือเป็น “ที่ตาย” ตามความหมายภาษาไทยดั้งเดิม ระดับที่สองคือความหมายเชิงนามธรรม ซึ่งสะท้อนความคิดเรื่องดวงชะตา ว่าชีวิตของคนเราอาจมีห้วงอันตรายที่เฉียดเข้าใกล้ความดับสูญ แต่ยังไม่ถึงเวลาสิ้นสุดจริง
ท้ายที่สุด “ดวงไม่ถึงฆาต” จึงเป็นมากกว่าสำนวนปลอบใจหลังเหตุการณ์ร้ายแรง เพราะมันเผยให้เห็นวิธีที่ภาษาไทยเก็บสะสมทั้งความเชื่อ เรื่องเล่า และอิทธิพลข้ามวัฒนธรรมไว้ในคำสั้นๆ เพียงไม่กี่พยางค์ ทุกครั้งที่เราเอ่ยคำนี้ เราไม่ได้เพียงบอกว่ารอดตายมาได้ แต่ยังสะท้อนมุมมองเก่าแก่ของมนุษย์ต่อชีวิต ความตาย และเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างโชคร้ายกับโชคดีอีกด้วย
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทย
ทำไม ม.รามฯ ถูกเรียกว่าเข้าง่ายแต่ออกยาก ตำนานตลาดวิชาที่ต้องใช้วินัยสูง
ทำไมเราถึงใจดีกับคนนอกบ้าน แต่เอาอารมณ์ร้ายไปลงกับคนในครอบครัว
"มนต์สิทธิ์" เปิดแนวทางเลขเด็ด งวด 16 มิ.ย. 69 เลขเบิ้ลถูกจับตา
ทำไม Toyota Hilux ถึงเป็นรถขวัญใจในลาว และรุ่นไหนนิยมตามมา
จงอางสีทองที่ใหญ่ที่สุด
เงินเดือน 35,000 ซื้อบ้านหรือเช่าต่อดี? เช็กตัวเลขก่อนเป็นหนี้ยาว
สิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/6/69
3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย
พบแก๊งแรนซัมแวร์เริ่มใช้บริการอันธพาลข่มขู่ทำร้ายผู้ที่ไม่จ่ายเงินค่าไถ่ข้อมูล
5 คณะสุดแกร่ง เรียนจบแล้วตลาดแย่งตัว
Android 17 จะมีการเพิ่มฟีเจอร์สนับสนุนคอนเทนต์ครีเอเตอร์มากยิ่งขึ้น
เส้นทางนักเขียน: จากความหลงใหลสู่บทความบน Postjung


