หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Challenger Deep พื้นที่ๆหลายคนบอกว่าเป็นสถานที่ๆมีความลึกและยังลึกลับที่สุดในโลก


เขียนโดย dukedicknarak

        หากเอ่ยถึงความเป็น “ที่สุด” ของโลก คนจำนวนมากมักนึกถึงยอดเขาเอเวอเรสต์ ทะเลทรายอันแห้งแล้ง หรือขั้วโลกที่หนาวเย็น แต่ในอีกด้านหนึ่งของโลก ยังมีสถานที่ซึ่ง “ต่ำ” และ “ลึก” จนเกือบเกินจินตนาการของมนุษย์ นั่นคือ Challenger Deep แอ่งลึกที่อยู่บริเวณตอนใต้ของ ร่องลึกมาเรียนา ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก ใกล้หมู่เกาะมาเรียนา และยังคงได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็น จุดที่ลึกที่สุดที่ทราบของมหาสมุทรโลก

        และชื่อ Challenger Deep มีที่มาจากเรือสำรวจ HMS Challenger ซึ่งเข้ามาหยั่งความลึกบริเวณนี้ตั้งแต่ปี 1875 เปิดทางให้มนุษย์เริ่มรู้ว่าใต้ผืนน้ำอันกว้างใหญ่ของโลก ยังมีดินแดนที่ลึกลงไปมากกว่าที่เคยคาดคิดไว้มาก และแม้เทคโนโลยีการสำรวจสมัยใหม่จะพัฒนาไปไกล ค่าความลึกที่รายงานก็ยังมีความคลาดเคลื่อนกันเล็กน้อยตามวิธีวัดและตำแหน่งย่อยที่สำรวจ แต่โดยทั่วไปแหล่งข้อมูลวิทยาศาสตร์และหน่วยงานชั้นนำยังอ้างตรงกันว่า Challenger Deep ลึกประมาณ 10,900–10,935 เมตร หรือราว 35,800–35,900 ฟุต ใต้ระดับน้ำทะเล

        ความลึกระดับนี้ยากจะนึกภาพออก จนมีการเปรียบเทียบว่า ต่อให้ยกยอดเขาเอเวอเรสต์ทั้งลูกไปวางลงที่ก้น Challenger Deep ยอดเขาก็ยังไม่พ้นผิวน้ำอยู่ดี เหนือก้นสมุทรแห่งนี้ขึ้นไปเป็นมวลน้ำมหาศาลสูงเกือบเจ็ดไมล์ ความมืดเริ่มกลืนแสงอาทิตย์หายไปตั้งแต่ความลึกเพียงไม่กี่ร้อยเมตร และเมื่อดำดิ่งลงลึกถึงระดับฮาดาล ซึ่งเป็นเขตลึกที่สุดของมหาสมุทร โลกเบื้องล่างก็กลายเป็นอาณาจักรของความมืดถาวร ความเงียบ และความหนาวเย็นใกล้จุดเยือกแข็ง

        อุณหภูมิของน้ำบริเวณลึกสุดนี้โดยทั่วไปอยู่เพียง สูงกว่าจุดเยือกแข็งเล็กน้อย หรือประมาณ 1–4 องศาเซลเซียส เท่านั้น น้ำทะเลในความลึกเช่นนี้ไม่จับตัวเป็นน้ำแข็งเพราะมีความเค็มและอยู่ภายใต้แรงกดดันมหาศาล สภาพแวดล้อมจึงทั้งเย็นจัด มืดสนิท และเกือบไม่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

        แต่สิ่งที่ทำให้ Challenger Deep กลายเป็นหนึ่งในสถานที่อันโหดร้ายที่สุดบนโลก ไม่ใช่ความหนาวหรือความมืด หากคือ แรงดันน้ำ ที่มหาศาลจนเกินสามัญสำนึกของมนุษย์ NOAA อธิบายว่าแรงดันจะเพิ่มขึ้นตามความลึกอย่างต่อเนื่อง และที่ก้นร่องลึกมาเรียนานั้น ความดันสูงกว่าที่ผิวโลกมากกว่าพันเท่า นักวิทยาศาสตร์บางแหล่งอธิบายเป็นภาพให้เข้าใจง่ายว่า เป็นสภาวะการกดทับรุนแรงจนเทียบได้กับการแบกรับน้ำหนักมหาศาลไว้เหนือศีรษะตลอดเวลา

        ถึงอย่างนั้น Challenger Deep ไม่ได้เป็นเพียงหลุมลึกจุดเดียวโดด ๆ บนพื้นมหาสมุทร งานอ้างอิงสมัยใหม่อธิบายว่าบริเวณนี้เป็น ชุดของแอ่งก้นสมุทรหลายแอ่ง หรือหลายบาซินที่เรียงตัวอยู่ภายในส่วนลึกที่สุดของร่องลึกมาเรียนา นั่นหมายความว่า “จุดลึกที่สุด” ที่คนพูดถึงกันนั้น แท้จริงแล้วอยู่ในภูมิประเทศใต้น้ำที่ซับซ้อนกว่าภาพจำแบบก้นหลุมกลมธรรมดา

        ร่องลึกมาเรียนาเองเกิดขึ้นจากกระบวนการธรณีแปรสัณฐาน เมื่อแผ่นเปลือกโลกแผ่นหนึ่งมุดตัวลงใต้แผ่นอีกแผ่นหนึ่ง กระบวนการนี้ค่อย ๆ สร้างร่องยาวแคบขนาดมหึมาบนพื้นมหาสมุทร และ Challenger Deep ก็คือส่วนที่ลึกสุดของระบบดังกล่าว จึงไม่ใช่เพียงสถานที่ทางภูมิศาสตร์ แต่ยังเป็นหลักฐานมีชีวิตของพลังงานมหาศาลจากการเคลื่อนตัวของโลกทั้งใบ

        แม้สภาพแวดล้อมจะสุดขั้วเพียงใด นักวิทยาศาสตร์ก็พบว่าโลกเบื้องล่างนี้ไม่ได้ไร้ชีวิตโดยสิ้นเชิง WHOI ระบุว่าร่องลึกทะเลลึกเป็นบริเวณที่ไม่มีแสงสำหรับการสังเคราะห์ด้วยแสง อุณหภูมิคงที่ใกล้จุดเยือกแข็ง และมีแรงดันสูงยิ่งยวด แต่ก็ยังมีสิ่งมีชีวิตบางชนิดที่วิวัฒน์ให้ทนต่อสภาพเหล่านี้ได้ ความเข้าใจเรื่องชีวิตในเขตลึกพิเศษจึงเปลี่ยนจาก “น่าจะว่างเปล่า” มาเป็น “ยังมีระบบนิเวศที่เรารู้จักไม่มากพอ”

        ด้วยเหตุนี้ Challenger Deep จึงเป็นทั้งจุดหมายของนักสมุทรศาสตร์ นักชีววิทยาทะเล และวิศวกรใต้น้ำ เพราะการลงไปถึงที่นั่นไม่ใช่เรื่องของการ “ดำน้ำลึก” ธรรมดา แต่คือการพาเทคโนโลยีไปทดสอบกับขีดจำกัดของวัสดุ พลังงาน การสื่อสาร และการเอาตัวรอดในสภาพแวดล้อมสุดขั้วที่สุดแห่งหนึ่งบนโลก การสำรวจแต่ละครั้งจึงไม่ได้ให้แค่ตัวเลขความลึกที่แม่นขึ้นเท่านั้น แต่ยังเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นสมุทร การไหลเวียนของน้ำลึก อุณหภูมิ และความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตในเขตฮาดาลด้วย

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedicknarak's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 107 ครั้ง
เขียนโดย dukedicknarak
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูกบริษัทผลิตรถไถสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักมากที่สุดผลหวยงวด 16 เมษายน 2569 ออกแล้ว ตรวจครบทุกเลขที่นี่โรงเรียน"ลอยน้ำ"แห่งเดียวในประเทศไทยพื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทยกินแล้วอย่าทิ้งเมล็ด! 5 ผลไม้ "ปลูกต่อได้" ในกระถาง เปลี่ยนระเบียงบ้านให้เป็นสวนผลไม้จิ๋ว 🌳🍋จังหวัดไหนของไทย กำลังถูกมองว่าเป็นอนาคตความเจริญรุ่งเรืองของไทย"เมือง"ที่อากาศเย็นกำลังดีตลอดทั้งปีเมืองธรรมชาติสวยที่สุดในไทย วิวหลักล้านที่ต้องไปสัมผัสสักครั้งในชีวิตจังหวัดจับปลาหมึกได้มากที่สุด 5 อันดับแรกของประเทศไทยสภาพ “เอริญ” วง ENO เขมร เงียบเหงาช่วงสงกรานต์ หลังไร้งาน ไม่มีคอนเสิร์ตสถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 ต้นไม้ปลูกหน้าบ้าน ให้ร่มเงาเย็นสบายตลอดปีขนมไหว้พระจันทร์จิ้งหรีด เทรนด์อาหารโปรตีนสูงจากซานตง ดีจริงหรือแค่แปลก?รัฐสภาอังกฤษลงมติเนรเทศ สมเด็จพระราชินีนาถคามิลลาแล้ว!!สยามรับวัฒนธรรมตะวันตก ช้อน ส้อม มีด สู่ภาพลักษณ์ชนชั้นสูง5 จังหวัด เมืองเกษียณ ที่คนวัย 30+ แห่ไปจองที่ดิน ค่าครองชีพถูกกินอาหารด้วยมือ ข้อดีของการใช้มือกินข้าว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ทึ่งทั่วโลก
ทึ่งทั่วโลก กำแพงหิมะ Snow Wall (Yuki-no-Otani) แห่งประเทศญี่ปุ่นเศษซากซูเปอร์โนวา 'N63A' อย่างกับ 'แพ็คแมน ลอยอยู่ในอวกาศหมู่บ้านชนบทวิวแสนสวยในอันฮุย ผสานบ้านสไตล์ฮุย ทุ่งดอกผักกาดห่มหมอก ในประเทศจีนสวยมากๆเลยเน่อนี่คือห้องพักที่สูงที่สุดในจีน J Hotel Shanghai Tower
ตั้งกระทู้ใหม่