พืชพรรณไม้น่าสนใจ : "ยอ" สมุนไพรกลิ่นแรง แต่มีสรรพคุณดีๆแฝงเอาไว้เพียบ !!
เขียนโดย dukedick
ยอ หรือที่รู้จักในชื่อสากลว่า Noni และมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Morinda citrifolia เป็นพืชพื้นบ้านที่อยู่คู่กับวิถีชีวิตของคนไทยมาอย่างยาวนาน ทั้งในฐานะวัตถุดิบอาหารและสมุนไพรประจำบ้าน แม้ผลสุกของมันจะมีกลิ่นแรงจนหลายคนจดจำได้ไม่ลืม แต่เบื้องหลังกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์นั้นกลับซ่อนคุณประโยชน์ไว้อย่างน่าทึ่ง จนได้รับการยกย่องว่าเป็นพืชสมุนไพรสารพัดประโยชน์ชนิดหนึ่งของภูมิปัญญาไทย
ต้นยอจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก ลักษณะเด่นคือกิ่งก้านมักเป็นเหลี่ยม ใบมีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้ม ผิวใบมันเป็นเงา ดูสดชื่นสะดุดตา ส่วนผลมีรูปทรงรีและมีลักษณะเป็นตาเล็ก ๆ กระจายอยู่รอบผล เมื่อยังอ่อนจะมีสีเขียวเข้ม แต่เมื่อสุกเต็มที่จะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีขาวนวล เนื้อผลนิ่มลงและส่งกลิ่นแรงเฉพาะตัว ซึ่งแม้บางคนอาจรู้สึกว่าเป็นกลิ่นที่ท้าทาย แต่สำหรับผู้รู้คุณค่าแล้ว นี่คือสัญญาณของสมุนไพรที่เปี่ยมสรรพคุณ
จุดเด่นของยออยู่ที่แทบทุกส่วนของต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทางยาได้ โดยเฉพาะ ผลยอ ซึ่งถือเป็นส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดตามตำรับพื้นบ้าน เชื่อกันว่าช่วยบรรเทาอาการอาเจียนและคลื่นไส้ ช่วยขับลมในกระเพาะและลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีการนำมาสกัดเป็นน้ำลูกยอสำหรับดื่ม โดยมีความเชื่อว่าสามารถช่วยปรับระดับความดันโลหิตและช่วยให้นอนหลับสบายขึ้นด้วย
ไม่เพียงแต่ผลเท่านั้น ใบยอ ก็ยังมีประโยชน์ไม่น้อย ในตำรายาพื้นบ้านนิยมนำมาใช้แก้ไข้ แก้ท้องร่วง หรือแม้แต่นำใบสดมาตำแล้วใช้สระผมเพื่อช่วยกำจัดเหา ส่วน รากยอ มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับเลือดสตรี และบรรเทาอาการปวดข้อ ขณะที่ เมล็ดยอ มีกรดลิโนเลอิกในปริมาณสูง จึงสามารถนำไปสกัดเป็นน้ำมันใช้ทาผิว เพื่อลดการอักเสบและช่วยลดการเกิดสิวได้อีกทางหนึ่ง
ในด้านอาหาร ยอเป็นพืชที่คนไทยรู้จักนำมาใช้ได้อย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะ ใบอ่อน ที่นิยมนำไปทำห่อหมก เพราะช่วยลดกลิ่นคาวของปลาได้ดี นอกจากนี้ยังใส่ในแกงอ่อม หรือรับประทานเป็นผักเคียงกับน้ำพริกได้อย่างเข้ากัน ส่วน ผลห่าม ก็สามารถนำมาปรุงเป็นส้มตำลูกยอ ให้รสชาติแปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ขณะเดียวกัน ในอดีต รากและเปลือกต้นยอ ยังถูกนำมาใช้สกัดเป็นสีย้อมธรรมชาติ ให้สีแดงหรือสีเหลือง ซึ่งนิยมใช้ในการย้อมผ้าและงานผ้าบาติกอีกด้วย จึงนับได้ว่ายอเป็นพืชที่ให้ประโยชน์ทั้งในครัวเรือน งานหัตถกรรม และการแพทย์พื้นบ้านอย่างแท้จริง
อย่างไรก็ตาม แม้ยอจะเป็นสมุนไพรที่มีคุณค่ามาก แต่ก็มีข้อควรระวังสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะ น้ำลูกยอ ซึ่งมีปริมาณโพแทสเซียมสูงมาก ใกล้เคียงกับน้ำส้มและน้ำมะเขือเทศ ดังนั้นผู้ที่เป็น โรคไตวายเรื้อรัง ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด เพราะร่างกายอาจไม่สามารถขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกได้ทัน ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อหัวใจได้
ยอจึงไม่ใช่เพียงพืชพื้นบ้านธรรมดา แต่เป็นตัวแทนของภูมิปัญญาไทยที่รู้จักใช้ธรรมชาติรอบตัวให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งเป็นอาหาร เป็นยา และเป็นวัตถุดิบในงานพื้นบ้าน แม้ผลสุกจะมีกลิ่นแรงจนบางคนต้องถอยห่าง แต่หากมองลึกลงไป กลับพบว่านี่คือพืชมากคุณค่าที่อยู่ใกล้ตัวเรามานานกว่าที่คิด
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
จังหวัดในประเทศไทยที่อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
ส่องสกายไลน์ จัดอันดับจังหวัดที่มีตึกสูงมากที่สุดในไทย (ไม่นับกรุงเทพฯ)
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
"ปลากระป๋อง" เปิดแล้วกินเลยหรือควรอุ่นก่อน?
7 ถ้ำสุดประหลาดและมหัศจรรย์ที่สุดในโลกธรรมชาติมักสร้างสรรค์สิ่งมหัศจรรย์ให้เราประหลาดใจอยู่เสมอ
เปิดแอร์ 24 ชม. จ่ายกี่บาท?
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
ต้นไม้3ชนิดที่นิยมปลูกไว้ในบ้าน(เน้นสีเขียวสวย+ดูแลง่าย)
C-130 Hercules รถบรรทุกบินได้?
ใครคือกษัตริย์องค์ต่อไปในวันที่ "ฮุน" ครองเมือง?






