"ระฆังมิงกุน" ระฆังที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ยังส่งเสียงกังวานอยู่ในปัจจุบัน
เขียนโดย dukedick
ระฆังมิงกุน หรือ Mingun Bell คือหนึ่งในสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรพม่าได้อย่างชัดเจน มหะระฆังใบนี้ตั้งอยู่ที่เมืองมิงกุน ประเทศเมียนมา ริมลุ่มแม่น้ำอิรวดี ห่างจากเมืองมัณฑะเลย์ไปทางเหนือราว 11 กิโลเมตร และนับเป็นจุดหมายสำคัญที่นักเดินทางมักไม่พลาดเมื่อมาเยือนดินแดนแห่งนี้ เพราะนอกจากจะเป็นโบราณวัตถุชิ้นสำคัญแล้ว ยังเป็นสิ่งก่อสร้างที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องตื่นตาตื่นใจตั้งแต่แรกเห็น
ระฆังมิงกุนถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1808 ในรัชสมัยของพระเจ้าปดุง หรือ King Bodawpaya แห่งราชวงศ์คองบอง พระองค์โปรดให้หล่อขึ้นเพื่ออุทิศถวายแก่เจดีย์มิงกุน หรือ Mingun Pahtodawgyi ซึ่งเดิมตั้งพระราชประสงค์จะให้เป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก แม้ท้ายที่สุดโครงการก่อสร้างเจดีย์จะไม่แล้วเสร็จ แต่ระฆังมิงกุนกลับยังคงอยู่เป็นหลักฐานแห่งพระราชศรัทธาและความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ของยุคสมัยนั้น
สิ่งที่ทำให้ระฆังมิงกุนโดดเด่นเหนือระฆังทั่วไป ไม่ได้อยู่เพียงเรื่องอายุเก่าแก่ หากยังรวมถึงขนาดอันมหึมาของมันด้วย ระฆังใบนี้มีน้ำหนักประมาณ 90 ตัน หรือราว 55,555 viss ตามหน่วยชั่งน้ำหนักแบบพม่า ตัวเลขห้าซ้ำทั้งห้านี้ยังถูกสลักไว้บนระฆังด้วยเลขพม่าว่า “၅၅၅၅၅” อย่างเด่นชัด ราวกับเป็นทั้งหลักฐานทางประวัติศาสตร์และสัญลักษณ์ที่ช่วยให้ผู้คนจดจำในส่วนของน้ำหนักของมันได้ไม่รู้ลืม นอกจากนี้ ตัวระฆังยังมีความสูงประมาณ 3.7 เมตร และมีเส้นผ่านศูนย์กลางบริเวณปากเกือบ 5 เมตร ความใหญ่โตระดับนี้ทำให้มันเคยได้รับการยกย่องว่าเป็นระฆังที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลกที่ยังสามารถตีให้เกิดเสียงได้อยู่เป็นเวลายาวนาน
ความน่าทึ่งของระฆังมิงกุนยังอยู่ที่ฝีมือการสร้างอันประณีต มันถูกหล่อขึ้นจากสำริดด้วยเทคนิคโบราณที่สะท้อนความเชี่ยวชาญของช่างในยุคนั้นได้อย่างยอดเยี่ยม แม้กาลเวลาจะผ่านไปกว่าสองศตวรรษ และแม้จะเคยเผชิญกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี ค.ศ. 1839 จนฐานรองรับเดิมพังทลายลง แต่ตัวระฆังกลับไม่ได้รับความเสียหายร้ายแรง นับเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ไม่น้อย ต่อมาจึงมีการสร้างโครงรองรับใหม่ด้วยศาลาและเสาเหล็กเพื่อค้ำจุนระฆังไว้ จนสามารถคงสภาพมาจนถึงปัจจุบัน
อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ระฆังมิงกุนต่างจากระฆังแบบตะวันตกทั่วไปก็คือ มันไม่มีลูกตุ้มอยู่ภายใน เวลาจะทำให้เกิดเสียง ผู้คนต้องใช้ท่อนไม้ซุงเคาะจากภายนอก เสียงที่ได้จึงไม่ใช่เสียงกังวานใสแบบระฆังโบสถ์ยุโรป แต่เป็นเสียงทุ้มลึก หนักแน่น และเต็มไปด้วยแรงสั่นสะเทือนอันทรงพลัง นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมเข้าไปยืนอยู่ใต้ระฆังในขณะที่มีการเคาะจากด้านนอก เพื่อสัมผัสแรงสะเทือนและคลื่นเสียงที่แผ่ซ่านผ่านร่างกาย เป็นประสบการณ์ที่ทั้งแปลกใหม่และน่าจดจำอย่างยิ่ง
นอกจากความยิ่งใหญ่ในเชิงกายภาพแล้ว ระฆังมิงกุนยังเต็มไปด้วยเกร็ดชวนสนใจ ตัวเลข 55555 ที่ปรากฏบนตัวระฆังนั้นไม่ใช่เพียงเลขมงคลเท่านั้น แต่ยังมีหน้าที่เป็นตัวช่วยบอกน้ำหนักในหน่วย viss ของพม่าอย่างตรงไปตรงมา จึงถือเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่สะท้อนวิธีคิดและวัฒนธรรมของผู้คนในสมัยนั้นได้อย่างมีเสน่ห์
ปัจจุบัน ระฆังมิงกุนกลายเป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของเมืองมิงกุน ควบคู่ไปกับเจดีย์มิงกุนและเจดีย์ชินพิวเม อันมีรูปทรงงดงามแปลกตา นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาถึงบริเวณนี้จึงไม่ได้มาเพียงเพื่อชมโบราณสถาน หากยังได้สัมผัสบรรยากาศของหน้าประวัติศาสตร์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ระฆังมิงกุนจึงไม่ใช่แค่ระฆังใบใหญ่ใบหนึ่ง แต่เป็นอนุสรณ์แห่งศรัทธา พลังแห่งงานช่าง และความรุ่งเรืองของอารยธรรมพม่าที่ดังก้องข้ามกาลเวลามาจนถึงวันนี้
เขียนโดย dukedick
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
นกเอี้ยงสาริกา จากนกมงคลแดนสยาม สู่มหันตภัยมีปีกแห่งออสเตรเลีย
จังหวัดในประเทศไทยที่อากาศเย็นสบายเกือบทั้งปี
น้ำตกที่สวยที่สุดในประเทศไทย
10 ที่เที่ยวลับในไทย สวยระดับโลก แต่คนยังไปไม่เยอะ
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
อยู่ดี ๆ คนก็แห่ไปลาว…สัญญาณบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น?
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
8 ดอกไม้ห้ามไหว้พระ
"ปลากระป๋อง" เปิดแล้วกินเลยหรือควรอุ่นก่อน?
ทำบุญเสริมด้านการเงิน ตามวันเกิด
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย
เพิ่งจะรู้ ! แบตเตอรี่เก่า เอาไปทำอะไรได้บ้าง
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
ตึกที่มีความสูงมากกว่า 80 ชั้น เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในไทย
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
"ทรัมป์" กำลังสติแตกหลุดโลกไปแล้ว
นทท. ต่างชาติ รุมป่วนคนทำมาหากิน ฉีดน้ำใส่รถตู้ ทำจราจรติดขัด
เมื่อชาวโรมัน “ทำลายภูเขา” เพื่อทองคำ ด้วยมันสมอง ไม่ใช่แค่เอาแรงขุดเอาดื้อๆอย่างเดียว
พืชพรรณไม้น่าสนใจ : "ยอ" สมุนไพรกลิ่นแรง แต่มีสรรพคุณดีๆแฝงเอาไว้เพียบ !!
5 อันดับจังหวัดที่ร้อนที่สุดในไทย
10 เมษายน 1912 วันแรกที่เรือ "ไททานิค" ออกเดินทางด้วยความเชื่อมั่นว่า "เป็นเรือที่ไม่มีวันจม"

