เขื่อหรือไม่! คู่รักมีแบคทีเรียในลำไส้เหมือนกันถึง 30% นี่คือสิ่งที่ส่งผลต่อสุขภาพ
เมื่อใช้ชีวิตอยู่กับคู่รัก เราอาจไม่ได้แค่แบ่งปันบ้าน วิถีชีวิต และความสนใจร่วมกันเท่านั้น แต่อาจแบ่งปันจุลินทรีย์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนตัวเราและภายในร่างกายของเราได้ด้วย
กลุ่มจุลินทรีย์พวกนี้ ส่วนใหญ่ประกอบด้วยแบคทีเรีย ไวรัส และเชื้อรา เรียกรวมกันว่าไมโครไบโอมของมนุษย์ไมโครไบโอมต่างๆ ที่พบทั่วร่างกายล้วนมีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพ
ตั้งแต่แรกเกิด จุลินทรีย์ในร่างกายมนุษย์จะถูกหล่อหลอมโดยปฏิสัมพันธ์กับมารดา ซึ่งเป็นผู้แนะนำจุลินทรีย์หลากหลายชนิดที่ช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหารของเราเมื่อเราโตขึ้นปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับชุมชนใกล้ชิดก็ยังคงส่งผลต่อระบบนิเวศอันละเอียดอ่อนนี้ต่อไป
มีงานวิจัยระบุว่า คู่รักที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจะมีแบคทีเรียในลำไส้ (Gut Microbiome) สายพันธุ์เดียวกันประมาณ 30% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับคนแปลกหน้าที่ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน ความคล้ายคลึงนี้ไม่ได้เกิดจากพันธุกรรม แต่เกิดจาก "วิถีชีวิตที่แชร์ร่วมกัน" โดยมีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้
จากการสัมผัสใกล้ชิด ด้วยการจูบ (การจูบเพียง 10 วินาทีสามารถถ่ายโอนแบคทีเรียได้ถึง 80 ล้านตัว) การกอด และการสัมผัสทางกาย เป็นช่องทางหลักในการแลกเปลี่ยนจุลินทรีย์
จากอาหารที่กิน ที่คู่รักมักกินอาหารมื้อเดียวกัน ใช้วัตถุดิบแบบเดียวกัน ซึ่งอาหารคือปัจจัยหลักที่กำหนดว่าแบคทีเรียชนิดไหนจะเติบโตในลำไส้
จากสภาพแวดล้อม โดยการอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน สัมผัสฝุ่นละออง และใช้ของใช้ในบ้านร่วมกัน ทำให้จุลินทรีย์ในบ้านมีความคล้ายคลึงกัน
ยิ่งรักกันมาก จุลินทรีย์ยิ่งหลากหลาย งานวิจัยพบว่า คู่รักที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นและมีความพึงพอใจในชีวิตคู่สูง มักจะมีจุลินทรีย์ที่หลากหลาย มากกว่าความหลากหลายของจุลินทรีย์ในลำไส้เป็นสัญญาณของสุขภาพที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น โรคอ้วน, เบาหวานประเภทที่ 2 และโรคหัวใจ
จากผลกระทบต่อสุขภาพ (ด้านลบที่ต้องระวัง)ความเสี่ยงโรคที่ส่งต่อกันได้ แม้โรคเบาหวานหรือความดันโลหิตสูงจะไม่ใช่โรคติดต่อ แต่การที่คู่รักมีจุลินทรีย์เหมือนกันและมีพฤติกรรมการกินเหมือนกัน อาจทำให้ทั้งคู่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเดียวกันได้
แบคทีเรียสกุล Neisseriaบางชนิดอาจเป็นอันตราย ในขณะที่บางชนิดมีประโยชน์
ด้สนสุขภาพจิต ทำให้จุลินทรีย์ในลำไส้ส่งผลต่ออารมณ์ผ่าน "แกนลำไส้-สมอง" (Gut-Brain Axis) หากคู่หนึ่งมีสภาวะจุลินทรีย์ที่ไม่สมดุลซึ่งสัมพันธ์กับความเครียดหรือภาวะซึมเศร้า ก็อาจส่งผลกระทบต่อกันได้ผ่านการใช้ชีวิตร่วมกัน
ข้อแนะนำสำหรับคู่รัก ควรชวนกันกินดีหากฝ่ายหนึ่งเริ่มกินผัก ผลไม้ หรืออาหารที่มีกากใยสูง อีกฝ่ายมักจะได้รับประโยชน์ไปด้วย เพราะจุลินทรีย์ที่ดีจะเริ่มแพร่กระจายและส่งผลต่อสภาพแวดล้อมในบ้าน
สร้างกิจกรรมร่วมกัน เช่นการออกกำลังกายหรือการทำกิจกรรมกลางแจ้งร่วมกัน ช่วยเพิ่มความหลากหลายของแบคทีเรียในลำไส้ให้ทั้งคู่
ความสัมพันธ์ของคุณไม่ได้ส่งผลแค่ต่อ "หัวใจ" แต่ยังส่งผลลึกไปถึง "ลำไส้" การมีคู่ครองที่ใส่ใจสุขภาพจึงไม่ได้ดีแค่กับตัวเขาเอง แต่เป็นการช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและระบบย่อยอาหารให้คุณผ่านการแชร์จุลินทรีย์ในทุกๆ วันนั่นเอง
เขียนโดย ลูกสาวอบต
อาชีพไหนในไทยที่ผ่อนบ้านและรถมากที่สุด
คอนโดหมูหรือฟาร์มเลี้ยงหมูที่สูงที่สุดในโลก
จุดที่สัญญาณแรงที่สุดในไทย
อย่าเพิ่งมโน! สรุปให้ชัด "รัฐช่วย 60/40" สรุปต้องเติมเงินเองกี่บาทกันแน่? (วิธีคิดจากเป๋าตัง)
เปิด 5 โรงเรียนสายวิทย์-คณิต ที่เด็กเก่งทั่วประเทศอยากสอบติดมากที่สุด
ส่องเลขเด็ด "ซุปเปอร์เฮงเฮง"วันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2569
อย.สหรัฐฯ (FDA) สั่งเรียกคืน 'ยาหยอดตา' กว่า 3 ล้านขวดด่วน! หวั่นปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย เสี่ยงตาบอด
เอนไซม์ย่อยกลูเตนช่วยได้จริงไหม? ผู้เชี่ยวชาญเตือนอย่าคาดหวังเกินจริง
บอกลาอาการท้องอืด! แนะนำ 'เอนไซม์ช่วยย่อย' (Digestive Enzymes) ตัวช่วยสำคัญสำหรับคนอาหารไม่ย่อย
เรื่องขี้ที่ไม่ขี้ๆ! วิจัยชี้ 'ระยะเวลาที่อุจจาระตกค้างในร่างกาย' ส่งผลกระทบต่อสุขภาพโดยรวมและเสี่ยงโรคเรื้อรัง
