F-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?
เขียนโดย Thai Weapon Channel
F-20 Tigershark พยัคฆ์ร้ายที่โลกไม่ต้องการ?
วันนี้พี่มีเรื่องราวสุดคลาสสิกของ "พระเอกที่ไม่ได้ไปต่อ" มาเล่าให้ฟังครับ เป็นเรื่องของเครื่องบินรบที่เรียกได้ว่า "ดีเกินไปจนไม่มีที่ยืน" หรือจะบอกว่าเป็นเครื่องบินที่ "เก่งแต่ไร้วาสนา" ก็คงไม่เกินจริงนัก เพราะนี่คือเรื่องราวของเทคโนโลยีที่ชนะเลิศ แต่ดันพ่ายแพ้ให้กับเกมการเมืองที่สกปรกที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์กองทัพอากาศ
ลองจินตนาการดูนะครับ... ย้อนกลับไปในปี 1983 ณ ห้องประชุมลับของเจ้าหน้าที่จัดซื้ออาวุธในเกาหลีใต้ บรรยากาศในนั้นเงียบกริบจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจ ทุกสายตาจับจ้องไปที่หน้าจอโปรเจกเตอร์ ทันทีที่ภาพวิดีโอเริ่มเล่น "ฮีโร่อลูมิเนียม" สีเงินเงาวับอย่าง Northrop F-20 Tigershark ก็พุ่งทะยานแหวกอากาศผ่านก้อนเมฆด้วยความเร็วระดับ Mach 2 เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องทำเอาคนในห้องถึงกับตาค้าง ยิ่งเมื่อนักบินทดสอบระดับตำนานอย่าง Chuck Yeager ปรากฏตัวบนจอพร้อมรอยยิ้มและคำยืนยันหนักแน่นว่านี่คือเครื่องบินที่ดีที่สุด ความหวังของพวกเขาก็พองโต เพราะนี่คือเครื่องบินที่ "ดีกว่า ถูกกว่า และเร็วกว่า" ทุกอย่างที่โลกเคยมีมา
แต่ใครจะเชื่อว่า เครื่องบินที่ดูเหมือนจะมาปฏิวัติวงการลำนี้ กลับต้องจบลงที่พิพิธภัณฑ์แทนที่จะเป็นรันเวย์กองทัพ
Freedom Fighter สู่ความทะเยอทะยานครั้งใหม่
ถ้าจะพูดถึง F-20 เราต้องย้อนไปดูต้นตระกูลที่ชื่อชั้นไม่ธรรมดาอย่าง F-5 ก่อนครับ เครื่องบินรุ่นนี้เกิดมาในยุค 1960 ภายใต้นโยบายของประธานาธิบดี จอห์น เอฟ. เคนเนดี ที่อยากได้เครื่องบินรบราคาประหยัดเพื่อส่งออกให้ประเทศพันธมิตรที่งบน้อย หรือที่อเมริกาไม่อยากปล่อยเทคโนโลยีลับสุดยอดให้
เจ้า F-5 นี่แหละครับที่เป็นขวัญใจนักบินทั่วโลก แม้แต่นักบินที่บินมาแทบจะทุกอย่างในโลกอย่าง Chuck Yeager ชายคนแรกที่บินทะลุกำแพงเสียง ยังเคยออกปากชมเลยว่า "ในบรรดาเครื่องบินทั้งหมดที่ผมเคยบินมา F-5 คือเครื่องบินที่บินสนุกที่สุด" ความเจ๋งของมันพิสูจน์ได้จากยอดขายรุ่น F-5E Tiger II ที่ถล่มทลายเกือบ 2,250 ลำทั่วโลก แถมยังเป็น "ตัวตึง" ที่ได้รับบทเครื่องบินฝ่ายอริในโรงเรียน Top Gun เพื่อจำลองเป็นเครื่องบิน MiG ของโซเวียตอีกด้วย เมื่อพื้นฐานมันแน่นขนาดนี้ Northrop เลยกะจะสร้าง "ร่างทอง" ของ F-5 ขึ้นมาเพื่อครองโลก
เมื่อไต้หวันอยากได้ของแรง แต่การเมืองโลกขวางไว้
ความซวยของโครงการนี้เริ่มตั้งแต่ตอนตั้งไข่ครับ เดิมทีไต้หวันอยากได้เครื่องบินรุ่นใหม่มาต่อกรกับจีน โดยเน้นว่าต้องยิงขีปนาวุธระยะไกลอย่าง Sparrow ได้ ซึ่ง F-5 รุ่นเก่าทำไม่ได้ Northrop เลยเสนอโปรเจกต์อัปเกรดที่ตอนแรกใช้ชื่อว่า F-5G
แต่แล้ว "การเมือง" ก็ทำพิษครับ ในช่วงนั้นประธานาธิบดี ริชาร์ด นิกสัน และ จิมมี่ คาร์เตอร์ กำลังทำคะแนนจีบจีนแผ่นดินใหญ่ การขาย F-5G ให้ไต้หวันเลยถูกบล็อกทันทีเพราะกลัวจีนโกรธ คาร์เตอร์ถึงขั้นลงมาเบรกด้วยตัวเอง ทำให้ Northrop เคว้งทันที ของดีมีในมือแต่ขายไม่ได้!
รัฐบาลสหรัฐฯ เลยแก้ลำด้วยการสร้างโครงการ FX (Fighter Export) ขึ้นมา เพื่อสร้างเครื่องบินรบสำหรับส่งออกโดยเฉพาะ โจทย์คือ "ต้องเก่งพอจะสู้โซเวียตได้ แต่ต้องไม่มีเทคโนโลยีลับที่อเมริกากลัวรั่วไหล" พูดง่ายๆ คือสร้างเครื่องบิน "มวยถูกคู่" มาเพื่อขายคนนอกโดยเฉพาะ
หัวใจใหม่และระบบที่เหนือชั้น
Northrop ไม่รอช้า พวกเขาจัดเต็มจน F-20 กลายเป็นปีศาจคาบศิลา หัวใจสำคัญคือการถอดเครื่องยนต์คู่แบบเก่าออก แล้วใส่เครื่องยนต์เดี่ยว General Electric F404 (ตัวเดียวกับที่ใช้ใน F/A-18 Hornet) เข้าไปแทน ผลที่ได้คือแรงขับเพิ่มขึ้นมหาศาลถึง 60% ในขณะที่น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นแค่ 17% เท่านั้น!
จุดเด่นที่ทำให้คู่แข่งต้องค้อนขวับคือ Scramble Time หรือเวลาที่ใช้ตั้งแต่สตาร์ทเครื่องจนทะยานขึ้นฟ้า F-20 ทำได้ภายในเวลาไม่ถึง 1 นาที! ซึ่งเร็วกว่าเครื่องบินทุกลำในยุคนั้นมาก ด้วยระบบ Ring Laser Gyroscope ที่ตั้งค่าระบบนำร่องเสร็จสรรพในเวลาเพียง 22 วินาที (ในขณะที่รุ่นอื่นใช้เวลาหลายนาที)
นอกจากนี้ ห้องนักบินยังล้ำสุดๆ เป็นระบบ Digital เต็มรูปแบบ มีจอ MFD ขนาดใหญ่ และระบบ Fly-by-wire ที่ช่วยให้นักบินสามารถทำท่าทางการบินได้แบบไม่จำกัดองศา (Unlimited Angle of Attack) ซึ่งในตอนนั้นแม้แต่ F-16 ยังทำไม่ได้เลยครับ เพราะ F-16 ถูกล็อคไว้ที่ 26 องศาด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อความปลอดภัย แต่ F-20 บอกว่า "จัดมาเลย ผมรับไหว"
เกมสกปรกที่สกัดดาวรุ่ง
ในขณะที่เหล่าวิศวกรกำลังฉลองความสำเร็จ แต่ "ชายในชุดสูท" ที่วอชิงตันกลับกำลังลับมีดรอครับ เมื่อ โรนัลด์ เรแกน ขึ้นเป็นประธานาธิบดี กฎเหล็กเรื่องการส่งออกอาวุธก็เริ่มคลายลง ทีนี้พันธมิตรอย่างปากีสถานหรือตุรกีที่เคยชายตาแล F-20 ก็เปลี่ยนใจทันที เพราะพวกเขาสามารถข้ามไปซื้อ "ของจริง" อย่าง F-16 ที่เป็นเครื่องบินหลักของกองทัพสหรัฐฯ ได้แล้ว
F-20 เลยโดน "สกัดดาวรุ่ง" อย่างจัง ต้องไปแข่งกับ F-16 ที่มีทั้งกองทัพสหรัฐฯ การันตีและมีระบบการเมืองหนุนหลังเต็มตัว แถมยังมีข่าวลือหนาหูในวงการว่า มีการแอบหั่นราคาขาย F-16 ให้กับกองทัพเรือและกองทัพอากาศแบบยอมขาดทุน (Sold at a loss) เพื่อบีบให้ F-20 ไม่มีที่ยืนในตลาดส่งออก
Northrop ต้องเจ็บช้ำสุดๆ เพราะพวกเขาควักกระเป๋าตัวเองลงทุนไปกว่า 1.2 พันล้านดอลลาร์โดยไม่ได้งบรัฐเลยแม้แต่บาทเดียว แต่รัฐบาลสหรัฐฯ กลับไปสนับสนุนงบประมาณให้โครงการ Lavi ของอิสราเอลซึ่งเป็นคู่แข่งโดยตรงซะอย่างนั้น
โศกนาฏกรรมที่ปิดฉากความหวัง
เคราะห์ซ้ำกรรมซัดยังไม่หมดครับ ในช่วงเดินสายโชว์ตัว เกิดเหตุการณ์เครื่องบิน F-20 ตกติดต่อกันสองครั้ง ครั้งแรกที่เกาหลีใต้ (1984) และที่แคนาดา (1985) ทำให้นักบินทดสอบฝีมือดีต้องเสียชีวิตไปถึง 2 คน
ผลการสอบสวนออกมาน่าเศร้ามากครับ เพราะพบว่า เครื่องบินไม่ได้พัง แต่เป็นเพราะมัน "คล่องตัวเกินไป" จนร่างกายมนุษย์รับไม่ไหว นักบินเกิดอาการหมดสติจากแรง G หรือ G-LOC เนื่องจากเครื่องบินทำวงเลี้ยวได้โหดเกินไปนั่นเอง แม้จะพิสูจน์ได้ว่าเครื่องบินสมบูรณ์แบบ แต่มันก็กลายเป็นฝันร้ายด้านประชาสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกค้าต่างชาติเริ่มถอยหนี
ความทรงจำที่เหลืออยู่
ในที่สุด ตะปูตัวสุดท้ายก็ถูกตอกลงบนฝาโลงเมื่อกองทัพสหรัฐฯ เลือก F-16 สำหรับหน่วย Air National Guard ในปี 1986 Northrop ตัดสินใจกัดฟันยุติโครงการทันที พวกเขาไม่กล้าหือหรือประท้วงรัฐบาลมากนัก เพราะลึกๆ แล้วกลัวว่าถ้าไปงัดกับบิ๊กบอสวอชิงตัน จะส่งผลกระทบต่อโครงการเครื่องบินทิ้งระเบิด B-2 Stealth Bomber มูลค่า 4 หมื่นล้านดอลลาร์ที่บริษัทกำลังลุ้นอยู่ ซึ่งนั่นคือเส้นเลือดใหญ่ของบริษัท
ปัจจุบัน F-20 Tigershark ลำสุดท้ายที่เหลืออยู่ จอดนิ่งสงบอยู่ที่พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แคลิฟอร์เนีย ในลอสแอนเจลิส แต่มันก็ไม่ได้ตายเปล่าซะทีเดียวครับ เพราะ "สมอง" ของมันอย่างเรดาร์ AN/APG-67 ได้กลายเป็นต้นแบบและถูกนำไปใช้ในเครื่องบินรุ่นหลังอย่าง F-CK-1 Ching-kuo ของไต้หวัน และเครื่องบินฝึกความเร็วสูง T-50 Golden Eagle ของเกาหลีใต้ที่ไทยเราก็มีใช้ด้วยนะ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ในโลกของเทคโนโลยีและความมั่นคง บางครั้งความเก่งอย่างเดียวมันไม่พอจริงๆ ครับ ต้องมี "วาสนา" และ "การเมือง" หนุนหลังด้วย เป็นเรื่องที่น่าเสียดายจริงๆ สำหรับยอดเครื่องบินที่ "เก่งแต่ไร้วาสนา" ลำนี้ครับน้องๆ
สามรถติดตามเนื้อหาอื่นๆได้ที่ Youtube Thai Weapon Channel
ที่มา: Northrop F-20 Tigershark (Air Force Legends #228) หนังสือเล่มนี้ถือเป็นแหล่งข้อมูลที่ละเอียดที่สุด (The Definitive Book) มีภาพถ่ายสีที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนเกือบ 300 ภาพ พร้อมภาพเขียนทางเทคนิคและข้อมูลวงในจากห้องนักบิน
A Case Study of the F-20 Tigershark หนังสือ เล่มนี้จะเน้นไปที่บทวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ การตลาด และเหตุผลทางธุรกิจที่ทำให้โครงการนี้ล้มเหลว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาประวัติศาสตร์ในเชิงลึก
เขียนโดย Thai Weapon Channel
5 จังหวัดที่กำลังจะกลายเป็นเมืองหลวงแห่งที่ 2 จังหวัดไหนพุ่งแรงสุด
คนเป็นแสน แย่งชิงตำแหน่งงานเพียง 1,000 ตำแหน่ง
15 ลักษณะของคนที่มี EQ ต่ำ
คณะที่เรียนยากที่สุด แต่คุ้มค่าที่สุดในระยะยาว
10วิทยาลัยที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
มีบ้านหลายหลัง เป็น "เจ้าบ้าน" ในทะเบียนบ้านได้กี่หลัง?
“จังหวัดไหนในไทย น่าอยู่ที่สุดในปีนี้?”
ไม้มงคลที่ควรปลูกมากที่สุด
ป้าชาวจีนยืนโซ้ยบะหมี่หน้าตาเฉย กลางวงคนที่กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด ระดับความอยากรู้นี้ ทำเอาโซจึ้งไปเลย!
ภาษาท้องถิ่นในไทยที่ไม่มีตัวอักษรและไม่สามารถเขียนได้
ประเทศที่งบทางการทหาร มากที่สุดในโลก
มีการค้นพบสัตว์หายาก ที่มีอายุ 100 ปี ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในโลกเท่านั้น
แนะนำซีรีส์จีนสุดฮิต ประทีปรักเหนือสองภพ (Love Beyond The Grave)
ป้าชาวจีนยืนโซ้ยบะหมี่หน้าตาเฉย กลางวงคนที่กำลังทะเลาะกันอย่างดุเดือด ระดับความอยากรู้นี้ ทำเอาโซจึ้งไปเลย!
มหาวิทยาลัยและสาขา ที่ค่าเรียนแพงที่สุดในประเทศไทย
2 ภาษา ที่มีคนใช้น้อยที่สุดในโลก
การครอบครองปรปักษ์คืออะไร? แย่งที่ดินกันได้จริงหรือ?





