นี่คือสิ่งที่ศพสามารถบอกเราได้
การชันสูตรพลิกศพ (Autopsy) คือกระบวนการทางนิติเวชเพื่อหาสาเหตุการตาย (โรคหรือบาดแผลที่ทำให้ตาย) และ พฤติการณ์การตาย(สภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดการตาย เช่น ฆาตกรรม อุบัติเหตุ หรือธรรมชาติ)
ในกระบวนการทางกฎหมายเพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการตายว่า "ผู้ตายเป็นใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และสาเหตุกับพฤติการณ์ที่ตายเป็นอย่างไร" ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อ.) ของไทย กระบวนการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการสอบสวนเพื่อพิสูจน์ว่ามีการกระทำความผิดอาญาเกิดขึ้นหรือไม่
สิ่งที่ศพสามารถบอกเราได้มีหลายประเด็นหลักคือ...
1. ระบุตัวตน (Identification)
หากสภาพศพยังดีจะใช้การยืนยันจากญาติหรือรูปถ่าย แต่หากสภาพเปลี่ยนไปจะใช้....
-ลักษณะทางกายภาพ: เพศ, อายุ, สีผม, รอยสัก, แผลเป็น
-ข้อมูลทางนิติวิทยาศาสตร์: พิมพ์ลายนิ้วมือ, ข้อมูลทันตกรรม (ฟัน), หรือการตรวจ DNA
2. เวลาที่เสียชีวิต (Time of Death)
แพทย์จะสังเกตการเปลี่ยนแปลงของร่างกายหลังตาย เพื่อประมาณเวลาที่เสียชีวิต.....
-การตกตะกอนของเลือด : หลังตายเลือดจะหยุดไหลและตกลงสู่ที่ต่ำตามแรงโน้มถ่วง เกิดเป็นจ้ำสีม่วงแดง (เริ่มเห็นใน 30 นาที - 4 ชม.) ซึ่งช่วยบอกได้ว่าศพถูกเคลื่อนย้ายหรือเปลี่ยนท่าทางหลังจากเลือดแข็งตัวแล้วหรือไม่ (ช่วง 8-12 ชม.)
-การแข็งตัวของศพ : กล้ามเนื้อจะเริ่มแข็งตัวจากมัดเล็กไปมัดใหญ่ เริ่มที่ 2-4 ชม. และแข็งเต็มที่ตอน 12 ชม. ก่อนจะกลับมาอ่อนตัวอีกครั้งหลัง 24 ชม.
-การเน่าสลาย: เริ่มเห็นรอยเขียวที่หน้าท้องหลัง 24 ชม. และเริ่มบวมอืดใน 3-4 วัน นอกจากนี้ยังใช้การตรวจ "แมลง" ที่มาตอมศพเพื่อช่วยประเมินระยะเวลาการตายได้แม่นยำขึ้น
3. ร่องรอยบาดแผลและสถานการณ์ก่อนตาย
ลักษณะบาดแผลสามารถบอกชนิดของอาวุธหรือเหตุการณ์ได้...
-ประเภทบาดแผล: ของมีคม (แผลเรียบ), ของแข็งไม่มีคม (รอยฟกช้ำ), รอยกระสุนปืน (บอกทิศทางทางเข้า-ออก)
-การตอบสนองของร่างกาย: แยกได้ว่าแผลเกิด "ก่อนตาย" (มีการอักเสบ/ตอบสนอง) หรือ "หลังตาย"
-การจมน้ำ: หากในปอดมีน้ำ ดิน หรือเศษหญ้า แสดงว่าจมน้ำขณะยังมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าไม่มี อาจถูกฆ่าจากที่อื่นแล้วนำศพมาโยนน้ำ
4. การตรวจภายในและสารเคมี ในการชันสูตรพลิกศพการตรวจภายในและสารเคมี คือขั้นตอนที่ละเอียดที่สุด เพื่อค้นหาสิ่งที่ตาเปล่ามองไม่เห็นจากภายนอก ก็จะมี...
-อวัยวะภายใน: ตรวจดูการฉีกขาด จุดเลือดออก หรือความผิดปกติของสมองที่มองไม่เห็นจากภายนอก ดูการบาดเจ็บซ่อนเร้น: เช่น กระดูกซี่โครงหักทิ่มปอด, เลือดออกในสมอง, หรืออวัยวะภายในฉีกขาดจากการถูกกระแทกแรงๆ ซึ่งภายนอกอาจไม่มีแผลเลยก็ได้ ,ตรวจเช็กโรคประจำตัว,
-การตรวจทางเคมีและพิษวิทยา: เป็นการเก็บตัวอย่างของเหลวในร่างกายไปเข้าห้องแล็บ เพื่อหาสารแปลกปลอม เช่นตรวจเลือดและของเหลวเพื่อหาแอลกอฮอล์ สารเสพติด หรือยาพิษ
-อาหารในกระเพาะ: แพทย์จะดูว่าอาหารย่อยไปถึงไหนแล้ว เพื่อใช้คำนวณว่า ผู้ตายเสียชีวิตกี่ชั่วโมงหลังกินอาหารมื้อสุดท้าย ซึ่งช่วยบีบเวลาตายให้แคบลงและแม่นยำ
ในทางนิติเวชไม่มีคำว่า "ทนพิษบาดแผลไม่ไหว" แต่จะระบุเป็นสภาวะทางร่างกาย เช่น เสียเลือดมากจนช็อก หรือติดเชื้อในกระแสเลือดแทน และบุคคลทั่วไปไม่ควรเข้าไปเคลื่อนย้ายศพเอง เพราะจะทำให้พยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์คลาดเคลื่อนได้
เขียนโดย ลูกสาวอบต
ถ้าเห็นคนโดนไฟดูด ควรถีบออกไหม เรื่องสำคัญที่ต้องรู้ก่อนช่วยคนอื่น
ทำไมบางพื้นที่ในอังกฤษต้องรื้อแอร์? ท่ามกลางคลื่นความร้อนและเป้าหมาย Net Zero
เปิด 5 อาชีพที่ AI ยังแทนมนุษย์ไม่ได้
หลวงพ่อขาวปากช่อง พระใหญ่สีขาวกลางขุนเขา กับบันไดศรัทธา 1,250 ขั้น
ทำไมคนรุ่นใหม่ไม่อยากเป็นหัวหน้า และแรงกดดันของบทบาทผู้นำในยุคสมดุลชีวิตการทำงาน
อำเภอที่เจริญมากที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในต่างจังหวัดของไทย
ทำไมรีโมททีวีต้องมีปุ่มสีแดง? ที่หลายๆคนไม่เคยกดเลย
6 ความจริงของต้นไทรที่ต้นเดียวอาจขยายตัวจนดูเหมือนเป็นป่าเล็กๆ
10 จังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ผีดุ" ที่สุดในประเทศไทย ตำนานหลอนที่เล่าขานกันไม่รู้จบ
5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทย
ค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
แนวทางเลขเด็ด "นกตาทิพย์" งวด 16 ก.ค. 69..บินมาให้โชคแล้ว!
5เหตุผลที่คุณไปเที่ยวเมืองเฟือง
ข้อควรรู้ก่อนขายมือถือเครื่องเก่า อย่าลืมทำสิ่งเหล่านี้ เพื่อป้องกันข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
10 สัญญาณเตือนว่าตู้เย็นเริ่มทำงานผิดปกติ อย่าปล่อยไว้ เพราะอาจเสียหนักกว่าเดิม
เทคนิคใช้เครื่องปรับอากาศให้เย็นและประหยัดไฟ ลดค่าไฟได้จริง
วิธีรับมือเมื่อรถเสียกลางทางอย่างปลอดภัย ทำตามนี้ลดความเสี่ยงได้มาก


