หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เครื่องบินทิ้งระเบิด Xian H-6 พญามังกรซ่อนเล็บ หรือ "เศษเหล็กบินได้"

เขียนโดย Thai Weapon Channel

เครื่องบินทิ้งระเบิด Xian H-6 พญามังกรซ่อนเล็บ หรือ "เศษเหล็กบินได้"

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวโซเชียลและคอทหารทุกท่านครับ! วันนี้เรามีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับเครื่องบินทิ้งระเบิด Xian H-6 ของจีนที่น่าสนใจมาฝากกันครับ เวลาเห็นข่าวเครื่องบินทิ้งระเบิด H-6 ของกองทัพจีน จะมีคนแซะทันทีว่า "โถ่... เศษเหล็กบินได้" "ของก๊อปเกรด A" แล้ว เครื่องบินหน้าตาวินเทจเหมือนหลุดออกมาจากยุค 50s เครื่องนี้ มันเป็นแค่เศษเหล็กอย่างที่เขาว่าจริง หรือว่ามันคือ "พญามังกร" ที่ซ่อนเขี้ยวเล็บไว้รอขย้ำศัตรูอยู่กันแน่? 

อายุเป็นเพียงตัวเลข บทเรียนจากตัวตึงฝั่งอเมริกา

ก่อนจะไปจิกกัดฝั่งจีน เรามาหันมอง "พี่ใหญ่" อย่างสหรัฐอเมริกากันก่อน ขอบอกเลยว่ากองทัพที่รวยที่สุดในโลกเขาก็ยังใช้ "ของเก่า" เหมือนกันนะ! รู้ไหมว่าเครื่องบินทิ้งระเบิด B-52H ของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) ที่ยังบินปร๋ออยู่ทุกวันนี้ ลำล่าสุดก็ออกจากสายการผลิตมาตั้งแต่ปี 1962 แล้ว (ก่อนพวกเราหลายคนจะเกิด)

แถมล่าสุดในปี 2018 สหรัฐยังส่ง B-52H ไปถล่มเป้าหมายในซีเรียมาแล้วด้วย! ประเด็นสำคัญที่พวกเราต้องเข้าใจคือ ในโลกการบินทหาร Airframe (โครงสร้างเครื่องบิน) กับ Avionics (ระบบอิเล็กทรอนิกส์การบิน) มันคนละเรื่องกันครับ ตราบใดที่โครงสร้างยังแข็งแรง แล้วเราขยันอัปเกรดเซนเซอร์ ระบบสื่อสาร และติดอาวุธใหม่ๆ เข้าไป เครื่องบินรุ่นคุณปู่ก็ยังเป็นนักล่าได้ไม่แพ้รุ่นหลาน

ที่สำคัญ... ดีไซน์พื้นฐานของมัน (ซึ่งมาจาก Tu-16) ถือเป็นงานวิศวกรรมที่ "อัจฉริยะ" มาก เพราะมันสามารถทนต่อ Structural Stress (ความเค้นโครงสร้าง) ในการบินระดับต่ำได้ดีเยี่ยม ต่างจากเครื่องบินทิ้งระเบิดยุคเดียวกันของอังกฤษอย่างรุ่น Victor หรือ Valiant ที่โครงสร้างรับไม่ไหวจนต้องปลดประจำการไปก่อนเวลาอันควรตั้งแต่ปี 1964 แต่เจ้า H-6 นี่ยังอยู่ยงคงกระพันอยู่จนถึงตอนนี้

H-6K ร่างใหม่ในคราบเดิม

ทีนี้กลับมาที่ H-6 ของจีน หลายคนชอบเข้าใจผิดว่าจีนแค่เอาเครื่องเก่าสมัยพระเจ้าเหามาพ่นสีใหม่ แต่ความจริงคือรุ่น H-6K เนี่ย เขา "ต่อใหม่จากโรงงาน" นะจ๊ะ! ไม่ใช่เอาของเก่ามารีไซเคิล สิ่งที่ทำให้มันต่างจากรุ่นเดิมแบบหลังมือเป็นหน้ามือก็คือ

เครื่องยนต์ใหม่ เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ Turbofan D-30KP-2 (รุ่นเดียวกับที่ใช้ในเครื่องบินลำเลียง IL-76) ซึ่งทั้งประหยัดน้ำมันกว่าและแรงกว่าเดิมเยอะมาก โดยให้แรงขับถึง 12,000 kgf

ห้องนักบินล้ำยุค ลืมหน้าปัดเข็มแบบโบราณไปได้เลย เพราะข้างในเป็น Digital Glass Cockpit เต็มรูปแบบ มีหน้าจอ LCD สีสันสดใสให้นักบินใช้งานแบบสมาร์ทๆ

เซนเซอร์และระบบอัจฉริยะ มีการติดตั้ง Electro-optical sensors (เซนเซอร์ตรวจจับทางแสงและอิเล็กทรอนิกส์) ใต้ส่วนหัว, ระบบ Data Link ดิจิทัล, และการสื่อสารผ่านดาวเทียมที่ทันสมัย รวมถึงเรดาร์ตรวจอากาศและแผนที่ภูมิประเทศที่ทำให้บินต่ำหลบเรดาร์ได้เนียนสุดๆ

สรุปสั้นๆ คือ "ข้างนอกน่ะวินเทจ แต่ข้างในน่ะไฮเทค" ของจริง!

ระบบอาวุธ

มาถึงจุดที่น่ากลัวที่สุดคืออาวุธที่มันแบกไป ขีปนาวุธอย่าง CJ-10K และ YJ-12 เรามาลองคำนวณระยะสังหารกันดูหน่อย

Combat Radius (รัศมีทำการรบ) ของเครื่อง H-6K อยู่ที่ประมาณ 3,500 กม.

ขีปนาวุธนำวิถี CJ-10K ยิงได้ไกลอีก 1,500 กม.

รวมพลัง จีนสามารถสอยเป้าหมายที่อยู่ห่างออกไปถึง 5,000 กม. ได้สบายๆ ซึ่งระยะนี้ครอบคลุมทั้ง ไต้หวัน, ฟิลิปปินส์, เวียดนาม, อินเดีย ไปจนถึงฐานทัพสหรัฐฯ ที่กวมนู่นเลย!

ส่วน YJ-12 นี่คือฝันร้ายของเรือรบ เพราะมันบินเร็วถึง 4 เท่าของเสียง (Mach 4) ลองจินตนาการสไตล์ Postjung ดูนะว่า ถ้าจีนส่ง H-6K มาสัก 15 ลำ แล้วระดมยิงขีปนาวุธพร้อมกันสัก 90 ลูก ต่อให้เป็นเรือบรรทุกเครื่องบินสุดแกร่งก็มีสิทธิ์กลายเป็นโกโก้ครันช์หรือพิการจนจมลงก้นทะเลได้เหมือนกัน ซึ่งนี่จะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 เลยทีเดียว

H-6N และ "อาวุธวันสิ้นโลก" จุดพีกที่เพนตากอนยังต้องยอม

ถ้าคิดว่า H-6K โหดแล้ว จีนยังมีตัวท็อปกว่านั้นคือรุ่น H-6N ครับ รุ่นนี้มีการติดตั้ง "ท่อเติมน้ำมันกลางอากาศ" ทำให้ Combat Radius ยืดออกไปได้ไกลถึง 6,000 กม. และทีเด็ดที่สุดคือการออกแบบให้มี Ventral Cavity (ช่องเว้าใต้ท้องเครื่อง) เพื่อรองรับการบรรทุกอาวุธที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ

เจ้าอาวุธลับที่ว่าก็คือ CH-AS-X-13 ขีปนาวุธบอลลิสติกยิงจากอากาศ (พัฒนามาจาก DF-21D "เพชฌฆาตเรือบรรทุกเครื่องบิน") ความน่ากลัวของมันคือ

ยิงได้ไกลถึง 3,000 กม. จากเหน่าน่านฟ้าจีนเอง โดยที่เครื่องบินไม่ต้องเอาตัวไปเสี่ยง

ในช่วงสุดท้ายมันจะพุ่งลงมาด้วยความเร็วระดับ Hypersonic (ไฮเปอร์โซนิก หรือความเร็วเหนือเสียงหลายเท่า) และยังหลบหลีกการป้องกันได้อีกต่างหาก เรียกว่าเห็นอีกทีคือตูม! ไม่ต้องรอนับสิบ

สรุปแล้วจะกลัวหรือจะขำ?

มาถึงตรงนี้ หลายคนคงเริ่มหายสงสัยแล้วว่าทำไมในรายงาน China Military Power Report ปี 2020 ของเพนตากอน ถึงมีการพูดถึงเจ้า H-6 บ่อยกว่าเครื่องบินล้ำๆ อย่าง J-20 เสียอีก (โดน Mention ไปถึง 33 ครั้ง ในขณะที่ J-20 โดนพูดถึงน้อยกว่าถึง 3 เท่า!)

คำตัดสินสุดท้าย (Final Verdict) อย่าเพิ่งรีบขำเวลาเห็นรูปร่างหน้าตาโบราณๆ ของมัน เพราะในโลกสงครามจริง เขาไม่ได้วัดกันที่ความหล่อ แต่วัดกันที่ "ใครหมัดหนักกว่า" และ "ใครต่อยไกลกว่า" ซึ่ง H-6 รุ่นใหม่ๆ ของจีนพิสูจน์แล้วว่ามันมีครบทั้งสองอย่าง

บอกเลยว่า "อย่าดูถูกของเก่าที่ยังมีเขี้ยวเล็บ" เพราะถ้าประมาทเมื่อไหร่ อาจจะได้ไปนอนนับปลาการ์ตูนใต้ทะเลไม่รู้ตัวนะจ๊ะ! แล้วเพื่อนๆ ล่ะคิดยังไง? ใครว่ามันยังเป็นเศษเหล็ก หรือใครเริ่มสยองกับขีปนาวุธไฮเปอร์โซนิกของมันแล้ว มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้เลย!

เนื้อหาที่น่าวนใจอื่นๆติดตามได้ที่ Youtube: Thai Weapon Channel

อ้างอิง: Red Dragon Bombers: China's Long-range Bomber Force since 1956 ครอบคลุมตั้งแต่ประวัติศาสตร์ปี 1956 การใช้งานเครื่องบินรุ่นเก่าไปจนถึงการพัฒนา H-6 รุ่นต่างๆ และเจาะลึกถึงการแก้ปัญหาของกองทัพอากาศจีน (PLAAF) ในการสร้างขีดความสามารถในการโจมตีระยะไกล, Modern Chinese Warplanes: Combat Aircraft and Units of the Chinese Air Force มีรายละเอียดของเครื่องบินตระกูล H-6 รวมถึงรุ่นล่าสุดอย่าง H-6K และ H-6N พร้อมข้อมูลหน่วยบิน (Order of Battle), เครื่องหมาย, และหมายเลขซีเรียล
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Thai Weapon Channel's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 156 ครั้ง
เขียนโดย Thai Weapon Channel
แปลและรวบรวมโดย: Thai Weapon Channel: นักเขียน สารคดีประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีการทหาร และผู้จัดทำเนื้อหาสารคดีประวัติศาสตร์ เทคโนโลยีการทหารในช่อง Youtube Thai Weapon Channel
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: แสร์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
5 โรงเรียนไทยพื้นที่กว้าง เดินเปลี่ยนตึกยังเหมือนข้ามโซนประเทศที่อาบน้ำบ่อย ที่สุดในโลก"นามสกุลลงท้าย 'กลาง-กระโทก-ขุนทด' รู้ยังว่าคือรหัสลับบอกถิ่นกำเนิด?"จังหวัดหนึ่งเดียวในภาคอีสาน ที่มีอำเภอน้อยที่สุดเพียง 6 อำเภอ5 ประเทศและเขตเศรษฐกิจเอเชียที่ HDI สูงสุด ทำไมญี่ปุ่นไม่ใช่อันดับ 1'รถถัง' โดน 'ทาเครุ' น็อคกลางแดนปลาดิบ - ทาเครุชนะรถถัง เกษียณอย่างสวยงามทำเลที่ดินน่าจับตาช่วงนี้ เมืองไหนมีปัจจัยหนุนให้โตต่อประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลกจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์: บุรุษเหล็กผู้ให้กำเนิดอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยไข่เค็มไชยา นครปฐม บ้านแพ้ว ต่างกันตรงไหน ทำไมสายกินจำชื่อได้3 กลุ่มค่าใช้จ่ายเปิดเทอม ที่ผู้ปกครองมักประเมินต่ำกว่าจริง"ปลาแสงอาทิตย์" : ปลาที่ฉีกกฏทุกข้อของความเป็นปลา
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
5 อันดับสัตว์ที่มีสมองฉลาดที่สุดในโลก'รถถัง' โดน 'ทาเครุ' น็อคกลางแดนปลาดิบ - ทาเครุชนะรถถัง เกษียณอย่างสวยงามประเทศที่ "เงินเดือนวิศวกร" สูงที่สุดในโลก2 น้ำตกของประเทศลาว ที่สวยและ โดดเด่นที่สุดจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์: บุรุษเหล็กผู้ให้กำเนิดอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยวิธีตั้งค่ามือถือไม่ให้เงินหาย ป้องกันการดูดข้อมูล-ดูดเงิน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
น้ำพุร้อนที่ดีที่สุดในไทยBCM คืออะไร? การบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจที่ควรรู้ดูแลสระว่ายน้ำ วิธีทำความสะอาดและบำรุงรักษาให้ใช้งานได้นานไข่เค็มไชยา นครปฐม บ้านแพ้ว ต่างกันตรงไหน ทำไมสายกินจำชื่อได้
ตั้งกระทู้ใหม่