ทุนจีนมาลงทุนในไทยที่ไหนมากที่สุด
ภาพรวมการลงทุนของจีนในประเทศไทยในช่วงปี 2568 - 2569 มีความคึกคักอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและพลังงานสะอาด มาเปิดข้อมูลที่น่าสนใจกัน...
1. สถานที่ที่ลงทุนมากที่สุด: เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) EEC (Eastern Economic Corridor) หรือโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก คือแผนยุทธศาสตร์ชาติภายใต้ Thailand 4.0 เพื่อพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน โดยมุ่งเน้นการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) เทคโนโลยี นวัตกรรม และโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง
พื้นที่ EEC (ชลบุรี, ระยอง, ฉะเชิงเทรา) เป็นจุดยุทธศาสตร์หลักที่ทุนจีนเลือกเข้าไปลงทุนมากที่สุด โดยครองสัดส่วนมูลค่าการลงทุนในกลุ่มต่างชาติสูงถึงประมาณ 33% - 50% ของมูลค่ารวมทั้งหมด (ขึ้นอยู่กับช่วงไตรมาส)
-
จังหวัดยอดฮิต: ระยอง และ ชลบุรี (เป็นฐานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน)
-
พื้นที่รองลงมา: กรุงเทพฯ และสมุทรปราการ (เน้นธุรกิจบริการ, ค้าส่ง และสำนักงานใหญ่)
2. ทำไมถึงเลือกไทย? จากทำเลที่ตั้งยุทธศาสตร์ใจกลางอาเซียน, สิทธิประโยชน์การลงทุน (BOI) โดยเฉพาะในกลุ่ม EV และเทคโนโลยี, การกระจายความเสี่ยงจากสงครามการค้า (China+1), โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม, และความสัมพันธ์ที่ดีทางวัฒนธรรม ทำให้ไทยเป็นจุดกระจายสินค้าและผลิตที่คุ้มค่าสูงสุด
-
ฐานการผลิตเพื่อส่งออก: จีนใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อเลี่ยงกำแพงภาษีและข้อพิพาททางการค้าระหว่างจีน-สหรัฐฯ
-
นโยบายสนับสนุน: สิทธิประโยชน์จาก BOI โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) เช่น รถยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
-
โครงสร้างพื้นฐาน: ความพร้อมของนิคมอุตสาหกรรมและระบบโลจิสติกส์ในแถบชายฝั่งตะวันออก
-
ตลาดในประเทศ: ไทยเป็นตลาดใหญ่สำหรับรถยนต์พวงมาลัยขวาและสินค้าอุปโภคบริโภคในอาเซียน
3. ลงทุนเท่าไหร่ จากสถิติในช่วงปี 2568 มูลค่าการลงทุนของจีนติดอันดับ Top 3 ของต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย (แข่งกับญี่ปุ่นและสิงคโปร์)
-
มูลค่ารวม: เฉพาะในช่วงปี 2568 มีการขอรับส่งเสริมการลงทุนและจดทะเบียนธุรกิจรวมหลายหมื่นล้านบาท (เช่น ในช่วงต้นปี 2568 มียอดรวมกว่า 18,000 - 35,000 ล้านบาท ตามประเภทการจดทะเบียน)
-
อุตสาหกรรมหลัก:
-
ยานยนต์ไฟฟ้า (EV): ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่เช่น BYD, GWM, Changan และ MG ลงทุนหลักหมื่นล้านบาทต่อราย
-
พลังงานสะอาด: แผงโซลาร์เซลล์และระบบกักเก็บพลังงาน (Battery Storage)
-
อสังหาริมทรัพย์และวัสดุก่อสร้าง: การแปรรูปไม้และเฟอร์นิเจอร์
-
4. มีกำไรเท่าไหร่ เรื่อง "กำไร" เป็นประเด็นที่ต้องแยกเป็น 2 ด้าน..
-
กลุ่มที่รุ่ง: กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมที่รับทุนจีน และธุรกิจบริการบางประเภทที่ตอบโจทย์ชาวจีนโดยตรง มีผลประกอบการที่ดี
-
กลุ่มที่เผชิญความท้าทาย: บริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ของจีนในไทยบางส่วน (โดยเฉพาะในภาคอสังหาฯ และยานยนต์บางรุ่น) เริ่มเจอภาวะ "สงครามราคา" ที่รุนแรง และปัญหาดีมานด์ในจีนชะลอตัว ทำให้กำไรสุทธิเฉลี่ยของบริษัทจีนในภาพรวมมีสัดส่วนที่ลดลง หรือบางรายอาจยังอยู่ในช่วงคืนทุน (Loss-making period) จากการลงทุนหนักในระยะแรก
ข้อสังเกตเพิ่มเติม: ในปี 2568 ไทยประสบภาวะขาดดุลการค้ากับจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 2.2 ล้านล้านบาท ซึ่งสะท้อนว่านอกจากมาลงทุนตั้งฐานผลิตแล้ว จีนยังส่งออกสินค้าสำเร็จรูปเข้ามาตีตลาดไทยอย่างหนักด้วยเช่นกัน
เขียนโดย ลูกสาวอบต
เปิด 5 อันดับ หอพักมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในไทย น่าอยู่แค่ไหน?
ดราม่า “โค้ชชิน” ผู้ช่วยโค้ชวอลเลย์ฯ ทิ้งญี่ปุ่นเพื่อมาช่วยไทย..จริงหรือ?
จังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ที่ปลูกทุเรียนมากที่สุด
เปิด 5 อันดับ มหาวิทยาลัยไทยที่มีหลักสูตรค่าเรียนสูงที่สุด บางแห่งแตะ 5 ล้านบาท”
อาหารไทยสุดหายาก ที่มีความเสี่ยงว่าอาจจะกำลังสูญหายไป
มาแล้ว! แม่น้ำหนึ่ง เปิดแนวทางเลขเด็ด “ปิ่นแก้ว” งวด 1/9/69 จับปิงปองให้เห็นกันชัด ๆ 7-3-9 แฟนหวยแห่สาธุ
เลขเด็ดหวยสัญจร จ.ระยอง 1/9/2569
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
5 สิทธิ์ฟรีของ "ประกันสังคม" ที่คนไทยจ่ายทุกเดือนแต่ไม่ค่อยรู้ว่าใช้ได้
บอล ซุปเปอร์บอล มาแล้ว! แนวทางหวยงวด 1 ก.ย. 69 เน้นวิ่ง 9-6
เปิดรายได้ "คนขายที่ปัดน้ำฝนข้างทาง" ขายดีขนาดไหน?
5 โรงเรียนในตำนานของไทย เปิดประวัติ โรงเรียนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่าร้อยปี
อาหารและขนมไทยยอดนิยมของชาวต่างชาติ


