ทำไมกรุงเทพฯ ถึงฝังสายไฟทั้งเมืองไม่ได้ ทั้งที่งบมีมากกว่า
เคยขับรถอยู่ดี ๆ แล้วเงยหน้ามองขึ้นไป…
สายไฟระโยงระยางเต็มฟ้า เหมือนใยแมงมุมขนาดยักษ์
แล้วก็แอบคิดในใจว่า
“ทำไมกรุงเทพฯ ไม่ฝังสายไฟให้หมดเหมือนต่างประเทศสักที ทั้งที่งบก็มี?”
คำถามนี้…จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่สงสัย
แต่พอเข้าไปดูลึก ๆ จะพบว่า
เรื่องมันไม่ได้ง่ายแบบ “มีเงินก็ทำได้”
และนั่นแหละ…คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิดมาตลอด
ลองคิดดูว่า…
กรุงเทพฯ ไม่ใช่เมืองใหม่ที่วางผังจากศูนย์
มันคือเมืองที่เติบโตแบบ “ต่อเติมไปเรื่อย ๆ” มาหลายสิบปี
สายไฟ สายสื่อสาร ท่อประปา ท่อระบายน้ำ
ทุกอย่างถูกวางซ้อนกันอยู่ใต้ดินแบบที่บางจุด…แทบไม่มีที่ว่างเหลือแล้ว
สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ
การ “ฝังสายไฟ” ไม่ใช่แค่เอาสายไฟลงดิน
แต่มันคือการรื้อระบบทั้งเมือง
ต้องขุดถนน
ต้องย้ายท่อเดิม
ต้องจัดระเบียบสายของหลายหน่วยงาน
ทั้งไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต เคเบิลทีวี
ซึ่งแต่ละเจ้าก็มีโครงสร้างของตัวเอง
และใช่…มันไม่ได้คุยกันง่ายขนาดนั้น
ปัญหาไม่ใช่แค่ “งบประมาณ”
แต่คือ “ความซับซ้อน”
เพราะในหนึ่งถนน
อาจมีสายของหลายบริษัท
มีท่อเก่าที่ไม่มีแผนที่
หรือบางจุด…ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่ามีอะไรอยู่ข้างใต้
จุดที่พังจริง ๆ คือ
ถ้าขุดพลาดขึ้นมา
ไม่ใช่แค่ไฟดับ
แต่ทั้งระบบสื่อสารอาจล่มเป็นวงกว้างทันที
แล้วทำไมบางจังหวัดทำได้?
คำตอบคือ “สเกล”
เมืองอย่างตรังหรือพื้นที่นำร่อง
มีขนาดเล็กกว่า
โครงสร้างไม่ซับซ้อน
จำนวนผู้ใช้น้อย
การจัดการเลยง่ายกว่าอย่างเห็นได้ชัด
แต่กรุงเทพฯ คือเมืองที่มีประชากรหลายล้านคน
มีถนนนับพันสาย
และมีระบบที่เชื่อมกันแบบซับซ้อนมาก
การจะฝังทั้งเมืองในทีเดียว
แทบจะเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ
ที่สำคัญคือ…
การฝังสายไฟต้องใช้เวลาเป็นปีต่อพื้นที่
และในระหว่างนั้น
รถติดจะหนักขึ้น
ถนนต้องปิดบางส่วน
ร้านค้าหน้าถนนได้รับผลกระทบ
นี่คือสิ่งที่คนมักมองไม่เห็น
เราอยากได้เมืองสวยขึ้น
แต่ไม่อยากเจอผลกระทบระหว่างทาง
ลองสังเกตดี ๆ
ทุกวันนี้กรุงเทพฯ ก็ “กำลังทำอยู่”
แต่เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป
เลือกทำเฉพาะถนนหลัก
หรือจุดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ
เพราะถ้าฝืนทำเร็วเกินไป
ความเสียหายระหว่างทางอาจมากกว่าผลลัพธ์ที่ได้
สิ่งที่น่าสนใจคือ…
อนาคตของเมืองอาจไม่ได้แก้ด้วย “การฝังสายไฟทั้งหมด”
แต่อาจเป็นการออกแบบระบบใหม่ตั้งแต่ต้น
เช่น เมืองใหม่ เขตพัฒนาใหม่
หรือเทคโนโลยีสายส่งแบบใหม่ที่ลดความยุ่งเหยิง
คำถามเลยเปลี่ยนจาก
“ทำไมไม่ทำให้หมด”
กลายเป็น
“ควรทำตรงไหนก่อน ถึงจะคุ้มที่สุด”
และบางที…
สิ่งที่เรามองว่า “มันควรจะง่าย”
อาจเป็นหนึ่งในระบบที่ซับซ้อนที่สุดของเมืองนี้ก็ได้
แล้วคุณล่ะ
ถ้าต้องเลือกระหว่าง “เมืองสวยขึ้นทันที” กับ “ความวุ่นวายระยะสั้น”
จะยอมแลกไหม?
หรือจริง ๆ แล้ว
เรายังไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงขนาดนั้นกันแน่
ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้ จะเริ่มเข้าใจแล้วว่า
“กรุงเทพฯ ไม่ได้ทำไม่ได้…แต่ทำยากมากกว่าที่คิด”
มันไม่ใช่แค่เรื่องเงิน แต่คือความซับซ้อนของเมืองที่ถูกสร้างทับซ้อนกันมานานหลายสิบปี
แต่ในขณะที่เมืองหลวงยังติดข้อจำกัด
มีหลายจังหวัดที่ “เริ่มทำจริง และเดินไปไกลกว่าที่คิด”
บางที่เริ่มเปลี่ยนภาพเมืองไปแล้วแบบเห็นชัด
คำถามคือ…ตอนนี้มีจังหวัดไหนบ้างที่กำลังขยับเรื่องนี้จริงจัง?
👉
เปิดรายชื่อจังหวัดที่กำลังฝังสายไฟลงดิน ตอนนี้มีที่ไหนเริ่มแล้วบ้าง
อ้างอิง: https://www.mea.or.th/content/detail/87/489
เขียนโดย ธันวา กิตติภพ
เนบิวลาที่มีรูปร่างสวยงามเหมือนกับหัวใจ
4 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ “เสียบปลั๊กทิ้งไว้ได้” 24 ชั่วโมง ไม่ต้องเดินถอดทุกครั้ง
หนึ่งวันของเทวดา เขาทำอะไรกันบ้าง
ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีแบตเตอรี่ แต่กระโดดสูงกว่า 80 เท่าของตัวเอง หุ่นยนต์นิ่มตัวนี้เอาแรงมาจากไหน?
7 อาชีพอิสระ คนธรรมดาก็เริ่มได้ ไม่ต้องมีร้าน
เปิดอันดับโลก ประเทศไหน “บ้าหวย” ที่สุด แชมป์ตัวจริงไม่ใช่ไทย
ทำไมบางคนถึงใช้คำว่า “คนอีสาน” เป็นคำดูถูก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงชื่อของคนภูมิภาคหนึ่ง?
เปิด 9 คณะที่มีคนสมัครมากที่สุดในไทย เด็กไทยแห่เรียนอะไรกัน?
5 จังหวัดเศรษฐีเงียบ ค่าครองชีพไม่แรง แต่คนมีทรัพย์สินไม่น้อย
ก่อนถึงยอดเอเวอเรสต์ นักปีนเขาต้องผ่านบททดสอบอะไรบ้าง?
ผลไม้ไทยไม่ผอมเสมอไป: 5 ลูกหวานที่ต้องกะปริมาณ
5 เรื่องสำคัญที่ควรรู้ ก่อนก้าวเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัย
ทำไมบางคนถึงใช้คำว่า “คนอีสาน” เป็นคำดูถูก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงชื่อของคนภูมิภาคหนึ่ง?
ไม่มีมอเตอร์ ไม่มีแบตเตอรี่ แต่กระโดดสูงกว่า 80 เท่าของตัวเอง หุ่นยนต์นิ่มตัวนี้เอาแรงมาจากไหน?
ผลไม้ไทยไม่ผอมเสมอไป: 5 ลูกหวานที่ต้องกะปริมาณ
เนบิวลาที่มีรูปร่างสวยงามเหมือนกับหัวใจ
5 เรื่องสำคัญที่ควรรู้ ก่อนก้าวเข้าสู่ชีวิตมหาวิทยาลัย
ในน้ำลายของมนุษย์นั้น ประกอบด้วยอะไรบ้าง....
เด็กหญิงคนแรกในรอบ 200 ปีของครอบครัวได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่
ทำไมบางคนถึงใช้คำว่า “คนอีสาน” เป็นคำดูถูก ทั้งที่จริง ๆ แล้วเป็นเพียงชื่อของคนภูมิภาคหนึ่ง?
ผู้เขียน "Saint Seiya" ได้ฟ้องร้องอดีตผู้จัดการของเขาในข้อหาฉ้อโกงเงิน 4.68 พันล้านเยน และเขาเรียกร้องค่าเสียหาย 2.89 พันล้านเยน
Apple เปลี่ยนซีอีโอ! ในวันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง เทอร์เนอร์ได้ส่งจดหมายถึงพนักงานทุกคน โดยเปิดเผยว่าการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ "จะน่าทึ่งอย่างแน่นอน"
