4 ซีรีส์จีนย้อนยุคสนุกที่สุด ที่ไม่ควรพลาด
เขียนโดย เหล่าขุน
ซีรีส์จีนย้อนยุค (Chinese Historical / Costume Drama) เป็นแนวที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะผสมผสานทั้งความรัก การเมือง การต่อสู้ และวัฒนธรรมจีนโบราณได้อย่างลงตัว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับซีรีส์จีนย้อนยุคที่สนุก ครบรส และควรค่าแก่การดู
1. ปรมาจารย์ลัทธิมาร (The Untamed)
ซีรีส์ขึ้นหิ้ง ที่เปลี่ยนมาตรฐานวงการซีรีส์จีนย้อนยุคไปตลอดกาลมาพูดถึง ปรมาจารย์ลัทธิมาร (The Untamed) ไม่ใช่แค่ซีรีส์ที่ดูสนุก แต่เป็นงานศิลปะที่ผสมผสานทั้งปรัชญา การเมืองในยุทธภพ และความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งไว้ได้อย่างลงตัว นี่คือมุมมองเพิ่มเติมที่ทำให้ซีรีส์เรื่องนี้กลายเป็นปรากฏการณ์ หัวใจสำคัญที่ทำให้ ปรมาจารย์ลัทธิมาร แตกต่าง
- ความเทาของตัวละคร (Grey Morality) ซีรีส์เรื่องนี้ตั้งคำถามสำคัญกับคนดูว่า อะไรคือธรรมะ อะไรคืออธรรม เว่ยอู๋เซี่ยน ยอมก้าวเข้าสู่เส้นทางสายมารเพื่อปกป้องคนที่ไม่มีทางสู้ แม้โลกจะตราหน้าว่าเขาเลวทราม
-
เหล่าสำนักเซียน ที่อ้างตนเป็นธรรมะ แต่กลับเต็มไปด้วยความโลภและการแก่งแย่งชิงดี จุดนี้ทำให้เนื้อเรื่องมีมิติ ไม่ใช่แค่การสู้กับปีศาจ แต่เป็นการสู้กับ จิตใจคน
-
เคมีที่มากกว่าคำว่า มิตรภาพ แม้จะถูกจำกัดด้วยกฎการเซ็นเซอร์ แต่ผู้กำกับและนักแสดง (เซียวจ้าน & หวังอี้ป๋อ) ถ่ายทอดความสัมพันธ์ของ เว่ยอู๋เซี่ยน และ หลานวั่งจี ออกมาได้กินใจผ่าน สายตาและ การกระทำ จนกลายเป็นนิยามของคำว่า Soulmate (คู่แท้แห่งจิตวิญญาณ) ที่คอยประคับประคองกันท่ามกลางมรสุมชีวิต
-
โปรดักชั่น การออกแบบชุดและฉากของแต่ละตระกูลสะท้อนเอกลักษณ์ชัดเจน เช่น ตระกูลหลาน (เมฆา/สีฟ้า) ดูสะอาดสูงส่ง ตระกูลเจียง (สัตตบงกช/สีม่วง) ดูอิสระและผูกพันกับสายน้ำ
-
ดนตรีประกอบ เพลง อู๋จี (Wu Ji) กลายเป็นเพลงชาติของแฟนซีรีส์ไปแล้ว การใช้เครื่องดนตรีจีนอย่าง ฉิน และ ขลุ่ย สื่อสารถึงตัวตนของพระเอกทั้งสองได้อย่างยอดเยี่ยม ดื่มสุราที่เขามักดื่ม ข้ามผ่านขวากหนามที่เขาเคยเผชิญ ประโยคที่สะท้อนความยึดมั่นของหลานวั่งจีตลอด 16 ปีที่รอคอย
2. มธุรสหวานล้ำ สลายเป็นเถ้าราวเกล็ดน้ำค้าง (Ashes of Love)
ถ้าคุณกำลังมองหาซีรีส์ที่จะมา ตับพัง มธุรสหวานล้ำ สลายเป็นเถ้าราวเกล็ดน้ำค้าง (Ashes of Love) คือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดครับ นี่คือหนึ่งในซีรีส์ขึ้นหิ้งของแนวเทพเซียน (Xianxia) ที่แม้จะผ่านมาหลายปี แต่ความแรงของกระแสและความเจ็บปวดในใจคนดูก็ยังไม่จางหายไปง่ายๆ นี่คือรีวิวแบบเจาะลึกที่สรุปทุกมิติมาให้คุณ
พล็อตเรื่อง เมื่อความไม่รู้ กลายเป็นอาวุธที่ร้ายกาจที่สุด เรื่องราวเริ่มต้นที่ จิ่นมี่ ลูกสาวเจ้าแม่บุปผาที่ถูกป้อน ยาไร้รัก (ยาอวิ๋นตัน) ตั้งแต่เกิด ทำให้เธอไม่รู้จักความรักและไม่มีความรู้สึกสะทกสะท้านต่อชายใด จนกระทั่งเธอได้พบกับ สวี่เฟิ่ง (เฟิ่งหวง) วิหคเพลิงผู้สง่างาม และ รันอวี้ (เซียนปลาน้อย) เทพแห่งรัตติกาลผู้แสนอบอุ่น ความพีคของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ปีศาจร้ายที่ไหน แต่อยู่ที่ ความไม่เข้าใจในรัก ของนางเอกที่ถูกอำนาจการเมืองและความแค้นรุ่นแม่กดทับไว้ จนนำไปสู่ความเข้าใจผิดครั้งใหญ่ที่เปลี่ยนจากความรักหวานซึ้ง กลายเป็นสงครามสามภพที่เต็มไปด้วยเลือดและน้ำตา
-
เคมีพระนาง (หยางจื่อ & เติ้งหลุน) เล่นดีจนเหมือนหลุดออกมาจากนิยายจริงๆ โดยเฉพาะฉากอารมณ์ หยางจื่อถ่ายทอดความเจ็บปวดจากการ เพิ่งรู้ตัวว่ารัก ได้บาดลึกสุดๆ
-
โปรดักชันและ CG สำหรับปี 2018 ถือว่าทำได้อลังการมาก ดินแดนบุปผาคือสวยเหมือนฝัน ส่วนแดนสวรรค์ก็ดูสง่างาม
-
เพลงประกอบ (OST) เพลง Upwards to the Moon (Zuo Shou Zhi Yue) โดย Sa Dingding คือตำนานที่ช่วยบิวต์อารมณ์ให้คนดูอยากจะร้องไห้ตามทุกครั้งที่ขึ้นโน้ตสูง
-
ความซับซ้อนของตัวละคร ไม่มีใครขาวจัดหรือดำจัด ทุกคนมีเหตุผลในการกระทำ (แม้เหตุผลนั้นจะทำให้เราปวดตับก็ตาม)
ถ้าคุณชอบซีรีส์แนวรักลึกซึ้ง การันตีความหน่วง และชอบงานภาพที่ประณีต Ashes of Love คือ A Must ที่ชีวิตนี้ต้องดูให้ได้ครับ มันไม่ใช่แค่เรื่องรักน้ำเน่า แต่มันคือการเดินทางของหัวใจที่ต้องแลกมาด้วยบทเรียนราคาแพง
3. หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร (Joy of Life)
หาญท้าชะตาฟ้า ปริศนายุทธจักร (Joy of Life) ออกมาได้เป๊ะมากครับ ซีรีส์เรื่องนี้ไม่ใช่แค่แนวชิงบัลลังก์ดาษดื่น แต่มันคือการเอา วิธีคิดแบบคนล้ำยุค" ไปเขย่าโครงสร้างอำนาจโบราณได้อย่างแสบสัน เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าทำไมเรื่องนี้ถึงขึ้นหิ้ง ผมขอเสริมรีวิวในมุมมองที่ลึกขึ้นอีกนิด
-
เสน่ห์ที่ทำให้ ฟ่านเสียน ต่างจากพระเอกคนอื่น สิ่งที่ทำให้เราเอาใจช่วยฟ่านเสียน ไม่ใช่แค่เพราะเขาเก่ง (Mary Sue) แต่เพราะ เป้าหมาย ของเขา ในขณะที่คนอื่นสู้เพื่ออำนาจหรือบัลลังก์ ฟ่านเสียนสู้เพื่อ สิทธิในการใช้ชีวิตอย่างสงบ และการตั้งคำถามต่อความไม่เท่าเทียม
-
ศึกรวมพลตัวพ่อ (The League of Fathers) จุดแข็งที่สุดที่แฟนซีรีส์ชอบกันมากคือความสัมพันธ์ระหว่างฟ่านเสียนกับบรรดา พ่อๆ ทั้งหลาย
-
ฮ่องเต้แคว้นชิ่ง เจ้าแผนการ เยือกเย็น และคาดเดาไม่ได้
-
เฉินผิงผิง ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบที่พร้อมแลกทุกอย่างเพื่อฟ่านเสียน
-
ฟ่านเจี้ยน พ่อบุญธรรมที่รักลูกสุดหัวใจ
ความสนุกมันอยู่ตรงที่ เราแทบแยกไม่ออกว่าใครรักฟ่านเสียนจริง หรือใครมองเขาเป็นเพียง เบี้ย ในกระดานการเมือง
-
ตรรกะที่แน่นหนาและบทที่หักมุมซ้ำซ้อน มาวนี่ (ผู้เขียนนิยาย) เก่งมากในการวาง กับดัก ให้คนดู หลายครั้งที่เราคิดว่าฟ่านเสียนชนะแล้ว แต่ปรากฏว่าเป็นเพียงแผนซ้อนแผนของคนรุ่นพ่อ บทสนทนาในเรื่องนี้เหมือนการเดินหมากรุก ทุกคำพูดมีนัยแฝง ทำให้คนดูต้อง เอ๊ะ และคิดตามตลอดเวลา
ถ้าใครจะเริ่มดู เตรียมตัว อดนอน ได้เลย เพราะจบตอนหนึ่งแล้วมันจะทิ้งปมจนเราต้องกดดูตอนต่อไปทันที
4. สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ (Eternal Love)
ถ้าจะพูดถึงซีรีส์ที่เป็น ประตูสู่ดินแดนเทพเซียน ของใครหลายคน คงหนีไม่พ้น สามชาติสามภพ ป่าท้อสิบหลี่ (Eternal Love) ครับ นี่คือซีรีส์ระดับขึ้นหิ้งที่สร้างปรากฏการณ์ยอดวิวถล่มทลาย และยังคงถูกหยิบมาดูซ้ำอยู่บ่อยครั้ง
เรื่องราวเล่าผ่านตัวละคร ป๋ายเฉี่ยน (หยางมี่) จิ้งจอกเก้าหางแห่งชิงชิวที่มีชีวิตยาวนาน โดยแบ่งช่วงชีวิตสำคัญเป็น 3 ช่วง (3 ชาติ) ที่เกี่ยวพันกับ เยี่ยหัว (จ้าวอวี้ถิง) รัชทายาทเผ่าเทพ
- ชาติที่หนึ่ง (ศิษย์-อาจารย์) ป๋ายเฉี่ยนปลอมตัวเป็น ซืออิน ไปฝากตัวเป็นศิษย์ที่คุนหลุนซวีกับมหาเทพม่อเยียน (ซึ่งหน้าตาเหมือนเยี่ยหัว) ช่วงนี้เน้นความผูกพันและปูพื้นฐานสงครามเทพ
- ชาติที่สอง (มนุษย์-เทพ) ป๋ายเฉี่ยนถูกผนึกพลังและร่วงหล่นลงมาเป็นมนุษย์ชื่อ ซู่ซู่ จนได้พบรักกับเยี่ยหัว ชาตินี้คือช่วงที่ ดราม่าที่สุด บีบคั้นหัวใจที่สุด และทำให้คนดูเสียน้ำตาเป็นลิตร
- ชาติที่สาม (เทพ-เทพ) ทั้งคู่กลับมาพบกันในฐานะเทพชั้นสูงอีกครั้ง พร้อมปมความแค้นจากชาติก่อนที่ต้องสะสาง
- เคมีนักแสดงระดับพระกาฬ จ้าวอวี้ถิง (เยี่ยหัว) ช่วงแรกอาจมีคนกังขาเรื่องรูปลักษณ์ แต่เขาพิสูจน์ด้วย ทักษะการแสดงระดับศัลยกรรม ที่ทำให้คนดูเชื่อสนิทใจว่านี่คือรัชทายาทผู้เย็นชาแต่คลั่งรักสุดหัวใจ
- หยางมี่ (ป๋ายเฉี่ยน) ถ่ายทอดความแตกต่างของตัวละครได้ชัดเจน ตั้งแต่ซืออินที่ซุกซน ซู่ซู่ที่อ่อนโยน ไปจนถึงกู๋กูป๋ายเฉี่ยนที่สง่างามและน่าเกรงขาม
-
คู่รองที่ขโมยซีน ความรักของ มหาเทพตงหัว และ ไป๋เฟิ่งจิ่ว น่ารักและตราตรึงจนถึงขั้นมีซีรีส์ภาคแยก ออกมาตามเสียงเรียกร้อง
-
งานสร้างและเพลงประกอบ ฉากป่าท้อสีชมพูสุดลูกหูลูกตาเป็นภาพจำที่สวยงามมาก ส่วนเพลงประกอบอย่าง Liang Liang (涼涼) ก็กลายเป็นเพลงชาติของติ่งซีรีส์จีนไปโดยปริยาย
หากคุณเพิ่งเริ่มดู แนะนำให้ผ่านช่วง 10 ตอนแรกไปให้ได้ (ช่วงคุนหลุนซวี) เพราะนั่นคือการปูพื้นฐาน หลังจากนั้นเมื่อตัวเอกเจอกันในร่างมนุษย์ ความสนุกจะทำงานเต็มสูบจนคุณไม่ได้นอนแน่นอน
ซีรีส์จีนย้อนยุคมีความหลากหลาย ทั้งสนุก เข้มข้น และให้แง่คิด หากคุณกำลังมองหาซีรีส์ดูยาวๆ แนะนำให้เริ่มจากลิสต์นี้ รับรองว่าไม่ผิดหวัง
ภาพประกอบจาก weibo 陈情令官微 / ภาพที่ 1 ภาพประกอบจาก weibo 香蜜沉沉烬如霜 / ภาพที่ 2
ภาพประกอบจาก weibo 庆余年 / ภาพที่ 3 ภาพประกอบจาก weibo 电视剧三生三世十里桃花 / ภาพที่ 4
4 อันดับประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ปี2026
10 อันดับโรงเรียนสาธิตที่มีจำนวนนักเรียน ระดับมัธยมปลายมากที่สุด
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
จังหวัดเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีแม่น้ำ..แม้แต่สายเดียวก็ไม่มี
ประเทศที่ซื้อ นํ้าตาล จากไทยมากที่สุด
"น้าเสือจัดให้" แนวทางรวยงวดประจำวันที่ 1 เมษายน 2569
5 พฤติกรรมที่คนจนทำทุกวันโดยไม่รู้ตัว (คนรวยไม่ทำ)
5 อาชีพรายได้สูงในไทย แต่คนส่วนใหญ่ยังไม่รู้
จังหวัดที่มีปั้มน้ำมันเยอะที่สุด
5 แมวพันธุ์ไทยยอดนิยม สัญลักษณ์แห่งโชคลาภและสิริมงคลคู่บ้าน
7 มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนคณะแพทย์หลักสูตรนานาชาติในปัจจุบัน
จากขอบหนังสือพิมพ์สู่ตำนานลูกทุ่ง: ชีวประวัติและการต่อรองทางวัฒนธรรมของ "อุดม ชวนชื่น" และ "ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม"
ล่าหยก ซีรีส์จีนใหม่ของ Zhang Linghe และ Tian Xiwei
ส่องกลยุทธ์ครูจีน! ใช้โปรไฟล์ "จางหลิงเฮ่อ" ป้องกันความรักในวัยเรียน ดึงสติเด็กให้กลับมาติวเข้ม
อาหารสำหรับผู้สูงอายุ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม
หอไอเฟลหลบไป! "หมูเด้ง" นั่งแท่นพยานรัก เชฟอิตาลีเซอร์ไพรส์ขอแฟนแต่งงานหน้าบ่อฮิปโป






