ร้านแว่นตาที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทย มีผลกำไรจากอะไร
ใครจะรู้ว่าร้านแว่นตาที่มีสาขามากที่สุดในประเทศไทยคือ แว่นท็อปเจริญ (Top Charoen) มีสาขาเยอะเท่าไหร่ แล้วเขาบริหารต้นทุน กำไรได้อย่างไร มาค้นหาเรื่องราวนี้กัน...
จริงๆ แล้วธุรกิจนี้อยู่ภายใต้การบริหารของ บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด (มหาชน) โดยมีเจ้าของและผู้บุกเบิกคนสำคัญคือ คุณนพศักดิ์ ตรีพรชัยศักดิ์ (หรือที่รู้จักกันในชื่อ "คุณเพ้ง") ซึ่งรับช่วงต่อและขยายกิจการมาจากร้าน "เจริญการแว่น" ของคุณพ่อ (คุณเจริญ ตรีพรชัยศักดิ์) จนกลายเป็นอาณาจักรแว่นตาที่ใหญ่ที่สุด
ข้อมูลที่น่าสนใจของแว่นท็อปเจริญ (อัปเดตปี 2569)...
จำนวนสาขา: มีมากกว่า 2,100 สาขา ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย และยังถือเป็นร้านแว่นที่มีสาขามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียนด้วย
-ส่วนแบ่งการตลาด: ครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในไทยสูงถึงประมาณ 41%
-กลยุทธ์สำคัญ: ใช้โมเดล "ป่าล้อมเมือง" เน้นการขยายสาขาไปตามแหล่งชุมชนและหัวมุมถนนเพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายที่สุด รวมถึงการบริหารจัดการพนักงานและระบบตรวจสอบสายตาที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกสาขา
-สถานะบริษัท: ปัจจุบันได้แปรสภาพเป็น บริษัทมหาชน เพื่อเตรียมความพร้อมในการขยายธุรกิจไปยังระดับภูมิภาคมากขึ้น
นอกเหนือจากแว่นท็อปเจริญแล้ว ตระกูลตรีพรชัยศักดิ์ยังเคยปั้นแบรนด์ แว่นบิวตี้ฟูล (Beautiful Optical) มาเพื่อเป็นคู่แข่งในเชิงกลยุทธ์ แต่ในภายหลังได้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจและการบริหารภายในกลุ่มเพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของท็อปเจริญเป็นหลัก
การบริหารต้นทุนและกำไรของ แว่นท็อปเจริญ (บริษัท ร่วมเจริญพัฒนา จำกัด) ถือเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจมากในแวดวงธุรกิจไทย เพราะเขาสามารถขยายสาขาไปได้ทุกหัวมุมถนนในขณะที่ร้านแว่นตารายย่อยอื่น ๆ อาจจะทำได้ยาก
กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้เขาบริหารจัดการกำไรได้สูง มีดังนี้...
1. อำนาจการต่อรองมหาศาล (Economies of Scale)
ด้วยจำนวนสาขาที่มีมากกว่า 2,100 แห่ง ทำให้ท็อปเจริญมีอำนาจในการต่อรองกับผู้ผลิตเลนส์และกรอบแว่นระดับโลกสูงมาก
-การสั่งซื้อล็อตใหญ่: เมื่อสั่งซื้อสินค้าจำนวนมหาศาล ต้นทุนต่อหน่วยจะต่ำลงกว่าร้านแว่นทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ
-House Brand: เขามีการนำเข้าและจ้างผลิตกรอบแว่นแบรนด์ของตัวเอง (House Brand) ซึ่งมีมาร์จิ้น (กำไรส่วนต่าง) สูงกว่าแบรนด์เนมชื่อดังมาก
2. โมเดลการบริหาร "พนักงาน" และ "เครื่องจักร" แทนที่จะจ้างจักษุแพทย์ประจำทุกสาขา (ซึ่งต้นทุนสูงมาก) ท็อปเจริญใช้วิธี..
-โรงเรียนฝึกอบรม: เขามีสถาบันฝึกอบรมพนักงานวัดสายตาของตัวเอง เพื่อให้พนักงานมีมาตรฐานเดียวกันและทำงานทดแทนกันได้ทุกสาขา
-ระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ: ใช้เทคโนโลยีการวัดสายตาและประกอบแว่นที่ทันสมัย ซึ่งช่วยลดความผิดพลาดและลดเวลาในการทำงานต่อเคสลง
3. กลยุทธ์ "ป่าล้อมเมือง" และการบริหารค่าเช่า
-ทำเลทองแต่พื้นที่น้อย: สังเกตว่าสาขาส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณหัวมุมถนน หรือตึกแถวที่มีหน้าร้านชัดเจน แต่ใช้พื้นที่ใช้สอยภายในไม่มากนัก ทำให้ควบคุมค่าเช่าที่ได้ดีเมื่อเทียบกับยอดขาย
-การกระจายความเสี่ยง: การมีสาขาจำนวนมากช่วยเฉลี่ยกำไรขาดทุน หากสาขาหนึ่งขาดทุน สาขาอื่นที่กำไรดีกว่าจะช่วยพยุงระบบไว้ได้ (Cross-subsidization)
4. โครงสร้างกำไรของ "แว่นตา" ในอุตสาหกรรมแว่นตา "เลนส์" และ "กรอบ" เป็นสินค้าที่มี Markup สูง (ราคาขายสูงกว่าต้นทุนการผลิตหลายเท่าตัว)
รายได้หลักไม่ได้มาจากกรอบแว่นเพียงอย่างเดียว แต่มาจาก เลนส์สายตา ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องเปลี่ยนตามระยะเวลา และมีบริการหลังการขายที่ดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาใช้ซ้ำ (เช่น ล้างแว่นฟรี หรือดัดขาแว่น)
5. การรวมศูนย์ (Centralization)
ระบบคลังสินค้าและการกระจายสินค้าถูกจัดการจากส่วนกลางอย่างเป็นระบบ ทำให้ไม่มีสต็อกค้างที่สาขามากเกินความจำเป็น ลดโอกาสการสูญเสียต้นทุนจากสินค้าจม
หลายคนสงสัยว่าทำไมบางสาขาดูเงียบแต่ยังอยู่ได้? จริง ๆ แล้วกำไรจากการขายแว่นเพียงไม่กี่อันต่อวัน ก็อาจครอบคลุมค่าเช่าและค่าแรงพนักงานในวันนั้นได้แล้ว เนื่องจากส่วนต่างกำไรต่อชิ้นที่ค่อนข้างสูงนั่นเอง
https://www.facebook.com/TopCharoenOpticalOfficial/
เขียนโดย ลูกสาวอบต
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
สิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่าย
10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัว
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
ล็อตเตอรี่ใบแรกของไทย
เงินใหม่ถูกสร้างแล้วหายไปไหน
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
7 นิสัยแปลกๆ ของ “สายอ่าน” ที่คุณอาจจะทำอยู่ทุกวัน... โดยไม่รู้ตัว
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขา
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด







