คอลลาเจนลดลงตอนอายุเท่าไหร่? มีวิธีเสริมคอลลาเจนอย่างไร?
เขียนโดย chalisa18
คอลลาเจนลดลงตอนอายุเท่าไหร่? มีวิธีเสริมคอลลาเจนอย่างไร?
ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึก อาจเป็นสัญญาณของคอลลาเจนที่ลดลง ซึ่งเกิดขึ้นได้ตามอายุและพฤติกรรมการใช้ชีวิต บทความนี้จากรมย์รวินท์จะพาไปรู้จักคอลลาเจนว่าคืออะไร สำคัญต่อผิวอย่างไร สาเหตุที่ทำให้ลดลง พร้อมแนะนำวิธีดูแลและกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวกลับมาแข็งแรงและดูอ่อนเยาว์
ทำความรู้จักกับคอลลาเจน
คอลลาเจน (Collagen) คือโปรตีนโครงสร้างหลักของร่างกาย คิดเป็นประมาณ 30% ของโปรตีนทั้งหมด ทำหน้าที่ช่วยยึดเกาะและเสริมความแข็งแรงให้กับเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ พบได้ในผิวหนัง กระดูก เอ็น กล้ามเนื้อ หลอดเลือด เส้นผม และเล็บ
ในชั้นผิว คอลลาเจนจะทำงานร่วมกับอีลาสตินและไฮยาลูรอนิก แอซิด เพื่อช่วยให้ผิวมีความกระชับ ยืดหยุ่น และชุ่มชื้น แต่เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ผิวสูญเสียความแน่นกระชับ เกิดริ้วรอย ร่องลึก และดูหมองโทรมได้ง่าย
คอลลาเจนมีกี่ชนิด?
คอลลาเจน (Collagen) เป็นโปรตีนที่ร่างกายสามารถสร้างได้เองตามธรรมชาติ และสามารถแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก โดยแต่ละชนิดมีหน้าที่แตกต่างกัน ดังนี้
- Collagen Type I
เป็นคอลลาเจนที่พบมากที่สุดในร่างกาย คิดเป็นประมาณ 90% พบในผิวหนัง กระดูก เอ็น และหลอดเลือด มีหน้าที่เสริมความแข็งแรง ความกระชับ และความยืดหยุ่นของผิว รวมถึงช่วยในการซ่อมแซมแผล - Collagen Type II
พบมากในกระดูกอ่อนและข้อต่อ ช่วยรองรับแรงกระแทก และทำให้การเคลื่อนไหวของข้อต่อเป็นไปอย่างลื่นไหล - Collagen Type III
พบในผิวหนัง กล้ามเนื้อ และหลอดเลือด มักทำงานร่วมกับ Type I เพื่อช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงให้ผิว - Collagen Type IV
พบในชั้นเนื้อเยื่อรองรับผิวของอวัยวะต่าง ๆ เช่น ผิวหนังและไต มีหน้าที่ช่วยยึดเกาะเซลล์ และเกี่ยวข้องกับกระบวนการกรองสารในร่างกาย - Collagen Type V
พบในเส้นผม รก และกระจกตา มีบทบาทในการจัดเรียงโครงสร้างของคอลลาเจนให้เป็นระเบียบ และช่วยควบคุมการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อบางชนิด
คอลลาเจนลดลงตอนอายุเท่าไหร่?
ร่างกายสามารถสร้างคอลลาเจนได้เองตามธรรมชาติ แต่จะเริ่มลดลงตั้งแต่อายุประมาณ 20 ปีขึ้นไป และลดลงต่อเนื่องเฉลี่ยปีละประมาณ 1–1.5% โดยเมื่อเข้าสู่วัย 30 ปี จะเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงของผิวชัดเจนมากขึ้น
เมื่อคอลลาเจนลดลง ผิวจะสูญเสียความกระชับและความยืดหยุ่น ทำให้เกิดปัญหาริ้วรอย ร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย ผิวแห้ง รูขุมขนกว้าง และการฟื้นฟูผิวช้าลง
นอกจากนี้ พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การโดนแสงแดด มลภาวะ พักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การทานหวาน ดื่มแอลกอฮอล์ และสูบบุหรี่ ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เร่งให้คอลลาเจนเสื่อมเร็วขึ้นกว่าปกติ
ความสำคัญของคอลลาเจนต่อผิว
คอลลาเจนเป็นองค์ประกอบหลักที่ช่วยคงโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ยืดหยุ่น และกระชับ เมื่อระดับคอลลาเจนลดลง ผิวจะเริ่มเสื่อมสภาพและเกิดปัญหาตามวัยได้ง่าย โดยมีบทบาทสำคัญดังนี้
- เสริมความแข็งแรงให้โครงสร้างผิว
- เพิ่มความยืดหยุ่นและความกระชับ
- ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นให้ผิวดูอิ่มฟู
- ฟื้นฟูและซ่อมแซมผิวที่เสื่อมสภาพ
- กระตุ้นการสร้างเซลล์ผิวใหม่และช่วยให้แผลหายเร็ว
- ชะลอการเกิดริ้วรอย ร่องลึก และความหย่อนคล้อย
สาเหตุที่ทำให้คอลลาเจนลดลง
การที่คอลลาเจนในผิวลดลง สามารถเกิดได้จากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ดังนี้
- อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะผลิตคอลลาเจนได้น้อยลง ทำให้ผิวเริ่มสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยได้ง่าย - แสงแดด
รังสี UV เป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำลายคอลลาเจน โดยกระตุ้นเอนไซม์ที่ย่อยสลายโครงสร้างผิว ส่งผลให้ผิวเสื่อมเร็วขึ้น - มลภาวะ
ฝุ่น ควัน และสิ่งสกปรกในอากาศ กระตุ้นการเกิดอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวอ่อนแอและคอลลาเจนถูกทำลาย - การทานอาหารหวานจัด
น้ำตาลทำให้เกิดกระบวนการ Glycation ส่งผลให้เส้นใยคอลลาเจนแข็ง เปราะ และเสื่อมคุณภาพ - ความเครียด
ฮอร์โมนคอร์ติซอลที่สูงขึ้น จะยับยั้งการสร้างคอลลาเจนและเร่งการเสื่อมของผิว - พักผ่อนไม่เพียงพอ
ทำให้การซ่อมแซมผิวลดลง และกระทบต่อการสร้างคอลลาเจนโดยตรง - การสูบบุหรี่
สารพิษในบุหรี่ลดการไหลเวียนเลือด และเร่งการสลายคอลลาเจน ทำให้ผิวเสื่อมก่อนวัย - การดื่มแอลกอฮอล์
ทำให้ผิวขาดน้ำ และเพิ่มการเกิดอนุมูลอิสระ ส่งผลให้คอลลาเจนอ่อนแอและเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
เสริมคอลลาเจนวิธีไหนได้บ้าง?
ปัจจุบันคอลลาเจนถูกพัฒนาให้อยู่ในหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์การดูแลผิวและสุขภาพที่แตกต่างกัน โดยแต่ละวิธีมีจุดเด่นและข้อจำกัด ดังนี้
- คอลลาเจนแบบรับประทาน
เป็นวิธีที่สะดวกและได้รับความนิยม มักอยู่ในรูปแบบอาหารเสริมหรืออาหารที่มีคอลลาเจนตามธรรมชาติ เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะถูกย่อยเป็นกรดอะมิโนเพื่อนำไปใช้สร้างคอลลาเจนใหม่ เหมาะกับการดูแลแบบองค์รวม แต่ต้องทานต่อเนื่องและใช้เวลาจึงจะเห็นผล - คอลลาเจนแบบทา
พบในผลิตภัณฑ์บำรุงผิว เช่น ครีม เซรั่ม หรือโลชั่น โดยมักมีสารช่วยกระตุ้นคอลลาเจน เช่น วิตามินซี เรตินอยด์ เปปไทด์ และไนอะซินาไมด์ ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมเกราะผิว แม้จะไม่ซึมลึกถึงชั้นผิวได้มาก แต่ช่วยให้ผิวดูเรียบเนียนและสุขภาพดีขึ้น - คอลลาเจนแบบฉีด
เป็นการฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจนเข้าสู่ผิวโดยตรง เช่น กลุ่ม Biostimulator หรือ Skin Booster ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้างและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ เห็นผลได้รวดเร็วและชัดเจนกว่า แต่ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่เหมาะสม
รวมหัตถการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
ปัจจุบันมีหัตถการกระตุ้นคอลลาเจนหลากหลายรูปแบบ ที่ช่วยฟื้นฟูผิวในระดับโครงสร้าง และปรับคุณภาพผิวให้ดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โดยแต่ละโปรแกรมมีจุดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
Sculptra
- ส่วนประกอบ : Poly-L-Lactic Acid (PLLA)
- จุดเด่น : กระตุ้นคอลลาเจนประเภทที่ 1 ตามธรรมชาติ ฟื้นฟูผิวลึกถึงระดับโครงสร้าง และช่วยเพิ่มความแน่นของผิว
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยลึก หน้าไม่กระชับ หรือผิวดูโทรม
- ผลลัพธ์ : ผิวกระชับ เต่งตึง อิ่มฟู ดูเรียบเนียน และสุขภาพดีขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- จำนวนครั้ง : ประมาณ 2–3 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 1 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่ : ประมาณ 2 ปี (ขึ้นอยู่กับสภาพผิวแต่ละบุคคล)
Radiesse
- ส่วนประกอบ : Calcium Hydroxylapatite (CaHA)
- จุดเด่น : กระตุ้นสารสำคัญในผิวหลายชนิด เช่น คอลลาเจนประเภทที่ 1 และ 3 อีลาสติน และการสร้างหลอดเลือดใหม่
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่มีปัญหาผิวขาดวอลลุ่ม กรอบหน้าไม่ชัด หรือมีริ้วรอย
- ผลลัพธ์ : ผิวแน่นขึ้น ยืดหยุ่นดีขึ้น ดูอิ่มฟู เรียบเนียน และรูขุมขนกระชับ
- จำนวนครั้ง : 1–3 ครั้ง ห่างกันประมาณ 1 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่ : ประมาณ 2 ปี
Ultracol
- ส่วนประกอบ : Polydioxanone (PDO)
- จุดเด่น : ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนประเภทที่ 1 และ 3 พร้อมฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใส
- เหมาะกับใคร : ผู้ที่เริ่มมีริ้วรอย ผิวไม่เรียบเนียน ขาดความยืดหยุ่น
- ผลลัพธ์ : ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และชุ่มชื้นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ
- จำนวนครั้ง : ประมาณ 3 ครั้ง ห่างกัน 4–6 เดือน
- ระยะเวลาคงอยู่ : ประมาณ 6–8 เดือน
คอลลาเจนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญของร่างกาย โดยเฉพาะในผิวหนังที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลัก ช่วยให้ผิวมีความแข็งแรง ยืดหยุ่น และกระชับ เมื่ออายุมากขึ้นและการสร้างคอลลาเจนลดลง ผิวจึงเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง เช่น ความหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องลึกที่เห็นได้ชัดมากขึ้น
การดูแลและเสริมคอลลาเจนสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การใช้สกินแคร์บำรุงผิว หรือการทำหัตถการทางการแพทย์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยฟื้นฟูผิวได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะกลุ่มหัตถการกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Sculptra, Radiesse, Ultracol, Profhilo, Karisma Rh Collagen และ Collaju ซึ่งสามารถช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่และปรับคุณภาพผิวได้ในระดับลึก ทำให้เห็นผลลัพธ์ได้ค่อนข้างรวดเร็วเมื่อเทียบกับวิธีอื่น
สำหรับผู้ที่สนใจฟื้นฟูผิวด้วยการกระตุ้นคอลลาเจน แนะนำให้เข้ารับคำปรึกษากับแพทย์ เพื่อประเมินสภาพผิวและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยสามารถเข้ารับบริการได้ที่ รมย์รวินท์คลินิก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และปลอดภัยในระยะยาว
พื้นที่จังหวัดที่มาแรงที่สุดในฐานะเมืองหลวงแห่งที่2ของไทย
เปิดวาร์ป 5 จังหวัด ค่าครองชีพถูกม๊าก แต่คุณภาพชีวิตดีเว่อร์
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 16/4/69
เปิดเลขเด่นตำราท้าวเวสสุวรรณ...16 เมษายน 2569
3ชนิดต้นไม้ “หน้าบ้าน” ที่เน้นความสวยงามและความเขียวสดตลอดปี
ประเทศในอาเซียนที่ถือครองทองคำเยอะที่สุด
ที่เที่ยวไทยคนน้อย ฟิวเหมือนไปต่างประเทศ..
วิเคราะห์เลขตารางทักษาอาจาร์ออร่า งวดวันที่ 16 เมษายน 2569
สะพานที่ข้ามแหล่งน้ำจืดที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทย
สถานศึกษาที่น่าเรียนที่สุดในประเทศไทย
10 อันดับ ภาษาที่ยากที่สุดในโลก ท้าทายสมองจนต้องร้องขอชีวิต
5 เมนูอาหารไทย ที่ชาวต่างชาติติดใจที่สุด
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
แชร์ประสบการณ์ตรง! รีโนเวทห้องน้ำพังๆ เพราะปลวกกินวงกบ สู่การจบปัญหาด้วย "วงกบประตู PVC" ตัวตึงที่คนทำบ้านต้องรู้
ประกันสุขภาพ มีกี่ประเภท รู้จักข้อดี และวิธีเลือกซื้อประกันให้คุ้ม
เลือกใช้ WeatherBloc เพื่อการก่อสร้างที่ทนทาน ประหยัดพลังงาน
ลมพิษ เกิดจากอะไร? รู้สาเหตุเบื้องต้นและการรักษาที่เหมาะสม
