สโตนเฮนจ์ ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้าง...
สโตนเฮนจ์ (Stonehenge) คืออนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บนที่ราบซอลส์บรี ในมณฑลวิลต์เชียร์ ทางตอนใต้ของอังกฤษ และนับเป็นหนึ่งในโบราณสถานหินที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ความโดดเด่นของมันอยู่ที่การจัดวางแท่งหินขนาดมหึมาเป็นวงและเป็นรูปเกือกม้าอย่างซับซ้อน จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผลงานสถาปัตยกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่น่าทึ่งที่สุดของมนุษย์
แม้หลายคนจะคุ้นภาพสโตนเฮนจ์ในฐานะ “วงหินลึกลับ” แต่แท้จริงแล้วสถานที่แห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในคราวเดียว หากค่อย ๆ พัฒนาขึ้นเป็นหลายระยะตลอดช่วงเวลายาวนาน โดยสารานุกรม Britannica ระบุว่า สโตนเฮนจ์ถูกสร้างเป็น 6 ระยะหลักระหว่างประมาณ 3000 ถึง 1520 ปีก่อนคริสตกาล และพื้นที่นี้อาจถูกใช้ประกอบพิธีกรรมมาก่อนหน้านั้นอีกหลายพันปี
โครงสร้างของสโตนเฮนจ์ประกอบด้วยหินสองกลุ่มสำคัญ กลุ่มแรกคือ หินซาร์เซน (sarsen) ซึ่งเป็นหินทรายแข็งขนาดใหญ่จากตอนใต้ของอังกฤษ และกลุ่มที่สองคือ บลูสโตน (bluestones) ซึ่งเป็นหินขนาดเล็กกว่าที่มีต้นกำเนิดจากเวลส์ตะวันตก ความน่าทึ่งอยู่ตรงที่ผู้คนในยุคก่อนประวัติศาสตร์สามารถขนย้ายหินเหล่านี้จากแหล่งต้นกำเนิดซึ่งอยู่ไกลออกไปได้ ทั้งที่ยังไม่มีเครื่องจักร โลหะ หรือแม้แต่ล้อในแบบที่เรารู้จักกันทุกวันนี้
สำหรับหินซาร์เซนก้อนใหญ่ซึ่งเป็นส่วนที่สร้างภาพจำของสโตนเฮนจ์ นักวิชาการเชื่อว่าถูกลำเลียงมาจากบริเวณ Marlborough Downs ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 20 ไมล์ หรือประมาณ 32 กิโลเมตร ส่วนบลูสโตนจำนวนหนึ่งเดินทางไกลกว่านั้นมาก จากเวลส์ตะวันตกเป็นระยะทางราว 160–240 กิโลเมตร หรือมากกว่า ขึ้นอยู่กับแหล่งหินแต่ละชนิด
สิ่งที่ทำให้สโตนเฮนจ์ยังคงเป็นปริศนาก็คือคำถามว่า คนในสมัยนั้นยกหินหนักหลายสิบตันขึ้นตั้งและวางหินพาดด้านบนได้อย่างไร ปัจจุบันยังไม่มีคำตอบสุดท้ายที่ยืนยันได้ครบทุกขั้นตอน แต่ English Heritage อธิบายว่า การก่อสร้างน่าจะต้องใช้คนจำนวนมาก ร่วมกับไม้ เชือก ค้อนหิน และการวางแผนอย่างเป็นระบบสูงมาก กล่าวอีกอย่างคือ สโตนเฮนจ์ไม่ใช่เพียงงานใช้แรงงานมหาศาล แต่ยังสะท้อนความรู้ด้านวิศวกรรมและการจัดการของสังคมยุคหินใหม่อย่างน่าทึ่งด้วย
นอกจากความยิ่งใหญ่ด้านการก่อสร้างแล้ว สโตนเฮนจ์ยังมีความสำคัญในเชิงพิธีกรรมและดาราศาสตร์ด้วย ยูเนสโกระบุว่ากลุ่มอนุสรณ์สถานหินที่สโตนเฮนจ์และเอฟบิวรีมีรูปแบบการจัดวางที่เชื่อมโยงกับความสำคัญทางดาราศาสตร์ ซึ่งยังคงเป็นเรื่องที่นักวิชาการศึกษากันต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้ สโตนเฮนจ์จึงไม่ได้เป็นเพียง “วงหินโบราณ” แต่เป็นหลักฐานของโลกทัศน์ ความเชื่อ และความสามารถในการสังเกตธรรมชาติของมนุษย์เมื่อหลายพันปีก่อน
สโตนเฮนจ์และแหล่งโบราณคดีโดยรอบได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโกในปี ค.ศ. 1986 ภายใต้ชื่อ Stonehenge, Avebury and Associated Sites ซึ่งครอบคลุมทั้งสโตนเฮนจ์ เอฟบิวรี และโบราณสถานสำคัญอื่นในพื้นที่เดียวกัน ยูเนสโกยกย่องให้ที่นี่เป็นแหล่งมรดกที่มีคุณค่าสากลโดดเด่นจากความสำคัญทางโบราณคดี ประวัติศาสตร์ และภูมิทัศน์พิธีกรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์
ดังนั้น หากจะอธิบายสโตนเฮนจ์อย่างกระชับและถูกต้องที่สุด มันคืออนุสรณ์สถานยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่มนุษย์สร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องหลายระยะในช่วงหลายพันปีก่อนคริสตกาล ประกอบด้วยหินขนาดใหญ่จากหลายแหล่ง ถูกออกแบบและจัดวางอย่างมีความหมายทั้งในเชิงโครงสร้าง พิธีกรรม และอาจรวมถึงดาราศาสตร์ จึงไม่น่าแปลกใจที่แม้เวลาจะผ่านไปหลายพันปี สโตนเฮนจ์ก็ยังคงเป็นหนึ่งในปริศนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกโบราณ
อาม่าให้ลาภ ....เลขเด่นงวด 1/4/69
รายได้ช่างไฟฟ้าแรงสูง เงินเดือนจริงสูงแค่ไหน
อำเภอใดมีชื่อยาวที่สุด ในประเทศไทย
จังหวัดในประเทศไทย ที่มีเพียงอำเภอเดียวอยู่ติดชายฝั่งทะเล
"ปลัดอำเภอ" กับ "นายอำเภอ" ต่างกันอย่างไร? ใครตำแหน่งสูงกว่า?
เปิด 1 บริษัทน้ำดื่ม ที่ใหญ่ที่สุด มีกำไรและปริมาณการผลิด มากที่สุดในไทย
วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัวด้วย AI งวด 1 เมษายน 69..อยากรวย รีบซื้อหวยด่วน!
สูตรคำนวณงวด 1/4/69
จังหวัดที่มี พื้นที่ปลูกสับปะรด มากที่สุดในไทย
บาหลีประกาศปิดเกาะ 24 ชม. ระงับสัญญามือถือ งดเที่ยวบินทั่วสนามบิน ชาวเกาะและนทท.ห้ามออกจากบ้าน
รวมภาพเรียกรอยยิ้มประจำวันนี้
รูปวาดโดยฝีมือศิลปินชาวไทย ที่มีราคาขายแพงที่สุดตลอดกาล
ค่าตอบแทนคนงานไทยในประเทศเกาหลีใต้
รกแบบนี้ต้องระวัง"แมงป่อง"
บริษัทใหญ่ของไทย ที่คนไทยรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด
อุทาหรณ์สอนเมียขับรถ! หนุ่มวัย 30 ป่วย "สมองขาดเลือด" กะทันหัน เหตุผลเดียวที่คาดไม่ถึง
พบ 45 โลกใหม่ที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงโลก บางดวงอยู่ห่างไปเพียง 40 ปีแสง
จากเปอร์เซียถึงลุ่มเจ้าพระยา ตามรอยขุนนางอิหร่านในหน้าประวัติศาสตร์ไทย
ค่าตอบแทนคนงานไทยในประเทศเกาหลีใต้
พบ 45 โลกใหม่ที่มีสภาพแวดล้อมใกล้เคียงโลก บางดวงอยู่ห่างไปเพียง 40 ปีแสง
"น้ำพุแห่งความมั่งคั่ง" (Fountain of Wealth) ของประเทศใกล้เคียงบ้านเราอย่างสิงคโปร์เองจ้า
