5 ยักษ์สินค้าอุปโภคเตือน “ของอาจขาด–ราคาจ่อขึ้น” เริ่มเห็นผล เม.ย.นี้
ต้นทุนพลังงาน–ขนส่งพุ่ง กดดันห่วงโซ่อุปทานโลก สะเทือนสินค้าจำเป็นในไทย
เนสท์เล่–ยูนิลีเวอร์–BJC และอีกหลายราย ส่งสัญญาณรับมือราคาขาขึ้น
สถานการณ์ต้นทุนสินค้าทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง เริ่มส่งผลกระทบมายังผู้บริโภคในประเทศไทยอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีแนวโน้มเผชิญทั้งปัญหา “สินค้าขาดตลาด” และ “ราคาปรับขึ้น” ในระยะใกล้
รายงานล่าสุดระบุว่า ผู้ผลิตสินค้าอุปโภครายใหญ่ของไทยอย่างน้อย 5 บริษัท ได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังคู่ค้าและตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ให้เตรียมรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากราคาพลังงาน วัตถุดิบ และค่าขนส่งที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยผลกระทบมีแนวโน้มเริ่มชัดตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป
บริษัทที่มีความเคลื่อนไหวในทิศทางดังกล่าว ได้แก่ เนสท์เล่ (ไทย), เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย), ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง, สหพัฒนพิบูล และ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ซึ่งล้วนเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทย
สำหรับ เนสท์เล่ (ไทย) ระบุว่า กำลังเผชิญปัญหาวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับปิโตรเคมี โดยเฉพาะพลาสติกสำหรับบรรจุภัณฑ์ เช่น ขวดและซอง ที่เริ่มขาดแคลน ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการส่งมอบสินค้าในบางช่วง แม้ยังไม่มีการประกาศปรับราคาสินค้าอย่างเป็นทางการ
ด้าน เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) ชี้ว่า ปัญหาการขนส่งทั้งทางเรือและอากาศที่ไม่ราบรื่น ทำให้ต้องปรับแผนจัดหาวัตถุดิบและสำรองสินค้าเพิ่มขึ้น พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ อาจจำเป็นต้องพิจารณาปรับราคาสินค้าในอนาคต
ขณะที่ ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง ยอมรับว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นในหลายด้าน ทั้งวัตถุดิบและโลจิสติกส์ โดยบริษัทเร่งผลิตสินค้าในช่วงเดือนมีนาคม เพื่อให้คู่ค้าสามารถสต็อกสินค้าในต้นทุนเดิม ก่อนที่แรงกดดันด้านต้นทุนจะสะท้อนสู่ราคาสินค้าในระยะถัดไป
สหพัฒนพิบูล เปิดเผยว่า ต้นทุนที่สูงขึ้นเริ่มกระทบต่อกำลังการผลิต ทำให้สินค้าบางรายการอาจออกสู่ตลาดน้อยลง และมีความล่าช้าในการจัดส่ง แม้ยังไม่มีการประกาศปรับราคา แต่แนวโน้มต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ
เช่นเดียวกับ เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) ที่ระบุว่ากำลังเผชิญแรงกดดันจากทั้งวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยกระทบครอบคลุมสินค้าหลายกลุ่ม ตั้งแต่ของใช้ในครัวเรือน สินค้าส่วนบุคคล ไปจนถึงอาหาร ซึ่งมีโอกาสปรับราคาหากต้นทุนยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
บริบทและผลกระทบต่อผู้บริโภค
แรงกดดันด้านต้นทุนในรอบนี้มีต้นตอจากราคาพลังงานที่ผันผวน รวมถึงความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งระหว่างประเทศ ส่งผลให้ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกเกิดความตึงตัว ซึ่งในทางปฏิบัติจะสะท้อนมายังราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ประชาชนใช้ในชีวิตประจำวัน
ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจมองว่า หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลายในระยะสั้น ผู้บริโภคอาจต้องเผชิญภาวะ “เงินเฟ้อฝังลึก” (sticky inflation) โดยเฉพาะในหมวดสินค้าอุปโภคที่มีความจำเป็น ซึ่งยากต่อการหลีกเลี่ยง
ทั้งนี้ ผู้บริโภคและผู้ประกอบการค้าปลีกควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมวางแผนบริหารสต็อกและค่าใช้จ่ายล่วงหน้า เพื่อรับมือกับความผันผวนของราคาที่อาจเกิดขึ้นในช่วงไตรมาสถัดไป
บั้นปลายชีวิตไม่ยึดติด ขอใช้ชีวิตในบ้านสวน
วัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทย
ปลั๊กหัวกลม vs หัวแบน แบบไหนคือมาตรฐานของไทย?
โรงแรมหรูในประเทศไทย ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนจากต่างชาติ
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการ
อีก 100 ปีผ่านไป จังหวัดไหนจะเปลี่ยนแปลงมากที่สุด
รถจักรยานสัญชาติไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบัน
ทำไมพังพอนถึงกล้าสู้กับงูเห่า ทั้งที่ไม่ได้กันพิษได้ทุกอย่าง
10 สถานีขนส่งใหญ่ของไทย ทำไมยังเป็นจุดต่อรถสำคัญของคนเดินทาง
ส่อง “เลขเด็ด” จากวันสำคัญประจำเดือนกรกฎาคม
รวม “เลขเด็ด” ที่ถูกแชร์มากที่สุดในโลกออนไลน์ งวด 1 กรกฎาคม 2569
รับมือคนพลังลบอย่างไร ไม่ให้บทสนทนากลายเป็นเรื่องหนักใจ
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล
เผ็ดร้อนถึงแก่น! "ผัดพริกแกง" เมนูเคลียร์จมูกที่อร่อยด้วยพริกแกงตำเองและใบมะกรูดซอยสะดุ้งไฟ




